เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศาลรัฐธรรมนูญ มติเอกฉันท์ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัด รธน.
Politics ศาลรัฐธรรมนูญ มติเอกฉันท์ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัด รธน.
‘เชียงใหม่’ รับมือจีนแห่ซบญี่ปุ่น ชูความปลอดภัย-วิถีสโลว์ไลฟ์เมืองเก่า
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘เชียงใหม่’ รับมือจีนแห่ซบญี่ปุ่น ชูความปลอดภัย-วิถีสโลว์ไลฟ์เมืองเก่า
‘อนุทิน’ ถึงมาเลเซีย ‘อันวาร์’ รอรับ ลุยหารือความร่วมมือการค้า-ลงทุน
Politics ‘อนุทิน’ ถึงมาเลเซีย ‘อันวาร์’ รอรับ ลุยหารือความร่วมมือการค้า-ลงทุน
ชัชชาติ ชูสองนิ้ว คัมแบ็ก ผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 เผยตื่นเต้นเล็กน้อย
Politics ชัชชาติ ชูสองนิ้ว คัมแบ็ก ผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 เผยตื่นเต้นเล็กน้อย
‘เนสท์เล่’ ลงทุนครั้งใหญ่ 2.3 หมื่นล้าน เชื่อมโยงเกษตรกร ยกระดับไทยสู่ฐานผลิตกาแฟภูมิภาค
Economic ‘เนสท์เล่’ ลงทุนครั้งใหญ่ 2.3 หมื่นล้าน เชื่อมโยงเกษตรกร ยกระดับไทยสู่ฐานผลิตกาแฟภูมิภาค
ก.ล.ต. ยันระบบยื่นแบบ 246-2 เป็นสากล ขอให้นักลงทุนเชื่อมั่น “สุภาพร พิมพงษ์” เป็นใครยังไม่เฉลย
Finance ก.ล.ต. ยันระบบยื่นแบบ 246-2 เป็นสากล ขอให้นักลงทุนเชื่อมั่น “สุภาพร พิมพงษ์” เป็นใครยังไม่เฉลย
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,250 บาท
ค่าเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบ 14 เดือน ที่ 33.54 บาท/ดอลลาร์ สงครามตึงเครียด
Finance ค่าเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบ 14 เดือน ที่ 33.54 บาท/ดอลลาร์ สงครามตึงเครียด
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลัง ‘ทรัมป์’ ประกาศยกเลิกข้อตกลงหยุดยิง-ขู่โจมตีอิหร่านอีกครั้ง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลัง ‘ทรัมป์’ ประกาศยกเลิกข้อตกลงหยุดยิง-ขู่โจมตีอิหร่านอีกครั้ง
ดูทั้งหมด

แกร็บ พลิกขาดทุนเป็นกำไร Next step พันธกิจที่มากกว่าธุรกิจ

10 ก.ค. 2565 | 09:30น.
วรฉัตร ลักขณาโรจน์
สัมภาษณ์พิเศษ

แพลตฟอร์มดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตผู้คนและธุรกิจมากขึ้นมาก ยิ่งช่วงโควิด-19 “แกร็บ” (GRAB) หนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีบทบาทมาก จนถึงกับมีคำกล่าวกันว่า “ตกงานก็มาขับแกร็บ” ล่าสุดขยายมาปล่อยสินเชื่อรายวันกับ “ร้านค้า และคนขับ” จนได้นิกเนมใหม่ว่า “บังแกร็บ”

ปีนี้ แกร็บ ประเทศไทย เข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว กับการทำงาน ในพันธกิจ “แกร็บ ฟอร์ กู๊ด-เพื่อชีวิตที่ดีกว่า”

เบื้องหลัง “แพลตฟอร์ม”

“วรฉัตร ลักขณาโรจน์” กรรมการบริหาร แกร็บ ประเทศไทย เล่าว่า เขาเริ่มงานกับแกร็บเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการแกร็บ ไฟแนนเชียล ด้วยว่าเบื้องหลังการเป็นแพลตฟอร์ม คือระบบการชำระเงินแต่ละวันต้องจ่ายเงินให้ร้านค้าและคนขับจำนวนมาก

“ผมเคยทำงานธนาคารมาก่อน ในช่วงปีท้าย ๆ เริ่มรู้สึกว่าอยากทำอะไรที่สร้างอิมแพ็กต์ให้กับสังคม เมื่อได้รับออฟเฟอร์จึงตัดสินใจมาร่วมงานด้วย ตอนนั้นแกร็บเริ่มเห็นแล้วว่า ถ้าไม่ทำระบบการเงินเองจะเดินหน้าต่อได้ยาก เพราะเราจ่ายเงินให้คนขับ ให้ร้านค้า ร้านอาหาร ทำวอลเลต จ่ายบัตรเครดิต ทำประกัน ไปจนทำเรื่องสินเชื่อ แต่ละวันเป็นเงินมหาศาล”

เมื่อ 3 ปีก่อน “แกร็บ” ยังเล็กกว่าทุกวันนี้มาก “แกร็บฟู้ด” เพิ่งเริ่มได้ไม่นาน

“แกร็บไฟแนนเชียล ผมก็เป็นคนเข้ามาตั้งธุรกิจนี้ ตั้งแต่ขอไลเซนส์ทำมาสักปีก็ขยายมาดูงานที่เกี่ยวกับรัฐกิจสัมพันธ์เพิ่มเติม ตอนนั้นก็ไม่คิดว่าจะเป็นงานที่ใหญ่และเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วนขนาดนี้”

“โควิด” จุดเปลี่ยนสำคัญ

“วรฉัตร” บอกว่าโควิดทำให้บริษัทมองตนเองเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับภาครัฐที่หันมาให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมากขึ้น

“ตอนนั้นทุกกระทรวงเรียกหาเราหมดเลย จนเราทำตัวไม่ถูก เป็นที่มาว่าผมต้องลงมาดูตรงนี้เพิ่ม เพราะเป็นบอร์ดของแกร็บในไทยด้วย โควิดยังเป็นที่มาของพันธกิจ “แกร็บ ฟอร์ กู๊ด” อีกด้วย เพราะทำให้เห็นว่าบริษัทเรามีบทบาทมากกว่าการเป็นแค่เทคคอมปะนี เราต้องรับผิดชอบชีวิตคนมหาศาล ถ้าไม่มีธรรมาภิบาลจะกระทบคนจำนวนมาก”

“แกร็บ ฟอร์ กู๊ด” เป็นพันธกิจในทุกประเทศ อย่างในไทยถือว่า ลงลึกมาก และเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่สำคัญ

และชัดเจนว่า ธุรกิจแพลตฟอร์ม หรือแอปพลิเคชั่นอย่าง “แกร็บ” ทำให้เกิดการทำงานรูปแบบใหม่ที่มีความเป็นอิสระ สอดคล้องกับเทรนด์การทำงานในโลกยุคใหม่

“พาร์ตเนอร์ คนขับ หลายแสนคนที่อยู่กับเรา มากถึง 71% ทำพาร์ตไทม์ เราจึงมีส่วนสำคัญในเทรนด์การทำงานยุคใหม่ที่จะเน้นการจ้างงานแบบชั่วคราว หรือที่เรียกว่า Gig Economy”

โดยจะเน้น 5 เรื่อง หรือ 5อ. ทำให้รูปแบบการทำงานยุคใหม่มีมาตรฐานดีขึ้น

“5อ.” ขับเคลื่อน Gig Economy

ประกอบด้วย 1. “อิสระ” ส่งเสริมรูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่น 2. “โอกาส” เปิดโอกาสให้ผู้คนอยู่ร่วมกันได้บนความหลากหลาย 3. “อ-อบรม” มีการอบรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะที่จำเป็น 4. “อ-อุ่นใจ” พัฒนาสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อสร้างความอุ่นใจ และ 5. “อ-อดออม” ส่งเสริมการอดออมและบริหารทางการเงิน

“เราต้องการเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างโอกาสในการหารายได้ผ่านการให้บริการอย่างเท่าเทียม โดยไม่จำกัดเพศ วัย การศึกษาแม้แต่ผู้พิการทางการได้ยิน ก็เป็นพาร์ตเนอร์คนขับได้ มีการให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น ประกันอุบัติเหตุ, การให้สินเชื่อ”

ด้วยความที่ 71% ของพาร์ตเนอร์ “คนขับ” เป็นพาร์ตไทม์ ทำแค่ไม่กี่ชั่วโมงไม่สามารถบังคับอะไรได้ จึงต้องมีสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อจูงใจ เช่น การให้โบนัส และรีวอร์ดต่าง ๆ กรณีมารับ-ส่งคนในช่วงพีก เช้ากับเย็นก็จะมีรายได้สูงกว่าปกติ เป็นต้น

พันธกิจที่มากกว่าธุรกิจ

“เรียกว่า Double Bottom Line เอาสองเรื่องมาผูกกัน คือโจทย์ธุรกิจกับความยั่งยืน หรือ ESG เพราะรู้ว่าแยกกันไม่ได้เลย อย่างกลุ่มคนขับ ทำยังไงไม่ให้เขาประท้วง ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจแต่เป็นเรื่องการดูแลให้เขาอยู่ร่วมกันกับเราอย่างไร กลุ่มคนขับถ้าสังเกตจะเห็นว่าคนขับแกร็บไม่ประท้วงแล้ว ครั้งสุดท้ายที่เห็นก็ไม่ได้ประท้วงเรา เป็นสัญญาณว่าเราอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนได้จริง ๆ”

หรือในกลุ่มร้านอาหารอาจมีช่วงที่ กระทรวงพาณิชย์บอกว่า อยากให้ลดค่าจีพี จริง ๆ ชื่อจีพี ไม่แน่ใจมาจากไหน แต่คอนเซ็ปต์คือรายได้ของเราที่ต้องไปมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งร้านอาหารจำนวนมาก โอเคกับค่าคอมมิชชั่น เพราะมองเราเป็นแพลตฟอร์มการตลาดที่จ่ายแบบ Pay Per Use ไม่เหมือนร้านไปโฆษณาบนโซเชียลมีเดียต่าง ๆ แม้ไม่มียอดขายก็ต้องจ่ายค่าโฆษณา

“วรฉัตร” อธิบายอีกว่า ค่า GP ที่ระบุกันว่าสูงถึง 30% เป็นอัตราเริ่มต้นสำหรับร้านที่เพิ่งเข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ แต่หลังจากนั้นจะมีข้อเสนอหลายรูปแบบที่ค่าคอมมิชชั่นอาจลดลง

“จริง ๆ สิ่งที่ร้านอาหารต้องการคือยอดขาย เราไม่เคยไปล็อกว่าคุณต้องทำกับเราเท่านั้น เขาอาจมีทุกแอป อันไหนมียอด เขาก็จะอยู่กับเจ้านั้น”

มีความสุขไปด้วยกัน

ขับเคลื่อนการทำงานบนความเชื่อที่ว่า ถ้าคนขับและร้านค้ามีความสุข ก็จะส่งผลถึงผู้ใช้บริการ เรียกได้ว่า “แฮปปี้” ไปด้วยกันทั้งหมดได้

ในมุมของการดูแลพาร์ตเนอร์ การมีประกันชีวิตและบริการสินเชื่อถือเป็น “หัวใจ” ที่่สร้างความแตกต่าง ทั้งให้กับทุกคน ยิ่งมี “สินเชื่อ” ยิ่งแตกต่าง เปรียบได้กับ “สินเชื่อสวัสดิการ” เพราะให้ “ผ่อนศูนย์เปอร์เซ็นต์” ทั้งมือถือ ทีวี ตู้เย็น มอเตอร์ไซค์ไปจนถึงรถยนต์ทำให้ประหยัดดอกเบี้ยไปได้มาก

“เราเรียกสิ่งที่เราทำว่าการ สปิน เดอะ วีล คือหมุนวงล้อ บริการการเงิน หรือสิทธิประโยชน์พวกนี้เป็นน้ำมันหล่อลื่นที่ทำให้คนขับมีความสุข ถ้าคนขับมีความสุข ก็ไปส่งของอย่างมีความสุข ลูกค้าก็มีความสุข ออร์เดอร์ก็เพิ่ม วนไปมา เราอาจไม่ได้คิดถึงเรื่องบอตทอมไลน์แบบแยกตามผลิตภัณฑ์ แต่มองภาพรวมทั้งหมดเป็นบวกเป็นใช้ได้”

และถ้ามองการปล่อยสินเชื่อเป็นธุรกิจเพื่อผลกำไรอย่างเดียว ก็จะไม่สามารถดึงให้คนเข้ามาใช้บริการได้มาก

“แกร็บทำได้ เพราะเป็นอีโคซิสเต็ม คนถามว่า ปล่อยสินเชื่อแล้วหนี้เสียเยอะไหม ผมบอกว่าน้อย ทุกคนแปลกใจ ผมก็อธิบายให้ฟังว่า เวลาคนขับหรือร้านอาหารกู้เงินกับเรา เขาไม่ได้มองว่าเราเป็นสถาบันการเงินแต่มองว่าเราเป็นแหล่งรายได้

ถามว่า คุณจะเบี้ยวหนี้คนที่เป็นแหล่งรายได้คุณทำไม สินเชื่อเราเป็นสินเชื่อรายวัน เช่น รายได้รายวัน 100 บาท ก็ผ่อนได้ไม่เกินวันละ 20 บาท เวลาไปใช้งานจริงคนขับอาจขับเพิ่มอีกเที่ยวก็ผ่อนได้แล้ว”

“สมัยก่อนเราอาจคิดอะไรสั้นและเร็ว แต่เมื่อเริ่มโตรู้ว่าต้องมีความรับผิดชอบ วิธีคิด วิธีดำเนินธุรกิจก็เปลี่ยนไป เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น รับผิดชอบสังคมมากขึ้น เข้าใจภาคส่วนต่าง ๆ และรับฟังมากขึ้น”

พลิกขาดทุนเป็นกำไร

“วรฉัตร” กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ แกร็บเติบโตขึ้นมากในแง่ความเป็นองค์กร และความคิคความอ่านที่เป็นผู้ใหญ่ เริ่มมองไกลมากกว่าเดิม และมีเป้าหมายที่จะทำให้ธุรกิจมีกำไรให้ได้ “เร็วที่สุด” โดยอย่างแรกที่ต้องทำคือ ลดต้นทุนด้านเทคโนโลยี

“เทคโนโลยีของเราหลายอย่างก็ต้องไปออปติไมซ์ แผนที่ ที่ใช้อยู่ คลาวด์เซอร์วิส เราจะออปติไมซ์ยังไง จะลดต้นทุนยังไง ถ้าลดได้ 5-10% ก็เป็นเงินมหาศาล ถัดมาเป็นเรื่องโปรโมชั่น เริ่มลดลงบ้างแล้ว เพราะไม่สามารถเปย์เงินเข้าไปกับการทำโปรโมชั่นตลอดเวลาได้”

โดย “แกร็บ” จะเน้นย้ำ หรือทำให้ผู้บริโภคเห็นความมีประโยชน์ของแพลตฟอร์ม เช่น ได้นั่งรถที่สะดวกสบาย สะอาด ปลอดภัย หรือสั่งอาหาร มีให้เลือกมาก สะอาด ปลอดภัย มากกว่าที่จะขายการลดแลกแจกแถม ซึ่งจะทำให้ต้นทุนในระยะยาวลดลง ขณะที่ธุรกิจก็เติบโต และผลกำไรก็ตามมา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สัมภาษณ์พิเศษ แกร็บ (Grab)