“รานิล วิกรมสิงเห” นายกรัฐมนตรี 6 สมัยของศรีลังกา ได้รับการโหวตให้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ท่ามกลางการประท้วง หลัง “โกตาบายา ราชปักษา” อดีตประธานาธิบดีหนีออกนอกประเทศ
วันที่ 20 กรกฎาคม 2565 เดอะการ์เดี้ยนรายงานว่า “รานิล วิกรมสิงเห” นายกรัฐมนตรีศรีลังกา ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ แทนที่ “โกตาบายา ราชปักษา” อดีตประธานาธิบดีที่ถูกประชาชนขับไล่ หลังจากนี้ คาดว่าจะเกิดความโกลาหลในหมู่ผู้ประท้วงที่เรียกร้องให้เขาลาออกมานานหลายสัปดาห์
รานิล ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีมา 6 สมัย แต่ไม่เคยครองตำแหน่งประธานาธิบดี คว้าชัยชนะอย่างท่วมท้นในรัฐสภาเมื่อวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ภายหลังการเปิดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ในการลงคะแนนลับ
การลงคะแนนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังผู้ประท้วงพากันขับไล่อดีตประธานาธิบดีโกตาบายาออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางความโกรธแค้นต่อวิกฤตเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงขึ้น
รานิลกำลังเผชิญหนทางที่ยากลำบากในขณะที่ศรีลังกาเจอมรสุมวิกฤตเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายสุดนับตั้งแต่ได้รับเอกราช ประชาชนขาดแคลนอาหารและเชื้อเพลิง ส่วนรัฐสภาต้องเจอกับวิกฤตความเชื่อมั่น
ภายหลังได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี รานิลเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของประเทศ
รานิล อายุ 73 ปี ได้รับการสนับสนุนจากพรรครัฐบาลศรีลังกา “โพดูจานา เปรามูนา” (SLPP) ซึ่งมีที่นั่งมากที่สุดในรัฐสภา และถูกมองว่าเป็นผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลราชปักษา ซึ่งแม้จะไม่ได้อยู่ในอำนาจแล้วแต่ก็ยังมีอิทธิพลต่อพรรคที่พวกเขาก่อตั้ง
รานิลเอาชนะคู่แข่งจากพรรคเดียวกันอย่าง “ดัลลัส อาลาฮัปเปรูมา” รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านส่วนใหญ่ โดยรานิลได้รับคะแนน 134 คะแนน ส่วนดัลลัสได้ไปเพียง 82 คะแนน จากคะแนนทั้งหมด 219 คะแนน
ในบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาร่วมลงคะแนน มี 3 คนที่มาจากตระกูลราชปักษา ซึ่งรวมถึงพี่ชายคนโตอย่าง “มหินทา ราชปักษา” ที่เคยเป็นทั้งประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีศรัลังกา
ถือเป็นครั้งแรกที่เขาออกจากที่พักของครอบครัวราชปักษา หลังจากโกตาบายาถูกขับไล่ออกนอกประเทศ
หลังปรากฏผลลงคะแนน ปรากฏว่าประชาชนในศรีลังกาพากันออกมาประท้วงตามท้องถนนเพื่อต่อต้านการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศของรานิล ผู้ประท้วงจำนวนมากเกรงว่าเขาจะปกป้องตระกูลราชปักษาจากการถูกควบคุมตัว และจะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบตามที่ผู้ประท้วงเรียกร้อง
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รานิลได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน พร้อมกับเรียกผู้ประท้วงว่า “ฟาสซิสต์” พร้อมกับระบุว่าเขาจะปราบปรามการประท้วง หากเขาได้เป็นประธานาธิบดี
รานิลมีประสบการณ์ทางการเมืองยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ และตั้งตนเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และความสามารถที่จะนำทางศรีลังกาผ่านวิกฤตทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดในประวัติาสตร์ โดยเฉพาะในกรณีที่เขาช่วยให้ประเทศเจรจาขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
อย่างไรก็ตาม ความชอบธรรมของเขาในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เสียไปจากความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างเขากับตระกูลราชปักษา และผู้ประท้วงให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าประท้วงต่อไปจนกว่าเขาจะลงจากตำแหน่ง
ในการลงคะแนนลับที่เกิดขึ้นเมื่อวันพุธ มีการประท้วงเงียบ ๆ เกิดขึ้นที่สำนักเลขาธิการประธานาธิบดีในกรุงโคลอมโบ เรียกร้องให้รานิลลาออก
รานิลจะดำรงตำแหน่งประธานาธิดีจนครบเทอมของโกตาบายาในเดือนพฤศจิกายน 2567
- หลายชาติ “ตลาดเกิดใหม่” กำลังวิกฤตตาม “ศรีลังกา”
- ศรีลังกา : ต้นตอวิกฤตคืออะไร สถานการณ์รุนแรงแค่ไหน จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
- ตระกูลราชปักษา นำพาศรีลังกามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
- เงินล้าน สระน้ำ เตียงหรู สิ่งที่ผู้ประท้วงสัมผัสในทำเนียบประธานาธิบดีศรีลังกา