รพ.สุรินทร์ใช้เครื่องฉายรังสี Harmony Pro แห่งแรกในไทยและเอเชีย – แปซิฟิก มุ่งให้ผู้ป่วยมะเร็งเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาที่ก้าวหน้าขึ้น
ปัจจุบันการฉายรังสีเพื่อรักษาโรคมะเร็งมีเทคนิคที่ล้ำสมัยและหลากหลายในการรักษา ทั้งการฉายรังสี 3 มิติ ที่อาศัยภาพถ่ายเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) และภาพถ่ายคลื่นแม่เหล็ก (MRI) การปรับความเข้ม (Intensity Modulated Radiation Therapy : IMRT) และฉายรังสีเทคนิคเฉพาะจุด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และเกิดผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อปกติเล็กน้อย ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาจนจบคอร์ส และมีโอกาสที่จะหายขาดจากโรคมะเร็งมากขึ้น นับเป็นการนำนวัตกรรมที่ก้าวหน้ามายกระดับการรักษาผู้ป่วยมะเร็งอย่างแท้จริง
เมื่อเร็วๆ นี้ โรงพยาบาลสุรินทร์ได้นำเครื่องฉายรังสี Harmony Pro มาให้บริการอีก 1 เครื่องเป็นแห่งแรกในประเทศไทย และแห่งแรกในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยเริ่มใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และรองรับการให้บริการผู้ป่วยมะเร็งในจังหวัดสุรินทร์ที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ COVID-19 แพร่ระบาดหนักในปี 2564 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องการรักษาด้วยการฉายรังสีสูงถึง 1,100 รายต่อปี และขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1,200 รายต่อปี ปัจจุบันโรงพยาบาลสุรินทร์มีเครื่องฉายรังสีทั้งหมด 2 เครื่อง สามารถให้บริการผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 100 คนต่อวัน ด้วยเทคนิคการรักษาที่หลากหลายและแม่นยำยิ่งขึ้น ลดระยะเวลาในการรอคอยคิวเข้ารับบริการฉายรังสีเหลือเพียง 4-5 สัปดาห์ และลดการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ

น.พ.ชุมนุม วิทยานันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ กล่าวว่า โรงพยาบาลสุรินทร์เปิดให้บริการเป็นเวลากว่า 70 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่ปี 2494 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงพยาบาลได้มุ่งมั่นในการพัฒนาในทุกด้าน ทั้งด้านอาคารสถานที่ บุคลากร และการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดโรงพยาบาลฯ ได้ใช้เครื่องฉายรังสี Harmony Pro นับเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทย และแห่งแรกในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่ใช้เครื่องรุ่นนี้ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการให้บริการรักษาผู้ป่วยมะเร็งของกลุ่มรังสีวิทยาของโรงพยาบาลสุรินทร์ที่นอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาแล้ว ยังสามารถรักษาผู้ป่วยต่อวันได้มากขึ้น
พญ. สุภาพรรณ วิทยานุวัฒน์ หัวหน้างานรังสีรักษา กลุ่มงานรังสีวิทยา โรงพยาบาลสุรินทร์ กล่าวว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และเพิ่มจำนวนคนไข้ที่เข้ารับการฉายรังสีต่อวันได้มากขึ้น โรงพยาบาลสุรินทร์จึงเลือกใช้เครื่องฉายรังสี Harmony Pro จากประเทศสวีเดน ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็ว และแม่นยำ และมีความสามารถรอบด้าน ที่จะช่วยให้แพทย์สามารถใช้เทคนิคล้ำสมัยที่หลากหลาย ทั้งเทคนิค 3 มิติ การปรับความเข้ม และฉายรังสีเทคนิคเฉพาะจุด รวมทั้งการผ่าตัดด้วยรังสี ซึ่งเป็นเทคนิคที่ Advance มากขึ้นได้ โดยกลุ่มรังสีวิทยาได้เตรียมพัฒนาบุคลากรให้สามารถรองรับการรักษาทางด้านนี้
“สาเหตุที่เลือกใช้เครื่องฉายรังสี Harmony Pro เพราะมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การรักษา เนื่องจากมีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย ใช้งานง่าย และมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ช่วยให้บุคลากรของเราสามารถ Fast Track ได้เร็วขึ้น ใช้เวลาในการตั้งค่าน้อยลง และใช้เวลาในการรักษาที่รวดเร็วขึ้น คาดว่าเครื่องฉายรังสีใหม่นี้ จะให้บริการคนไข้ได้ 60 -70 คนต่อวัน และเมื่อรวมกับเครื่องเดิมที่มีอยู่ โรงพยาบาลก็จะให้บริการคนไข้ได้ราว 100-120 รายต่อวัน ซึ่งจะทำให้คนไข้ได้รับการรักษามากขึ้น และมีโอกาสที่จะหายเร็วขึ้นด้วย” พญ.สุภาพรรณ กล่าว

เครื่องฉายรังสี Harmony Pro มีคุณสมบัติที่โดดเด่น ประกอบด้วย 1.ประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยการใช้งานภายในห้องแบบรวดเร็ว หรือ FastTrack แบบใหม่ ช่วยลดเวลาการจัดตำแหน่งผู้ป่วยและตั้งค่าก่อนการฉายรังสีได้มากถึง 50% ทำให้แพทย์สามารถให้การรักษามะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และรวดเร็วขึ้น 2.มีความแม่นยำ ด้วยชุดบังคับลำรังสี เมื่อเทียบกับเครื่องฉายรังสีประเภทเดียวกัน ซึ่งมีความละเอียดถึงหนึ่งมิลลิเมตรในการฉายแสงทั่วทั้งพื้นที่ขนาด 40 ซม. X 40 ซม. ทำให้สามารถเข้าถึงเป้าหมายในการฉายรังสีและสอดคล้องกับการหดตัวของเนื้องอกในความละเอียดระดับมิลลิเมตร และ 3.ความสามารถรอบด้าน เครื่องฉายรังสี Harmony มาพร้อมตัวเลือกของพลังงานรังสี และเทคนิคการรักษาแบบใหม่ รวมทั้งรูปแบบการถ่ายภาพที่หลากหลาย ทำให้เครื่อง Harmony มีคุณสมบัติที่จำเป็นในการรักษามะเร็ง ที่พบได้บ่อย ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งอุ้งกระดูกเชิงกราน มะเร็งศีรษะและคอได้
นับตั้งแต่โรงพยาบาลสุรินทร์ได้นำเครื่องฉายรังสี Harmony Pro มาให้บริการคนไข้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยที่เข้ารับบริการแล้วทั้งหมด 15 คน จากประสบการณ์ในการใช้เครื่องฉายรังสี Harmony พบว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งหลัก ๆ คือ ลดผลข้างเคียงในการรักษาลง เนื่องจากคนไข้ไม่หยุดพัก (Break out) ในระหว่างคอร์สการรักษา และสามารถเข้ารับการรักษาจนครบคอร์สทั้ง 35 ครั้งได้
“เครื่องฉายรังสีรุ่นใหม่นี้สามารถลดผลข้างเคียงของการฉายรังสี เช่น สามารถฉายตรงตำแหน่งก้อนเนื้องอก ทำให้รังสีไปโดนตำแหน่งของเนื้อเยื่อปกติน้อยลง ผู้ป่วยมีความสุขสบายมากขึ้น และโอกาสในการรักษาโรคมะเร็งให้หายขาดมีมากขึ้น นับเป็นยกระดับการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง เนื่องจากได้มีการศึกษาในหลายโรคแล้วพบว่า หากใช้เทคนิคการฉายรังสีที่ดีขึ้น จะทำให้คนไข้มีโอกาสหายขาดจากโรคมากยิ่งขึ้น” พ.ญ.สุภาพรรณ กล่าว
ปัจจุบันคิวคนไข้มะเร็งที่เข้ารับบริการเครื่องฉายรังสีที่โรงพยาบาลสุรินทร์ คือ 2 เดือน ถ้าเราเปิดเครื่องฉายรังสีอัตราเต็มกำลังทั้งสองเครื่อง น่าจะลดระยะเวลาการรอคอยคิวฉายแสงได้มากกว่า 50% ดังนั้นระยะเวลาในการรอคอยคิวน่าจะอยู่ที่ประมาณ 4-5 สัปดาห์ ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์กระทรวงสาธารณสุข คือ 6 สัปดาห์ นอกจากนี้ ยังช่วยลดการส่งต่อคนไข้ไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ เนื่องจากโรงพยาบาลฯ สามารถรักษาคนไข้ที่ต้องฉายรังสีด้วยเทคนิคใหม่ได้
ด้านราเนียล ซาร์เมียนโต้ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ ด้านมะเร็งวิทยา ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก บริษัท Elekta ผู้นำด้านเครื่องฉายรังสี จากประเทศสวีเดน กล่าวว่า นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีการใช้เครื่องฉายรังสี Harmony Pro ในประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม และตุรกี ซึ่งฉายรังสีผู้ป่วยโดยเฉลี่ยวันละ 75 คน ทั้งที่เป็นเทคนิคทั่วไป และเทคนิคขั้นสูง เช่น IMRT, VMAT และ Hypofractionated Treatments โดยออกแบบกระบวนการที่มีการตรวจสอบคุณภาพเครื่องแบบอัตโนมัติและขั้นตอนการลงทะเบียนผู้ป่วยแบบ Fast Track ทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานให้รวดเร็วเพิ่มขึ้นถึง 50% และมีระบบจดจำใบหน้าอีกด้วย อีกทั้งยังออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ป่วยเป็นสำคัญ ทำให้มีรูปลักษณ์ และตัวเครื่องที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบาย และผ่อนคลายขณะรับบริการ
การที่โรงพยาบาลสุรินทร์นำเครื่องฉายรังสี Harmony Pro มาใช้แห่งแรกในไทยและในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก สอดคล้องกับเป้าหมายของโรงพยาบาลฯ ในยกระดับการรักษาผู้ป่วยมะเร็งในจังหวัดสุรินทร์ให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น และให้บริการที่รวดเร็วยิ่งขึ้น