เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

หมายจับ 4 ผู้ต้องหาเผารถทัวร์ “ศรีวราห์” ชี้ปมก่อการร้ายคุมเข้ม

26 ธ.ค. 2560 | 17:48น.

ศาลยะลาไฟเขียวหมายจับ 4 ผู้ต้องหาเผารถทัวร์ พบประวัติโชก ”ศรีวราห์” ชี้ปมก่อการร้ายสั่งคุมเข้ม จับตากลุ่มป่วนออกนอกพื้นที่ ขอหมายค้างเก่า 49 ราย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 ธันวาคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้จังหวัดยะลา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้านความมั่นคง รับมอบตัวผู้ต้องหา จากทหาร โดยป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสังกัดองค์การทหารผ่านศึกเหตุเกิดในปี 2554 ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวไว้ซักถามก่อนนี้ จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็น 3 ใน 5 ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีอาญาที่ 394/2554 ประกอบด้วย 1.นายซูกิบฟรี สาและ อายุ 38 ปี 2.นายรอกิ แดมอ อายุ 29 ปี และ 3.นายอิสะมาแอล มะแซ อายุ 34 ปี ขณะที่อีก 2 ราย คือ นายมะรอมรี สาเรป อายุ 45 ปี อยู่ระหว่างการถูกควบคุมตัวในเรือนจำสงขลา ขณะที่อีกรายนายสุไลมาน ดาโอะ อายุ 29 ปียังอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหาร โดยผู้ต้องหา 3 ราย ที่ทหารส่งมอบตัว พนักงานสอบสวนในวันนี้ ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ และบางส่วนชี้ยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริงพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานีจึงควบคุมตัวทำการสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ต่อมาเวลา 14.20 น. วันที่ 26 ธันวาคม ที่ศาลจังหวัดยะลา พล.ต.อ.ศรีวราห์ นำชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนเดินทางเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดีร่วมกันเผารถบัสประจำทางสายเบตงกรุงเทพมหานครในพื้นที่อำเภอบันนังสตาจังหวัดยะลาเหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ต่อมาศาลจังหวัดยะลาได้อนุมัติ หมายจับผู้ต้องหา 4 ราย ในหมายจับที่ 357-360/2560 ประกอบด้วย 1.นายอับดุลเลาะ ตาเปาะโต๊ะ อายุ 31 ปี 2.นายอาหะมัด ลือแบซา 3.นายซามีม ซะแม และ 4.นายมูฮำหมัด หะยีสาเมะ ในข้อกล่าวหาสมคบกันก่อการร้าย หรือสนับสนุนการก่อการร้ายเป็นอั้งยี่และ ซ่องโจร อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย มีประวัติก่อคดีความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และมีหมายจับติดตัวจำนวนมาก

อย่างไรก็ตามในวันนี้พนักงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดยะลาและตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานีได้รวบรวม อ่านหลักฐานในคดีค้างเก่าต่างๆ และได้ขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับเพื่อตรวจสอบและติดตามจับกุมคนร้ายรวมทั้งสิ้น 49 หมายจับ

จากนั้นเวลา 15.20 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ท.ธนเกียรติ ชอบชื่นชม ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล นำคณะเดินทางมายังศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้าจังหวัดยะลา เพื่อมอบนโยบายและมอบของขวัญปีใหม่แก่ตำรวจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 และผู้บังคับบัญชาระดับสูงในภาค 9 ให้การต้อนรับ ก่อนรับมอบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับจากศาลในคดีที่ปัตตานีและ อ.ธารโต จ.ยะลา

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า วันนี้ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนภูธรจังหวัดปัตตานีและภูธรจังหวัดยะลาเร่งรัดขออนุมัติออกหมายจับ ผู้ต้องหาที่ก่อคดีสำคัญต่างๆ รวม 49 หมายจับ แยกเป็นศาลจังหวัดปัตตานีอนุมัติ 12 หมายจับศาลจังหวัดยะลาอนุมัติ 37 หมายจับ ซึ่งบางคนก่อเหตุหลายคดีหลายครั้ง โดยในจำนวนนี้ตนได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดยะลาเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาสี่รายที่ร่วมกันก่อการร้ายเผารถบัสประจำทางสายเบตงกรุงเทพมหานครในพื้นที่อำเภอบันนังสตาจังหวัดยะลา หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานจากดีเอ็นเอและหัวกระสุนปืนที่พบในที่เกิดเหตุตรงกับคนร้ายในฐานข้อมูล 4 ราย ซึ่งในจำนวนนี้บางรายมีประวัติก่อเหตุตั้งแต่ปี 2552 ไม่ถือว่าเป็นกลุ่มคนหน้าใหม่บางคนก่อเหตุมาหลายครั้ง แต่จากการสืบสวนทราบว่า ในคดีเผารถบัส มีผู้ร่วมก่อเหตุประมาณ 30 คนจากการสืบสวนพบพยานหลักฐานแต่ในทางสอบสวนในสำนวนคดีเบื้องต้นสามารถออกหมายจับได้ 4 ราย โดยยอมรับว่าเป็นไปได้ว่าในสี่รายนี้อาจจะร่วมก่อเหตุกับกลุ่มคนหน้าใหม่ อย่างไรก็ตามขณะนี้การสืบสวนสอบสวนระบุมูลเหตุเป็นการก่อการร้ายไม่ได้ชี้ไปในเชิงธุรกิจแต่อย่างใดส่วนจะเป็นการรับงานของคนร้ายหรือไม่ในสำนวนไม่ก้าวล่วงไปตรงนั้น

รองผบ.ตร.กล่าวว่า ส่วนการก่อเหตุต่อเนื่องหลาย เมื่อคืนวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุปกติที่เกิดขึ้นในพื้นที่นี้เป็นประเพณีของคนร้ายที่พยายามก่อเหตุในช่วงสำคัญซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามจับกุมให้ได้และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่

ด้าน พล.ต.ท. สราวุฒิ การพานิช ผบช.สันติบาล กล่าวว่า แหมขนาดนี้ยังไม่มีการข่าวที่ระบุว่ากลุ่มคนร้ายในสามจังหวัดใช้แดนภาคใต้จะเข้าไปก่อเหตุในพื้นที่ส่วนกลางหรือแหล่งท่องเที่ยวสถานที่สำคัญ แต่ในแง่การข่าวต้องไม่ประมาทขอความร่วมมือให้ตำรวจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คอยสอดส่องและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของคนร้ายกลุ่มนี้เป็นพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายเคลื่อนไหวก่อเหตุ เคยทำในกรุงเทพมหานครและ 7 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนหน้านี้

 

ที่มา : มติชนออนไลน์