สรุปว่า…สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้หรือไม่
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานว่ากองทัพรัสเซีย โจมตีกรุงเคียฟ ในขณะที่เลขาธิการยูเอ็นอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนเพื่อหารือกับประธานาธิบดียูเครน แต่ในรายงานระบุว่า นายอันโตนิโอ กูเตียเรส เลขาธิการยูเอ็นยังปลอดภัยดี แต่ไม่มีรายงานว่าอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุมากน้อยแค่ไหน แต่ก็เป็นการเพิ่มความร้อนแรงให้กับสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ในช่วงที่ผ่านมาอาจจะดูเงียบๆไป โดยส่งเสริมให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำหนุนสูงขึ้นมากกว่า 20$ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายคนอาจจะสงสัยว่าสงครามรัสเซีย-ยูเครนจะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่ และถ้าเป็นจริงโลกเราจะเป็นอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วล้อมวงกันเข้ามา วันนี้ อินเตอร์โกลด์ จะมาเล่าให้ฟังครับเรามาเข้าประเด็นเลยนะครับว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 นั้นมีโอกาสเกิดจริงไหม ในมุมของอินเตอร์โกลด์ อาจบอกได้ว่ามีโอกาสครับแต่ต่ำมากๆ โดยถ้าถามว่าทำไมถึงบอกว่ามีโอกาสเกิดต่ำทั้งๆที่ดูเหมือนสงครามครั้งนี้ก็เป็นการสู้กันของขั้วอำนาจโลกทั้งสองของโลก ระหว่างฝั่งรัสเซีย และฝั่งอเมริกาและยุโรป ผมขอแยกเป็นประเด็นดังนี้นะครับ
- อาวุธยุทโธปกรณ์ ในยุคสมัยนี้ กับสมัยตอน สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ความล้ำสมัยต่างกันลิบลับครับ ทำให้เวลาที่จะทำสงครามกับใครต้องคิดแล้วคิดอีก คิดให้ดีที่สุดเพราะถ้าไม่ระวังทั้งประเทศอาจจะหายไปจากแผนที่ได้เลย
- บทบาทหน้าที่ในการกดดันด้วยรูปแบบอื่นๆ ยังสามารถใช้ได้ดีในสถานการณ์ปัจจุบันครับ เช่น การคว่ำบาตรหรือกดดันทางเศรษฐกิจอื่นๆ เป็นต้น
- มหาอำนาจรู้ว่าจุดใหนควรหรือไม่ควร ตัวอย่างเช่น ประเด็นยูเครน และความขัดแย้งของใต้หวันและจีน ซึ่งเป็นประเด็นที่มหาอำนาจทำได้เพียงให้การสนับสนุนจากภายนอกเท่านั้น ให้สังเกตว่าเขาจะไม่นำกำลังทหารเข้าไปช่วยเหลือเลย เนื่องจากเมื่อไหร่ที่บุกเข้าไปช่วยเหลือ คือการประกาศสงครามแบบเต็มรูปแบบซึ่งในปัจจุบันนี้ ประเทศที่ประกาศสงครามแน่นอนย่อมโดนหลายๆประเทศรุมขยี้แน่นอน
- นโยบายในปัจจุบันของประเทศมหาอำนาจในตอนนี้ไม่ใช่การขยายอิทธิพลจะโดยการครอบครองอีกแล้ว แต่เป็นการทำสงครามตัวแทนแทน เช่น การตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น หรือการให้กำลังสนับสนุนในด้านต่างๆเราจะเห็นกันแล้วใช่ไหมครับว่ามีปัจจัยหลายอย่างเหลือเกินทั้งทางนโยบาย หรืออุปสรรคต่างๆ ที่ทำให้มหาอำนาจของโลกไม่ต้องการจบที่สงครามใหญ่ เนื่องจากว่าถ้าเกิดสงครามขึ้นจริงๆแล้ว ไม่มีใครได้ประโยชน์แน่นอน มีแต่เสียน้อยหรือเสียมาก แต่ถ้าหากสุดท้ายแล้วสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนจบลงด้วยสงครามใหญ่ ผมจะมาวิเคราะห์ให้ดูนะครับว่าสาเหตุของการเกิดสงครามจะเกิดจากอะไรบ้าง โดยสามารถแบ่งออกได้ 2 ปัจจัย
1. จับพลัดจับผลูเผลอไปยิงเครื่องบินฝ่ายตรงข้ามตก หรือขีปนาวุธหลุดพิกัดไปตกฝ่ายมหาอำนาจที่ขัดแย้งกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้ารัสเซีย เผลอยิงขีปนาวุธลงไปที่พื้นที่ของประเทศโปแลนด์ ซึ่งโปแลนด์อยู่ในสมาชิกของ นาโต้ ด้วยสัญญาระหว่างพันธมิตรประเทศที่เป็นสมาชิกจะต้องเข้าช่วยเหลือทันทีครับ หรือง่ายๆ คือประกาศสงครามโลกครั้งที่ 3 นั่นเอง
2. นาโต้ คิดการใหญ่ต้องการเอายูเครนกลับคืนมา และรับยูเครนเข้านาโต้ อันนี้ก็จะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 เช่นกันครับ เนื่องจาก Crimea และ Donbas รัสเซียต้องการให้เป็นรัฐอิสระที่ขึ้นตรงกับรัสเซีย ดังนั้นการทำแบบนี้คือการทำประกาศสงครามแน่นอนครับซึ่งเราจะเห็นใช่ไหมครับว่าเป็นไปได้ยากทั้ง 2 กรณีครับ แต่ถ้าเกิดขึ้นจริงจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ให้เราลองนึกถึงระเบิดนิวเคลียร์ ที่ฮิโรชิม่าและนางาซากิ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 คือระเบิด Little Boy ลงที่ฮิโรชิม่า และ Fat Man ลงที่ นางาซากิที่แทบจะเรียกได้ว่าหายไปทั้งเกาะ โดยถ้าเทียบกับระเบิดนิวเคลียร์ ณ ปัจจุบันครับ โดยยกตัวอย่างให้ง่ายขึ้นผมใช้ Tsar Bombar ผลิตโดยรัสเซียนะครับ ซึ่งความรุนแรงนั้นมากกว่าของเก่าถึง 3,333 เท่าครับ จินตนาการกันออกไหมครับ ว่าจะเป็นอย่างไร และนี่เป็นแค่หนึ่งในนิวเคลียร์เท่านั้นนะครับ ยังมีอาวุธทางเคมีต่างๆ รวมถึงโรคไวรัสที่สามารถเพาะขึ้นมาเพื่อทำลายล้างได้เช่นกันครับซึ่งผมก็จะขอยกตัวอย่างคำพูดที่ ไอน์สไตน์ เคยพูดเอาไว้นะครับ “ผมไม่รู้ว่าสงครามโลกครั้งที่
3 จะรบกันด้วยอะไร ผมรู้แต่เพียงว่า สงครามโลกครั้งที่ 4 จะสู้รบกันด้วยไม้และก้อนหิน” คงพอจะเห็นภาพความรุนแรงนะครับว่าถ้าเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 จะไม่มีสิ้งใดเหลือให้ใช้ต่อสู้กันในสงครามโลกครั้งที่ 4 แล้ว…ถ้าเราถามว่าถึงตอนนั้นเราควรถือสินทรัพย์อะไร ผมอาจบอกได้ว่า เราอาจต้องซื้อเครื่องบินกับน้ำมันครับจะได้บินหนีได้ทันครับ แต่ถ้าหากซื้อสองสิ่งนั้นยังยากเกินไปสิ่งที่อยากจะแนะนำคือเมื่อถึงตอนนั้นเงินสดจะไม่มีค่าครับ เพราะรัฐบาลทุกประเทศจะปั้มเงินมหาศาลเพื่อการทหารครับ ดังนั้นสินทรัพย์ที่มีค่าป้องกันมูลค่าได้ดีก็คือทองคำครับ หรืออาจเป็น คริปโตรฯ อย่าง Bitcoin ที่มีจำนวนจำกัดและ Hack ไม่ได้ครับ แต่ในมุมของผมยังไงทองคำก็ยังถือว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันมูลค่าได้ดีที่สุดครับ เนื่องจาก Bitcoin ยังมีข้อเสียถึงความผันผวนที่สูงมากครับ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการพักเงิน หรือเก็บมูลค่า ทองคำอาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ซึ่งถึงแม้ว่าความเสี่ยงจะน้อย แต่ผมว่าก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยนะครับ
เปิดพอร์ตออนไลน์ : https://bit.ly/3hPrVQi
#ซื้อขายทองคำแท่ง #ซื้อขายทองคำแท่งออนไลน์ #ทองคำ
#อินเตอร์โกลด์ #InterGOLD #ลงทุนทองคำแท่ง
เข้ากลุ่มพูดคุยลุยกราฟทอง : คลิก https://bit.ly/2qpxhvJ
สนใจลงทุนทองคำแท่งหรือติดตามข่าวสารได้ที่
SoundCould : https://soundcloud.com/intergold-podcast
Spotify : https://spoti.fi/2SDlww7
Line : @intergold https://lin.ee/jw9R4jm
Facebook : InterGOLD Gold Trade
Call : 02 – 2233 – 234