เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

กรณ์ชง 3 ทางออกแก้วิกฤตพลังงาน แทรกแซงค่าการกลั่น-เก็บภาษีลาภลอย

12 มิ.ย. 2565 | 13:29น.
กรณ์ จาติกวณิช

กรณ์ หัวหน้าพรรคกล้า ชง 3 ทางออก แก้วิกฤตพลังงาน แทรกแซงกำหนดเพดานค่าการกลั่น-ล่า 1 หมื่นชื่อ ออกกฎหมายเก็บภาษีลาภลอยปิโตรเลียม ฝากบอก สุพัฒนพงษ์ ไม่ใช่เวลามาเกรงใจเพื่อน ๆ

วันที่ 12 มิถุนายน 2565 ที่พรรคกล้า นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า แถลงข่าวกรณีวิกฤตพลังงานและราคาน้ำมัน ว่าภายใต้หัวข้อ “คนไทยโดนปล้น ! ค่ากลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 10 เท่า” ว่าคนไทยที่เดือดร้อนอยู่แล้วในทางเศรษฐกิจปากท้องในวันนี้ กำลังถูกปล้นอย่างไร ที่สำคัญมีแนวทางแก้ไขอย่างไร ปัญหาที่จะพูดถึงเป็นเรื่องใหญ่มากและมีผลกระทบต่อเรื่องปากท้องพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด เรื่องที่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด คือ ราคาน้ำมัน

สิ้นเดือน หนี้กองทุนน้ำมัน ทะลุ แสนล้าน

นายกรณ์กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อาจจะอธิบายได้ว่า เป็นเพราะปัญหาสงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน และรัฐบาลได้ชดเชยราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ทำให้ภาระต้นทุนราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ต่ำลงเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียน จากการชดเชยโดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและแก๊ซแอลพีจี และการปรับลดภาษีสรรพสามิต

“ประเด็นปัญหาของมาตรการนี้ คือ ไปสร้างหนี้กองทุนน้ำมันฯ วันนี้ภาระหนี้วันนี้แบกอุ้มต่อไปไม่ไหวแล้ว ณ สิ้นเดือน กองทุนน้ำมันฯ เป็นหนี้ระดับ 8.6 หมื่นล้านบาท สูงที่สุดในประวัติการณ์ หรือมีหนี้สิ้นเพิ่มเดือนละ 2 หมื่นล้านบาททุกเดือน และภายในสิ้นเดือนนี้ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนนโยบาย หนี้จะเพิ่มทะลุ 1 แสนล้านบาทแน่นอน” นายกรณ์กล่าว

นายกรณ์กล่าวว่า ปัญหา คือ กองทุนน้ำมันฯ ไม่มีสถานะที่รัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน ต้องวิ่งกู้เงินจากสถาบันการเงินทั่วไป แล้ววันนี้สัญญาณชัดเจนว่า สถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุดให้แก่กองทุนน้ำมันฯอีกแล้ว พูดอย่างง่าย วันนี้กองทุนน้ำมันฯ ไม่สามารถกู้เงินเพิ่มเติมได้อีก คำถามคือการชดเชยราคาน้ำมันหน้าปั๊มให้ถูกลงจะดำเนินต่อไปอย่างถ้ากองทุนน้ำมันฯไม่สามารถกู้เงินเพิ่มเติมได้

ค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น 10 เท่า ภายใน 3 ปี

นายกรณ์กล่าวว่า ประเด็นที่ทำให้คนไทยรู้สึกว่าถูกปล้น คือ เรื่องของค่าการกลั่น ประเทศไทยมีโรงกลั่น 6 โรง ส่วนใหญ่เป็นของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กระบวนการคือ ซื้อน้ำมันดิบจากต่างประเทศ เข้าสู่กระบวนการการกลั่น และขายน้ำมันที่กลั่นแล้ว บางส่วนขายในประเทศ บางส่วนส่งออกต่างประเทศ ปล้นอย่างไร พรรคกล้ามีข้อมูลเปรียบเทียบค่าการกลั่น เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 63 เทียบกับเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 64 เทียบกับเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 65 ข้อเท็จจริง ดังนี้

– ปี 63 ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงจากราคาน้ำมันดูไบ อยู่ที่ 8.10 บาทต่อลิตร เป็นต้นทุนของโรงกลั่นที่ต้องซื้อน้ำมันดิบเข้ามา เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการการกลั่น เฉลี่ยออกมาเป็นราคาน้ำมันสำเร็จรูป 8.98 บาทต่อลิตร หักลบกันกลายเป็น ค่าการกลั่น 0.88 บาทต่อลิตร

– ปี 64 ราคาน้ำมันดินเพิ่มขึ้นจาก 8.10 บาทต่อลิตร เป็น 14.01 บาทต่อลิตร ราคาน้ำมันสำเร็จรูป 14.88 บาทต่อลิตร แต่ส่วนต่าง หรือค่าการกลั่นใกล้เคียงเท่าเดิม คือ 0.87 บาทต่อลิตร

– ปี 65 ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นจาก 14.01 บาทต่อลิตร เกือบเท่าตัว เป็น 25.92 บาทต่อลิตร ราคาน้ำมันสำเร็จรูป 34.48 บาทต่อลิตร เท่ากับค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นมาเป็น 8.56 บาทต่อลิตร

“เท่ากับว่าค่าการกลั่น เพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า ทั้งที่ต้นทุนการกลั่นไม่ได้เปลี่ยนเลย วัตถุดิบสูงขึ้น ราคาขายก็สูงขึ้น แต่ส่วนต่างส่วนกำไรของเหล่าโรงกลั่นของไทยนั้นเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า ซึ่งราคาที่เพิ่มขึ้นนี้ คือ ภาระของประชาชน ภาระการชดเชย ของกองทุนน้ำมันฯ ที่ทำให้กองทุนน้ำมันฯ ต้องติดลบเป็นหนี้มากถึงขนาดนี้ และไม่มีคำอธิบาย ว่าทำไมรัฐบาลถึงปล่อยให้มีการฟันกำไรในระดับที่สูงมากอย่างนี้ในช่วงที่ประชาชนและประเทศชาติเดือดร้อนอยู่” นายกรณ์กล่าว

นายกรณ์กล่าวว่า ในข้อเท็จจริงโรงกลั่นเป็นของใคร มีทั้งเป็นของเอกชน คือ ต่างชาติ และของคนไทย ซึ่งของคนไทยก็คือ ของบริษัท ปตท. ซึ่งมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ 70% ของกำลังการกลั่น 70% ของกำลังการผลิตน้ำมันกลั่น อยู่ในมือของบริษัทในเครือ ปตท. ขอตั้งคำถามว่า รัฐในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงในประเด็นนี้เพื่อให้มีการค้ากำไรในระดับที่มีความเป็นธรรมได้ ไม่ใช่ว่ารัฐไม่ทำเรื่องแบบนี้ เรื่องของค่าการตลาด เป็นอีกหนึ่งต้นทุนในการกำหนดราคาหน้าปั๊ม ในกรณีนี้บริษัท ปตท.ยังแทรกแซงโดยตรง ทำไมค่าการกลั่นถึงได้ปล่อยให้มีการปรับฐานกำไรขึ้นมาถึง 10 เท่า ในช่วงที่ทุกคนกำลังเดือดร้อนอยู่

ชง 3 ข้อ ทางออกวิกฤตพลังงาน

นายกรณ์กล่าวว่า พรรคกล้ามีข้อเสนอ 3 ข้อ ข้อแรก ควรที่จะมีการกำหนดเพดานค่ากลั่น โดยเฉพาะโรงกลั่นที่เป็นของบริษัท ปตท. ในฐานะที่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ กำหนดเพดานที่เหมาะสม กำไรควรจะเป็นเท่าไหร่ และเพื่อความยุติธรรมก็ควรกำหนดพื้นด้วย เพื่อไม่ให้ขาดทุน ซึ่งการกำหนดเพดานจะเป็นเครื่องมือป้องกันไม่ให้ทำกำไรเกินควร เพราะในอดีตไม่เคยมีราคาค่าการกลั่นที่ทิ้งราคาค่าน้ำมันดิบได้ถึงเท่านี้

“ค่าการกลั่นเป็นตัวเลขที่สมมุติขึ้นมา ราคาน้ำมันดิบ คือ เงินที่เราต้องจ่ายจริง แต่พอมากำหนดราคาขาย ไม่ได้เทียบกับต้นทุนหรืออะไรเลย เราไปเทียบกับราคาขายของสิงคโปร์ ซึ่งไม่ได้สะท้อนต้นทุนการผลิต ต้นทุนการดำเนินการแต่อย่างใด และสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นสาเหตุสำคัญของการให้หนี้กองทุนน้ำมันฯเพิ่มขึ้นทุกวัน เพิ่มขึ้นทุกเดือน เดือนละ 2 หมื่นล้านบาท และเป็นสาเหตุสำคัญให้ต้นทุนค่าพลังงานของประชาชนต้องสูงมาก” นายกรณ์กล่าว

นายกรณ์กล่าวว่า ข้อเสนอ ข้อที่สอง เก็บภาษีลาภลอย (Windfall tax) พรรคกล้าถือว่า กำไรที่เกิดขึ้น เป็นกำไรที่ลาภลอยมาให้ผู้ประกอบการ เพราะราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์มีราคาที่ปรับสูงขึ้น ยังไม่นับรวมสต๊อกน้ำมันที่ซื้อมาในราคาที่ถูก แต่ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นรวดเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการได้กำไรจากส่วนต่างตรงนั้นอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นการเก็บภาษีลาภลอยเป็นการช่วยทำให้เอากำไรที่ได้กำไรเกินควรกลับมาช่วยเหลือประชาชน ลำดับแรก คือ กลับมาช่วยเหลือกองทุนน้ำมันฯ จะได้มีกำลังในการชดเชยช่วยเหลือประชาชนต่อไป

“พรรคกล้าจะไม่รอให้รัฐบาลทำในเรื่องนี้ (กฎหมายภาษีลาภลอย) เพราะเราได้มีการร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาแล้ว และจะเข้าสู่กระบวนการขอชื่อสนับสนุนเพื่อยื่นให้รัฐบาลและสภาพิจารณาต่อไป” นายกรณ์กล่าว

นายกรณ์กล่าวว่า ข้อเสนอ ข้อที่สาม รัฐบาลถึงเวลาที่จะต้องจริงจังกับการกำหนดมาตรการประหยัดการใช้พลังงาน เริ่มต้นด้วยเรื่องง่าย ๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ เรื่องง่าย ๆ เช่น อนาคตการประชุมสภาระดับอุณหภูมิที่เปิดในสภา ระดัยอุณหภูมิที่เปิดในห้องประชุมคณะรัฐมนตรีต้องปรับเพื่อประหยัดพลังงาน รวมไปถึงมาตรการการชดเชย ชดเชยในส่วนที่จำเป็น ชดเชยในส่วนที่เดือดร้อนจริง แต่อาจจะทบทวนการเหวี่ยงแหการชดเชยราคาน้ำมันในทุกกรณี ให้กับทุกคน เป็นมาตรการที่เราแบกรับภาระได้ต่อไปหรือไม่

“อีก 10 เดือนจะเข้าสู่การเลือกตั้งอะไรก็แล้วแต่ แต่รัฐบาลต้องกล้าทำเรื่องยาก กล้าที่จะพูดความจริงกับประชาชนในเรื่องการมาตรการการประหยัด เพราะเป็นเรื่องที่จำเป็น” นายกรณ์กล่าว

บี้ สุพัฒนพงษ์ ไม่ใช่เวลามาเกรงใจเพื่อน

นายกรณ์กล่าวว่า มีแนวโน้มว่าจะมีปัญหานี้อยู่ไปอีกนาน ประเด็นจริง ๆ คือ ค่าการกลั่น ที่เรามองไม่เห็น ไม่ได้ดูต้นทุน ดูราคาที่กลั่นแล้วกับราคาน้ำมันดิบ นำไปสู่คำว่าลาภลอย ควรจะแฟร์ ๆ ที่จะนำกลับมาสู่สังคม ซึ่ง 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ใช้ประเทศนิดเดียว แต่ส่งออกจำนวนมาก ดังนั้นควรกำหนดค่าการกลั่นในประเทศให้เป็นธรรมมากกว่านี้

“ผมไม่ค่อยเข้าใจว่า ผู้มีอำนาจปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้ได้อย่างไร กระทรวงพลังงานมีอำนาจโดยตรง อยากฝากบอกท่านรัฐมนตรีรู้ดีเพราะเป็นลูกหม้อ ปตท. อยากฝากบอกท่าน (นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน) ช่วงเวลานี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะมาเกรงใจเพื่อน ๆ มันมีวิธีที่เราสามารถช่วยเหลือบ้านเมือง ช่วยเหลือประชาชนได้ทันที ท่านต้องรีบตัดสินใจ กระทรวงการคลังก็มีส่วน เพราะมีหุ้นอยู่ในโรงกลั่น ต้องใช้ทุกพลังที่มีในการหาความเป็นธรรมให้กับสังคมไทย”

คำถาม คือ ทำไมถึงไม่ทำอะไร ทำไมถึงปล่อยให้กองทุนน้ำมันฯ ติดหนี้ จนกำลังจะเด้งแล้ว เพราะไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีความสามารถที่จะชดเชยให้กับคนไทยได้ต่อไปแล้ว เพราะไม่มีใครปล่อยเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมันฯ ทุกคนที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่ มีอำนาจที่จะใช้ช่วยเหลือประชาชนได้ก็ต้องใช้ ผมไม่ได้มามีประเด็นว่า ใครต้องอยู่ในตำแหน่งหรือไม่อยู่ในตำแหน่ง แต่ตราบใดที่อยู่ในตำแหน่ง ขอให้ทำทุกอย่างที่ทำได้และควรจะทำเพื่อช่วยประชาชน” นายกรณ์กล่าว

ล่า 1 หมื่นรายชื่อเสนอ กม.ภาษีลาภลอยปิโตรเลียม

นายกรณ์กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจตอนนี้กำลังเข้าสู่วิกฤตจริง ๆ เรานิ่งดูดายไม่ได้เลย เช่น อัตราเงินเฟ้อสูงทั่วโลก วันจันทร์เราต้องทำใจ ตลาดหุ้นไทยเปิดมา ไม่น่าจะรอด หนึ่งในต้นตอเงินเฟ้อ คือ ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อเป็นภัยอันตรายต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อย มากกว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่อาจจะช้าลง เศรษฐกิจโตคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุด คือ นายทุน ผู้ประกอบการ รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเงินเฟ้อ และเป็นประเด็นที่ท้าทาย

“เป็นปีที่ 2 ที่บัญชีเดินสะพัดติดลบ เป็นสาเหตุสำคัญให้ค่าเงินบาทอ่อน ในอนาคตพรรคกล้าจะนำเสนอคำตอบว่าเราจะเผชิญกับประเด็นปัญหานี้อย่างไร จะสร้างรายได้ให้บัญชีเดินสะพัดกลับมาเป็นบวกได้อย่างไร เราสร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่าเงินออกนอกประเทศอีกครั้งได้อย่างไร เพื่อให้คนไทยมีเงินในกระเป๋า ทำให้ค่าเงินบาทมีความเข้มแข็ง ซึ่งจะมีส่วนช่วยโดยตรงในการกดอัตราเงินเฟ้อไม่ให้เป็นภาระกับประชาชน โดยพี่น้องคนยากคนจน” นายกรณ์ทิ้งท้าย

ขณะที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวว่า การเก็บภาษีลาภลอย ในอดีตรัฐบาลยุคคสช.เคยจะนำมาใช้ในกรณีอสังหาริมทรัพย์ หรือเรียกว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของรัฐ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ และปัจจุบันหนี้จุกอก ทั้งหนี้สาธารณะ รวมถึงกองทุนน้ำมันฯ ไม่มีความสามารถที่จะกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ และหนี้กึ่งการคลัง ต้องคิดฉีกออกจากกรอบ

“ขณะนี้ผมกำลังเตรียมร่างกฎหมายการเก็บภาษีลาภลอยจากปิโตรเลียมฉบับนี้ เรื่องค่าการกลั่น ซึ่งการเสนอกฎหมายของภาคประชาชนต้องรวบรวมรายชื่อให้ได้ 1 หมื่นรายชื่อ ซึ่งผมคิดว่าจะช้า ไม่ทันหนี้กองทุนน้ำมันที่จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 1 แสนล้านบาท จึงขอให้รัฐบาลทำร่างกฎหมายการเก็บภาษีลาภลอยฉบับ ครม.จะรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกทางหนึ่ง การช่วยเหลือประชาชนด้วยการชดเชยกองทุนน้ำมันฯก็จะเดินต่อไปได้” นายอรรถวิชช์ตบท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรณ์ จาติกวณิช