ม.กรุงเทพปั้น 3 สาขา ป้อนเด็กสร้างสรรค์ผู้มี “แพชชั่น” ด้านดิจิทัลเทคโนโลยี
อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีนักธุรกิจระดับโลก ผู้หลงใหลในเทคโนโลยีจนสร้างนวัตกรรมอย่าง PayPal, Tesla และ SpaceX กล่าวไว้ว่า “People should pursue what they’re passionate about. That will make them happier than pretty much anything else” (ผู้คนควรไล่ตามสิ่งที่พวกเขาหลงใหล นั่นจะทำให้พวกเขามีความสุขเหนือสิ่งอื่นใด)
คำพูดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าใครก็ตามล้วนต้องการ “แพชชั่น” (passion) หรือความหลงใหลสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแรงกล้า มาเป็นแรงขับเคลื่อนให้ทำบางสิ่งบางอย่างจนสำเร็จ และไม่ใช่แค่ทำสำเร็จ แต่ต้องมีความสุขกับการทำสิ่งนั้นๆ ด้วย เช่นเดียวกับงานด้านเทคโนโลยีที่ “แพชชั่น” มีส่วนสำคัญยิ่งในการผลักดันให้ไปถึงเป้าหมายตามที่อีลอน มัสก์ กล่าว
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในฐานะ Creative University จึงอยากเป็นต้นทางในการบ่มเพาะให้ผู้เรียนนำความคิดสร้างสรรค์มาผสานเข้ากับ “แพชชั่น” ด้านดิจิทัลเทคโนโลยี เพื่อที่จะเติบโตไปเป็นผู้ที่สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้แก่โลก ด้วย 3 สาขาวิชาจาก 3 คณะที่ผสมผสานศาสตร์ด้านดิจิทัลเทคโนโลยีและศิลปะทางความคิดสร้างสรรค์ไว้อย่างลงตัว

สาขาวิศวกรรมมัลติมีเดียและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
ใครจะคิดว่า วิศวกรก็ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันซึ่งเป็นยุคที่เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง VR, AR, แอนิเมชั่น, สื่ออินเทอร์แอคทีฟต่างๆ รวมไปถึงคอนเสิร์ต อีเว้นต์ และการจัดประชุมนานาชาติ (MICE) ระดมลูกเล่นด้านแสง สี เสียงมาเป็นองค์ประกอบกำลังเฟื่องฟู ทักษะการพัฒนาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียวจึงไม่พอ แต่ต้องมีศิลปะในการสร้างสรรค์แสง สี เสียง และคอมพิวเตอร์กราฟิกด้วย ซึ่งวิศวกรมัลติมีเดียและเอ็นเตอร์เทนเมนต์นี่เองจะเป็นผู้ประยุกต์และพัฒนาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เพื่อให้สายงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ต่อยอด โดยสาขานี้จะสร้างวิศวกรผู้มีทั้งความคิดสร้างสรรค์เชิงศิลปะและความเชี่ยวชาญด้านการสร้างนวัตกรรมมัลติมีเดียต่างๆ จึงนับเป็นสาขาที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมบันเทิงและอุตสาหกรรม MICE ของไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างแท้จริง

สาขาสื่อดิจิทัล คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์
สำหรับคนไทยทั่วๆ ไป แอนิเมชั่นและเทคนิคการสร้างภาพพิเศษ (Visual Effect) อาจดูเป็นเรื่องที่จับต้องยาก แต่อันที่จริงหลายปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยมูลค่าตลาดกว่า 31,000 ล้านบาท อีกทั้งไทยยังเป็นฐานการผลิตแอนิเมชั่นและวิชวลเอฟเฟกต์ของเอเชีย บางครั้งถึงขั้นผลิตให้ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ตลาดงานจึงยังต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากสาขาสื่อดิจิทัล คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ จะโดดเด่นเรื่องห้องแล็บและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย มาตรฐานเดียวกันกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมจริงแล้ว การร่วมมือกับพันธมิตรมืออาชีพของวงการ เช่น สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอรกราฟิกส์ไทย (TACGA), Yggdrazil Group, The Monk Studio ฯลฯ ยังช่วยการันตีกระบวนการบ่มเพาะนักสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลที่มีคุณภาพ

สาขาการผลิตเนื้อหาสร้างสรรค์และประสบการณ์ดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์
อยากเป็นนักนิเทศศาสตร์ยุคใหม่ที่ใครๆ ต้องการตัว ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ควบคู่กับความรู้ด้านเทคโนโลยี เพื่อที่จะนำเทคโนโลยีไปสร้างงานที่แปลกใหม่ โดยเฉพาะวงการอีเว้นต์หรือนิทรรศการต่างๆ ที่ปัจจุบันต้องการการนำเสนอในรูปแบบที่แตกต่าง ล้ำสมัย สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้เข้าชม ดังเช่นนิทรรศการ Van Gogh. Life and Art ที่โร้ดโชว์มาจากเบอร์ลิน มอสโก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มาถึงเมืองไทยในขณะนี้ นิทรรศการดังกล่าวเป็นการนำภาพวาดของวินเซนต์ แวน โก๊ะ ศิลปินระดับโลก มาดัดแปลงเป็นภาพเคลื่อนไหวโดยใช้เทคโนโลยีมัลติมีเดีย ซึ่งผู้ที่จะเป็นต้นคิดไอเดียนำเสนอภาพวาดให้เป็นภาพเคลื่อนไหว รู้จักนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และรู้จักทำของเดิมให้เป็นของใหม่ได้นั้น ก็คือบัณฑิตที่สาขาการผลิตเนื้อหาสร้างสรรค์และประสบการณ์ดิจิทัลคาดหวังจะให้เป็นนั่นเอง
มหาวิทยาลัยกรุงเทพมีความเชื่อมั่นเหมือนอีลอน มัสก์ ว่า “แพชชั่น” เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จอย่างมีความสุขทั้งในการเรียนและการทำงาน โดยทั้ง 3 สาขาวิชาจาก 3 คณะดังกล่าวจะทำหน้าที่เปลี่ยน “แพชชั่น” เป็น “ความสำเร็จ” ให้แก่คนรุ่นใหม่ผู้เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์และหลงใหลในดิจิทัลเทคโนโลยี กระทั่งกลายเป็นผู้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้โลกในอนาคต