‘เอ็มจี’ อวด 4 ยนตรกรรมเด่นเวที มอเตอร์โชว์ 2024

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองครบรอบ 100 ปีแบรนด์เอ็มจี นำ 4 ยนตรกรรมรุ่นใหม่สร้างสีสันในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

เริ่มจาก ‘NEW MG CYBERSTER’ สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้าแบบเปิดประทุน 2 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยประตูปีกนกแบบปุ่มสัมผัสเปิด-ปิดและหลังคาซอฟต์ท็อป ไฟหน้าคอนเซ็ปต์ Eye of the Storm

สมรรถนะอัดแน่นด้วยขุมพลังมอเตอร์คู่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พละกำลังสูงสุด 544 แรงม้า (400 กิโลวัตต์) เร่งทันใจ 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 3.2 วินาที เท่านั้น แบตเตอรี่ Ultra-Thin Rubik’s Cube ความจุ 77 kWh ชาร์จ 1 ครั้งวิ่งได้ 503 กิโลเมตร ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM 26 ระบบ ครอบคลุมระบบความปลอดภัย ADAS ครบถ้วน มีให้เลือก 3 สี แดง เหลือง และซิลเวอร์ เป็นสปอร์ตโรสเดตอร์ราคาพอเอื้อมถึงเพียง 2,499,000 บาท และมีให้ทดลองขับในงานฯ นี้ ด้วย

‘NEW MG4 ELECTRIC’ แฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้า 100% มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘ICON’ นิยามของการเป็นต้นแบบและมาตรฐานใหม่รถอีวีขับสนุก มีให้เลือกตั้งแต่รุ่น STANDARD RANGE (49kWh) และรุ่น LONG RANGE (64kWh) มอเตอร์ไฟฟ้าให้พละกำลังสูงสุด 170 แรงม้า โดยทั้ง 2 รุ่นเป็นโมเดลที่ผลิตในประเทศไทย ราคาเริ่มต้น 709,900 บาท

และที่เป็น ICON ของ NEW MG4 ELECTRIC อย่างรุ่น XPOWER อีวีสายพันธุ์แท้ที่โดดเด่นในทุกด้าน ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้พละกำลังสูงสุด 435 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 3.8 วินาที ตัวถังสีใหม่สีเขียว Wild Hunter Green พร้อมหลังคาทูโทน ราคาจำหน่าย 1,119,900 บาท

อี-เอ็มพีวีน้องใหม่เปิดตัวเป็นครั้งแรกของไทย NEW MG MAXUS 7’ รถครอบครัวไซส์กลาง 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ด้านข้างเปิดปิดด้วยไฟฟ้าพร้อมฝาท้ายไฟฟ้า หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ คอนโซลหน้า Dual Layer เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมที่นั่งแบบ Captain Seat แถว 2 มีทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto และยังสามารถเปลี่ยนรถให้เป็นแหล่งพลังงานได้ด้วยระบบ V2L ที่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าระดับ 6.6 kW

สนนราคาขออุบไว้ก่อน แต่ให้ผู้สนใจเป็นเจ้าของด้วยข้อเสนอพิเศษ จ่ายค่าจองเพียง 10,000 บาท สามารถใช้เป็นส่วนลดได้ 20,000 บาท ทั้งจองผ่านเว็ปไซต์หรือจะมาจองพร้อมสัมผัสของจริงในงานฯ นี้

ปิดท้ายด้วยสปอร์ตคูเป้ซีดานคันเท่ ‘NEW MG5 PRO’ ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ Black Chrome Gladius Grille Design ให้ความพรีเมียมด้วยวัสดุ Smoke Chrome รอบคัน คอนโซลกลางออกแบบ Driver-focus cockpit ที่ให้องศาเหมาะกับตำแหน่งคนขับ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง หลังคาซันรูฟขนาดใหญ่ ระบบกุญแจ Digital Key รับ-ส่งโค้ดผ่านทางแอป i-SMART ไม่ต้องใช้กุญแจสตาร์ทรถ

ทั้ง 4 รุ่นเป็นเพียงสุดยอดไฮไลต์ ที่บูธเอ็มจียังจัดเต็มทั้งรถไฟฟ้าและรถเครื่องยนต์สันดาป สะท้อนผ่านแนวคิดในการออกแบบดิสเพลย์บูธ ‘Evolution is Now’ คำว่า Evolution สื่อความหมายถึง EV ขณะเดียวกันก็ยังไม่ทิ้งรถยนต์สันดาป ยังคงความเป็น Combination ตลาดรถยนต์เมืองไทย

ไปชมรถทั้งหมดที่ยังเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของได้ง่ายกับแบรนด์เอ็มจีในงานนี้ ซึ่งจะจัดไปจนถึงวันที่ 7 เมษายนนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็คเมืองทองธานี