เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
Columns AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
Finance เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
Business ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
Economic FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ต.ค.) ‘ภาคตะวันออก-ใต้’ ฝนตก 60% พื้นที่อื่นฝนลดลง ‘กทม.’ ฝน 40% ของพื้นที่ 
Economic พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ต.ค.) ‘ภาคตะวันออก-ใต้’ ฝนตก 60% พื้นที่อื่นฝนลดลง ‘กทม.’ ฝน 40% ของพื้นที่ 
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (22 ต.ค.) ขยับขึ้น 1.74% อยู่ที่ 84,424 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (22 ต.ค.) ขยับขึ้น 1.74% อยู่ที่ 84,424 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (22 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (22 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘แต้ว-ณฐพร’ ยื่นหนังสือคัดค้าน CG ตัดต่อหลุด ‘โมโน’ สั่งตัดฉากร้อน-เลื่อนฉาย ‘นาคี 3’
News ‘แต้ว-ณฐพร’ ยื่นหนังสือคัดค้าน CG ตัดต่อหลุด ‘โมโน’ สั่งตัดฉากร้อน-เลื่อนฉาย ‘นาคี 3’
กระทรวงแรงงาน ชงมาตรฐานกองถ่าย คุมเวลาทำงาน-แก้ปัญหาค้างค่าจ้าง
HR กระทรวงแรงงาน ชงมาตรฐานกองถ่าย คุมเวลาทำงาน-แก้ปัญหาค้างค่าจ้าง
ดูทั้งหมด

ธปท. คาดประชุมเฟด ทำเงินทุนไหลออกตลาดเกิดใหม่ หนุนเงินบาทอ่อนค่า

27 ก.ค. 2565 | 16:36น.
FX-เงินบาท-ธนบัตร-ดอลลาร์

ธปท.มองเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องหลังประชุมเฟดคืนนี้ เหตุนักลงทุนกังวลนโยบายการเงิน-เศรษฐกิจถดถอยสหรัฐ ทิ้งสินทรัพย์เสี่ยงออกจากตลาดเกิดใหม่ ระบุ เศรษฐกิจไตรมาส 2/65 ขยายตัวต่อเนื่องโตเกิน 3% แรงหนุนการบริโภคเอกชน-ภาคท่องเที่ยว

วันที่ 27 กรกฎาคม 2565 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สำหรับทิศทางกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีการประชุมในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ ประเมินว่า

แนวโน้มนักลงทุนยังคงมีความกังวลในเรื่องความเสี่ยงต่อนโยบายการเงินของสหรัฐ และการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ทำให้มีการปรับสถานะการลงทุนเป็น (Risk off Sentiment) โดยมีการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยแทน หรือออกจากตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets)

ดังนั้น จากความกังวลและความเสี่ยงที่ยังคงมีในตลาดโลก ทำให้ฟันด์โฟลว์ยังคงเป็นไปในลักษณะ Rik off ทำให้เงินบาทยังคงทิศทางอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ สอดคล้องกับตัวเลขเงินบาทเทียบดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน-22 กรกฎาคม 2565 พบว่าค่าเงินบาทเฉลี่ยอ่อนค่าต่อเนื่อง และหากดูดัชนี NEER เมื่อเทียบกับคู่ค้า คู่แข่งยังคงอ่อนค่าเยอะกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนหนึ่งมาจากความกังวลในเศรษฐกิจจีนที่มีปัญหาและมีการล็อกดาวน์ ซึ่งไทยพึ่งพาจีนในเรื่องของนักท่องเที่ยว บาทจึงอ่อนค่า

สำหรับแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในไตรมาสที่ 2/2565 ภาพการคาดการณ์ยังคงไม่ได้เปลี่ยนแปลง โดยยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 1/2565 อยู่ที่ประมาณกว่า 3% มาจากการบริโภคเอกชนเป็นสำคัญ

ส่วนหนึ่งมาจากแรงขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัวดีขึ้นตามการผ่อนคลายมาตรการเปิดประเทศ Test & go และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในไทย โดยในช่วง 6 เดือนแรกมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแล้วจำนวน 2.8 ล้านคน หรือเฉพาะเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 767,500 คน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม ที่อยู่ 520,000 คน

“หากดูภาพเศรษฐกิจไตรมาส 2 ภาพอาจไม่ต่างจากผู้ว่าการ ธปท.เคยพูด โดยจากข้อมูลและเครื่องชี้วัดต่าง ๆ คาดว่าจีดีพีน่าจะขยายตัวได้ 3-3.3% นิด ๆ ส่วนมองไปในไตรมาส 3 ยังคงมีแรงส่งค่อนข้างดี ทำให้ภาพครึ่งปีหลังคงดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี อาจจะต้องรอดูภาพให้ชัดเจนก่อน เนื่องจากยังคงมีปัจจัยบวกและลบ โดยนักท่องเที่ยวจะเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจ และมีด้าน Up Side แต่ก็มีเรื่องที่ต้องจับตาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับของต้นทุน การระบาดของโควิด หรือปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศ แต่ ณ ปัจจุบันภาพจีดีพียังคงอยู่ที่ 3.3% ในปีนี้”

นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจเดือนมิถุนายน 2565 และไตรมาสที่ 2/2565 นั้น หากดูดัชนีชี้วัดเศรษกิจปรับตัวดีขึ้นทุกตัว โดยการบริโภคเอกชนขยายตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้า และหากดูรายไตรมาสขยายตัว 9.8% โดยการใช้จ่ายในหมวดบริการขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งการเข้าพักโรงแรม ขนส่งโดยสาร สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ส่งผลต่อดัชนีการผลิตในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้าที่ระดับ 8.5%

และหากดูภาพรวมตลาดแรงงานสะท้อนภาพการทยอยฟื้นตัวดีขึ้น โดยผู้ประกันตนมาตรา 33 ปรับดีขึ้น 0.5% อยู่ที่ 11.3 ล้านคน และผู้รับสิทธิว่างงานก็ทยอยปรับลดลง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนมิถุนายน และขยายตัว 1.3% ในไตรมาส 2 ซึ่งปรับดีขึ้นทุกองค์ประกอบ ทั้งยอดจดทะเบียนรถบรรทุกเชิงพาณิชย์ เครื่องจักร และภาคการก่อสร้าง และภาพการลงทุนเอกชนที่ดีขึ้นเป็นวงกว้าง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านการลงทุนดีขึ้น

ขณะที่มูลค่าการส่งออกในเดือนมิถุนายนปรับลดลง -0.5% หลังจากเดือนพฤษภาคมเร่งตัวขึ้น 3.5% ถือว่าไปได้ดี และไตรมาส 2 ขยายตัวอยู่ที่ 4.4% โดยภาพชะลอตัวในเดือนนี้มาจากหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ที่มาจากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน ส่วนหมวดอื่น ๆ ปรับดีขึ้น ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 1.9% แม้ว่าภาพรวมไตรมาส 2 จะลดลง -1.1% เป็นผลมาจากขาดแคลนวัตถุดิบ

ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอนขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนตามการเบิกจ่ายงบฯกลาง เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแก้ไขปัญหาโควิด-19 เป็นสำคัญ ส่วนการเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจขยายตัวตามการเบิกจ่ายในโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ขณะที่รายจ่ายลงทุนหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนตามการเบิกจ่ายของหน่วยงานด้านคมนาคมซึ่งได้เร่งไปในช่วงก่อน

สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลลดลงมาอยู่ที่ 1.9 พันล้านดอลลาร์ ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้าขาดดุลอยู่ที่ 3.7 พันล้านดอลลาร์ โดยมาจากดุลบริการปรับดีขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของรายได้นักท่องเที่ยว และดุลรายได้จากการส่งกลับกำไรของธุรกิจต่างชาติเริ่มทยอยปรับลดลง ส่งผลให้ภาพรวมไตรมาสที่ 2 ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ที่ 8.6 พันล้านดอลลาร์

ด้านอัตราเงินเฟ้อในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 7.6% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ 7% มาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.51% ตามราคาอาหารสำเร็จรูปและเครื่องประกอบอาหาร อย่างไรก็ดี ภาพรวมเงินเฟ้อยังคงทยอยปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 3 และจะทยอยปรับลดลงในไตรมาสที่ 4 ตามคาดการณ์เดิม

“หากมองเศรษฐกิจไปข้างหน้าเดือนกรกฎาคมผ่านข้อมูลเร็ว ถือว่าเศรษฐกิจยังคงไปได้ต่อเนื่อง โดยธปท.ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการ พบว่าภาคการค้าและบริการมีแนวโน้มปรับดีขึ้น เนื่องจากมีวันหยุดเยอะ ซึ่งส่งผลดีต่อสินค้าอุปโภคบริโภค และการบริการร้านอาหารและขนส่งดีขึ้น ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ทรงตัว

แม้ว่ามีความต้องการซื้อ แต่จากราคาวัสดุอุปกรณ์ที่ปรับเพิ่มขึ้นยังคงเป็นแรงกดดันภาคการก่อสร้างทั้งรัฐและเอกชน และรายได้ที่ยังไม่กลับมา ส่วนมาตรการคนละครึ่งเฟส 5 มองว่าจะเข้ามาช่วยการบริโภคได้ แต่ประสิทธิผลอาจจะต้องขึ้นอยู่กับจำนวนเม็ดเงินที่ใช้ในการกระตุ้นด้วย”