เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จากบัตรเครดิตสู่ Loyalty Ecosystem แอร์เอเชีย-แบงก์กรุงเทพ ดันลูกค้าเดินทางซ้ำ
Biz Movement จากบัตรเครดิตสู่ Loyalty Ecosystem แอร์เอเชีย-แบงก์กรุงเทพ ดันลูกค้าเดินทางซ้ำ
‘ยู เจียรยืนยงพงศ์’ ถอดรหัส ‘รถบรรทุกจีน’ บุกถึงชุมพร ส่องช่องโหว่กฎหมาย-ทางรอดโลจิสติกส์ไทย
Economic ‘ยู เจียรยืนยงพงศ์’ ถอดรหัส ‘รถบรรทุกจีน’ บุกถึงชุมพร ส่องช่องโหว่กฎหมาย-ทางรอดโลจิสติกส์ไทย
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘อุดม สิทธิวิรัชธรรม’ เป็นประธานศาล รธน. ’จักรพงษ์ วิวัฒน์วานิช‘ นั่งตุลาการ
Politics โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘อุดม สิทธิวิรัชธรรม’ เป็นประธานศาล รธน. ’จักรพงษ์ วิวัฒน์วานิช‘ นั่งตุลาการ
ทุเรียนชายแดนใต้แสนตัน ต้นทุนพุ่งราคาต่ำรอบ 10 ปี 
Economic ทุเรียนชายแดนใต้แสนตัน ต้นทุนพุ่งราคาต่ำรอบ 10 ปี 
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘วีรพงศ์ สุดาวงศ์’ เป็นประธานศาลฎีกา ตั้งแต่ 1 ต.ค. 69
Politics โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘วีรพงศ์ สุดาวงศ์’ เป็นประธานศาลฎีกา ตั้งแต่ 1 ต.ค. 69
XPENG ยกระดับ ‘เซอร์วิส’ มัดใจลูกค้าไทย
Automotive XPENG ยกระดับ ‘เซอร์วิส’ มัดใจลูกค้าไทย
ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘สําราญ นวลมา’ เป็น ผบ.ตร. ตั้งแต่ 1 ต.ค. 69
Politics โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘สําราญ นวลมา’ เป็น ผบ.ตร. ตั้งแต่ 1 ต.ค. 69
ยักษ์รับเหมาวิกฤตเงินขาดมือ สะเทือนตึกใหม่มหาดไทยล่าช้า
Real Estate ยักษ์รับเหมาวิกฤตเงินขาดมือ สะเทือนตึกใหม่มหาดไทยล่าช้า
บิ๊กมูฟแสนล้านเจ้าสัวเจริญ บุกสิงคโปร์-ปักธงริมเจ้าพระยา
Real Estate บิ๊กมูฟแสนล้านเจ้าสัวเจริญ บุกสิงคโปร์-ปักธงริมเจ้าพระยา
ดูทั้งหมด

KTB รับปัจจัยบวกสลากดิจิทัล ขายผ่าน “เป๋าตัง” หนุนผู้ใช้บริการพุ่ง

09 มิ.ย. 2565 | 09:05น.
เป๋าตัง

 

หุ้น KTB รับปัจจัยบวกขายสลากดิจิทัลผ่าน “เป๋าตัง” โบรกฯมองเป็นแรงหนุนเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ-เพิ่มโอกาสนำเสนอโปรดักต์ในอนาคต ชี้นัยต่อกำไรในระยะสั้นไม่มาก “บล.กสิกรไทย” ประเมินกำไรปีนี้พุ่ง 29,443 ล้านบาท เติบโต 36% จาก “เงินลงทุน-ตั้งสำรองหนี้เสียลดลง” ฟาก “บล.พาย” มองทั้งปีกำไร 25,600 ล้านบาท เติบโต 19% ชี้ไตรมาสแรกกำไร “พีกสุด” แล้ว ด้าน “ประธานบอร์ดสลาก” ยันโอนเงินรางวัลสลากผ่านพร้อมเพย์ไม่ได้ค่าฟี-ได้แต่ค่าขึ้นรางวัล

นายกรกช เสวตร์ครุตมัต ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรหุ้นธนาคารกรุงไทย (KTB) ปี 2565 ที่ 29,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) ที่ทำได้ 21,588 ล้านบาท โดยกำไรไตรมาส 1 รายงานออกมาแล้ว 8,780 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 2 ประเมินว่ากำไรจะน้อยกว่าไตรมาสแรกที่มีกำไรจากส่วนที่เป็นเงินลงทุนและการตั้งสำรองหนี้เสียที่ค่อนข้างน้อย

“ไตรมาส 2 คาดว่ากำไรกรุงไทย จากเงินลงทุนไม่น่าจะเยอะเท่าเดิม เพราะมีการปรับโครงสร้างหนี้ไปพอสมควร รวมถึงไตรมาสถัดไป ก็น่าจะได้เห็นการตั้งสำรองหนี้ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งหากดูกำไรรายไตรมาสเทียบ YOY จะเห็นการเติบโตค่อนข้างดี แต่หากเปรียบเทียบไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) ก็อาจจะยังสู้ไตรมาส 1 ไม่ได้”

สำหรับปัจจัยที่ KTB มีการเปิดให้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง มองว่าเป็นพัฒนาการเชิงบวก เนื่องจากเป็นแอปที่ทาง KTB พัฒนาขึ้นมา แต่ KTB ก็เป็นเพียงผู้แทนจำหน่ายเท่านั้น ผลดีที่ได้จึงเป็นทางอ้อมมากกว่า คือทำให้คนเข้ามาใช้บริการแอปเป๋าตังมากขึ้น

โดยบริการต่าง ๆ ที่อยู่บนแอป ก็เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ KTB ไม่ว่าจะเป็น ประกัน, กองทุน จึงมองว่าน่าจะทำให้ยอดการเข้าใช้บริการของแอปเพิ่มมากขึ้น และเปิดโอกาสให้ KTB ได้นำโปรดักต์ทางการเงินต่าง ๆ เข้ามานำเสนอได้ด้วย และน่าจะเห็นรายได้จากค่าธรรมเนียมของกรุงไทยที่ค่อย ๆ ปรับตัวขึ้น จากการเข้าใช้บริการแอปที่เพิ่มขึ้น

กำไรหุ้น

ทั้งนี้ เดิมจะเห็นว่าหุ้น KTB เป็นหุ้นที่มีราคาถูกที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ แต่หลังจากนี้ หากได้รายได้จากค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นตัวที่มี ROE ดี ก็จะเข้าไปช่วยเสริมมูลค่าหุ้นได้ ดังนั้น โดยรวมมีมุมมองบวกต่อหุ้น KTB แต่ว่าปัจจัยเดียวจากสลากดิจิทัล จะไม่ได้ถึงขั้นที่ว่าจะต้องมีการปรับประมาณการกำไรใหม่ แต่ประเมินว่าอนาคต KTB น่าจะต่อยอดตรงนี้ได้อีกไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ที่จะเข้ามานำเสนอเพิ่มเติมได้

“กรุงไทยคงไม่ได้กำไรจากการขายสลากมากนัก แต่อาจจะได้รายได้บน transaction โดยกำไรจากตรงนี้ ก็อาจจะมีในระดับหนึ่ง แต่คงไม่น่าจะมีนัยกับผลประกอบการของแบงก์มากนัก”

นายกรกชกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันราคาหุ้น KTB ปรับขึ้นมาถึงราคาเป้าหมายแล้วที่ 15.50 บาทต่อหุ้นแล้ว โดยระยะสั้นคาดว่า ราคาน่าจะวิ่งอยู่ในกรอบราคาที่ 15.50-16.00 บาทต่อหุ้น โดยราคามีโอกาสที่จะอัพไซด์ได้ไม่มากในช่วงสั้น ๆ เพราะรายได้ในเชิงกำไร ยังไม่มีการปรับประมาณการใหม่ ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนอาจจะรอให้ราคาหุ้นปรับตัวลงต่ำกว่า 15.00 บาทต่อหุ้น จะเป็นจังหวะเข้าซื้อได้ และพอจะมีอัพไซด์ต่อ

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.พาย (Pi) กล่าวว่า KTB คงไม่ได้กำไรจากสลากดิจิทัลมากนัก โดยการทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ก็อาจจะได้กำไรจากธุรกรรมบ้าง แต่คงไม่ได้มาก อย่างไรก็ดี หากมองในแง่ของผู้ใช้บริการก็คงสูงขึ้น เพราะก่อนหน้าจำนวนผู้ใช้บริการบนแอปเป๋าตังที่มาจากมาตรการคนละครึ่งก็มากอยู่แล้ว จนทำให้ KTB มีฐานลูกค้าที่ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่นสูงที่สุด แต่ส่วนใหญ่เป็น transaction เกี่ยวกับโครงการภาครัฐ

“เราไม่ได้คิดว่า การเป็นตัวกลางซื้อขายสลากดิจิทัลจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กรุงไทย แต่จากจำนวนผู้ใช้บริการแอปเป๋าตังที่มีมากถึง 10 ล้านคน จึงมองตรงนี้เป็นจุดแข็งของกรุงไทยที่แนะนำซื้อหุ้นได้อยู่แล้ว แต่กรุงไทยจะทำอย่างไรให้ลูกค้ามาซื้อผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้ ไม่ใช่เป็นแค่ตัวกลาง จึงมองว่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำธุรกรรมขายสินค้าในอนาคตมากกว่า”

นายธนเดชกล่าวว่า บล.พาย ประเมินกำไรหุ้น KTB ปีนี้อยู่ที่ 25,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% โดยกำไรไตรมาส 1 ถือว่าสูงที่สุด (พีก) ในปีนี้แล้ว ทั้งนี้ ราคาเป้าหมายแนะนำซื้อที่ 16.10 บาทต่อหุ้น ซึ่งปัจจุบันราคาปรับขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว อัพไซด์จึงมีจำกัด จึงแนะนำนักลงทุนว่าอาจจะรอให้ราคาปรับลงมาแล้วค่อยเข้าซื้อ จะเพิ่มความน่าสนใจได้มากกว่าซื้อตอนราคาขึ้น เนื่องจากอัพไซด์จะน้อย แต่สำหรับใครมีอยู่แล้วก็สามารถถือต่อไปได้

ด้านนายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่ากรุงไทยได้รับค่าธรรมเนียมการโอนเงินจากผู้ซื้อสลากดิจิทัล ไปยังสำนักงานสลากฯ ครั้งละ 10 บาทนั้น ไม่น่าจะใช่ เนื่องจากเป็นการโอนเงินโดยใช้ระบบของพร้อมเพย์ ซึ่งไม่มีค่าธรรมเนียมอยู่แล้ว เช่นเดียวกับโครงการตามนโยบายรัฐอื่น ๆ

อย่างไรก็ดี ธนาคารกรุงไทยจะมีรายได้ในเรื่องการขึ้นเงินรางวัล กรณีผู้ถูกรางวัลขึ้นเงินผ่านแอปเป๋าตัง ที่ต้องผูกกับบัญชีกรุงไทย จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 1% บวกค่าอากรแสตมป์ 0.5% ทั้งนี้ หากเป็นรางวัลที่ 1 จะต้องขึ้นรางวัลที่สำนักงานสลากฯเท่านั้น ซึ่งจะเสียค่าอากรแสตมป์ 30,000 บาทต่อสลาก 1 ใบ ไม่ใช่ 1.5% หรือ 90,000 บาท ตามที่มีกระแส

“รางวัลอื่น ๆ หากประชาชนไม่มีบัญชีธนาคารกรุงไทย ก็สามารถไปขึ้นเงินรางวัลที่สำนักงานสลากฯได้ จะเสียเพียงค่าอากรแสตมป์ 0.5% เท่านั้น แต่ในอนาคตสำนักงานสลากฯจะเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชน โดยมีการปรับเปลี่ยนให้สามารถผูกบัญชีธนาคารอื่น ๆ ได้ เพื่อความสะดวกของผู้ซื้อ ทั้งนี้ หากเป็นรางวัลที่ 1 จะต้องมาขึ้นรางวัลที่สำนักงานสลากฯเท่านั้น” นายลวรณกล่าว

ทั้งนี้ สลากดิจิทัลขายผ่านแอปเป๋าตังมีทั้งสิ้น 5.2 ล้านใบ ซึ่งใช้เวลาขายเพียง 4 วัน ก็หมด ทั้งนี้ ในอนาคตอาจจะมีการขยับโควตาเพิ่มอีก โดยทางสำนักงานสลากฯ ขอประเมินอีก 2 งวดก่อน