SET จับมือพันธมิตร ปลูกป่าม่อนแม่ถาง เมืองแพร่ มั่นใจ “Care the Wild” ช่วยคืนสมดุลสู่ธรรมชาติ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ผนึกกำลัง สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (maiA) กรมป่าไม้ และภาคีเครือข่าย ดำเนินโครงการ Care the Wild : “ปลูกป้อง Plant & Protect” ปลูกป่า 91 ไร่ ที่ม่อนแม่ถาง จ.แพร่

ครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา พื้นที่ป่าในประเทศไทยมีจำนวนคงที่คือ 102 ล้านไร่ คิดเป็น 31.5% จากพื้นที่ประเทศทั้งหมด  แต่หากต้องการให้เกิดความสมดุล พื้นที่ป่าที่ประเทศไทยควรมีไม่ต่ำกว่า 40% หรือ 128 ล้านไร่ 

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)  ต้องการเห็นสังคมไทยเกิดความยั่งยืนตามกรอบของสหประชาชาติ  จึงนำคณะผู้บริหาร พนักงาน พร้อมผนึกกำลังภาคีเครือข่าย นำโดย สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (maiA) และกรมป่าไม้กว่า 80 คน ลงพื้นที่ปลูกต้นไม้นำร่อง 200 ต้น จากการร่วมระดมทุนปลูกป่า 18,200 ต้น บนพื้นที่รวม 91 ไร่ ที่ป่าชุมชนบ้านอ้อย และบ้านบุญเริง  ต.บ้านเวียง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ ในบริเวณอ่างเก็บน้ำม่อนแม่ถาง  ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2565 

โดยพื้นที่ทั้งหมดนี้ มีพื้นที่ของ บจ. ใน maiA 53 บริษัท รวม 65  ไร่ และพื้นที่ของ SET อีก 26 ไร่  เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวให้ชุมชน และฟื้นฟูระบบนิเวศให้สมดุล และช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืนสืบไป

ปลูกแล้วต้องปกป้อง ปลูกแล้วต้องผูกพัน   

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร และหัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน SET เป็นตัวแทนผู้บริหาร SET ปลูกป่า โครงการ Care the Wild : “ปลูกป้อง Plant & Protect” ที่ม่อนแม่ถาง จ.แพร่ร่วมกับชุมชนและเยาวชนในพื้นที่ 

โครงการ Care the Wild : “ปลูกป้อง Plant & Protect” เป็นโครงการระดมทุนเพื่อปลูกป่า และส่งสริมการดูแลป่าที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2563 ผ่านการสำรวจป่าชุมชนที่ถูกกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ป่าชุมชน และปัจจัยด้านศักยภาพของชุมชนใกล้เคียง เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างระบบนิเวศ โดยมีพื้นที่นำร่องคือ ป่าชุมชนบ้านชัฏหนองยาว ม.2 ต.ห้วยขมิ้น อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

ล่าสุดโครงการนี้ปักหลักที่บริเวณอ่างเก็บน้ำม่อนแม่ถาง จ.แพร่ นับเป็น 1 ใน 8 แปลงปลูกที่ได้รับการระดมทุนภายใต้โครงการและดำเนินการปลูกอย่างเสร็จสิ้นไปแล้วในฤดูปลูกของปีนี้

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร และหัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน SET เผยว่า ความพิเศษของโครงการนี้ คือ ป่าทุกพื้นที่ที่ได้ปลูกไป ชาวบ้านชุมชนบ้านอ้อย และบ้านบุญเริง ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ จะรับอาสาดูแลรักษาผืนป่าอย่างใกล้ชิดจนต้นไม้เติบใหญ่

“ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ คนในพื้นที่จะต้องเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่และต้นไม้ที่ปลูก ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นผู้สนับสนุนเพื่อเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน รวมถึงทำงานร่วมกับกรมป่าไม้เป็นผู้ติดตามการรายงานผลการเจริญเติบโตและอัตรารอดตายที่ต้องเป็น 100% ไปอีก 10 ปี  SET และ maiA ร่วมระดมทุนปลูกป่า 18,200 ต้น บนพื้นที่ 91 ไร่ โครงการนี้จะช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก 163,800 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศพื้นที่ป่าต้นน้ำ 



ลงทุนระยะยาว ลงทุนกับสิ่งแวดล้อม 

คณะผู้บริหารและพนักงานบริษัทจดทะเบียน สมาชิกสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (maiA) 

ร่วมกันปลูกป่าม่อนแม่ถาง จ.แพร่  ในโครงการ Care the Wild : “ปลูกป้อง Plant & Protect”

ด้าน นายไตรสรณ์ วรญาณโกศล นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ maiA เสริมว่า    ที่ผ่านมาอาจมีโครงการปลูกป่าหลายโครงการ แต่ผลสัมฤทธิ์อาจไม่ชัดเจนนัก แต่การร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นโครงการต่อเนื่อง ที่จะแสดงให้เห็นว่า กิจการไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ ก็สามารถร่วมขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาสังคม และสิ่งแวดล้อมให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ในระยะยาวได้จริง

“อีก 10 ปีข้างหน้า เราอยากเห็นพื้นที่ตรงนี้เขียวขจี กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าประทับใจอีกแห่งได้ เราอยากเห็นเยาวชน ชุมชนหมู่บ้านโดยรอบ ปกป้องรักษาพื้นที่นี้ให้เกิดความยั่งยืน ป่าแห่งนี้ไม่เพียงจะปกป้องโลกของเราจากภาวะโลกร้อน แต่ชุมชนรอบข้างจะได้ประโยชน์โดยตรง เกิดอาชีพ การงาน และการเงินในอนาคตเช่นกัน”

ด้าน น.ส.นพเก้า สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้จัดการหัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารองค์กรและพัฒนาเพื่อสังคม SET  กล่าวเสริมว่า หลังจากโครงการปลูกป่าต้นแรก SET ได้ขยายขอบเขตเพิ่มอีก 6 พื้นที่ทั่วประเทศ และปัจจุบันนี้มีองค์กรพันธมิตรและนักธุรกิจ 24 องค์กร ร่วมภารกิจสำคัญ คือ ต้องการเปลี่ยนขุนเขาสีน้ำตาลให้เป็นสีเขียวให้จงได้ 

“ปีที่แล้วโครงการปลูกป่าได้ 145 ไร่ รวมแล้วปลูกต้นไม้ไปกว่า 40,000 ต้น และยังมีความต้องการปลูกอีกเยอะมาก เราสัญญาว่าจะสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนป่า ร่วมดูแลกับทุกองค์กรให้เกิดความยั่งยืนต่อไป”

ชู CSR 5 มิติ นำทางสู่ความยั่งยืน

นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล ผู้ช่วยผู้จัดการหัวหน้าสายงานกฎหมาย และหัวหน้ากลุ่มงานเลขานุการองค์กรและกำกับองค์กร SET อธิบายว่า โครงการ Care the Wild : “ปลูกป้อง Plant & Protect” เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ หลัก “2E 2S และ 1V” ที่ SET ยึดเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งประกอบไปด้วยการมีส่วนร่วมของพนักงาน (Employee), การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี (Environment), การทำเพื่อสังคม (Social), การสร้างความยั่งยืน (Sustainability) และสร้างคุณค่าให้ตลาดทุน (Value for Capital Market)

“เรามองทุกมิติที่เกี่ยวข้องให้โครงการ CSR ของ SET เป็นไปอย่างยั่งยืน เราดึงพาร์ตเนอร์เข้ามามีส่วนร่วม ด้วยความหวังที่ว่า การร่วมมือในแต่ละครั้งจะสร้างการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ในกระบวนการดำเนินธุรกิจ ซึ่งนำไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง และเชื่อมั่นว่าเกิดผลลัพธ์ที่งดงามตามมาแน่นอน”

เมื่อป่าเปลี่ยน เมืองใหญ่ต้องขยับ

การปลูกป่าไม่ใช่วิธีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมวิธีเดียว แต่เพื่อป้องกันและช่วยลดภาวะโลกร้อนอย่างเห็นผล สำนักงานของ SET ทั้งในย่านรัชดาภิเษก และโครงการนอร์ธปาร์ค แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ จำเป็นต้องปรับตัวเช่นกัน

นายกีรติ โกสีย์เจริญ ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานบัญชีและการเงิน และหัวหน้ากลุ่มงานบริหาร SET ให้ข้อมูลว่าตั้งแต่ปี 2560 SET นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ และพลังงานสะอาดมาใช้ในอาคารสำนักงาน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมเปลี่ยนรถกองกลางของสำนักงานมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า แทนการใช้น้ำมัน

“เราลดการใช้พลังงานให้น้อยที่สุดผ่านการใช้เทคโนโลยีใหม่ ทั้งระบบแอร์ทำความเย็น ระบบปรับอากาศภายในอาคาร และปรับปรุงระบบการจัดการขยะ เราดูแลระบบน้ำใช้แล้วให้ผ่านกระบวนการรียูส ก่อนปล่อยเข้าสู่ธรรมชาติ เราทำงานกับกรมควบคุมมลพิษ เพื่อลดการใช้พลังงานภายในอาคารให้ได้ร้อยละ 25 และขณะนี้กำลังศึกษาแนวทางที่ต่อยอดไปในระยะยาวเพื่อความยั่งยืนของพลังงานในอนาคต”

หากองค์กรใดที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์พลังงาน แก้ปัญหาโลกร้อนอย่างยั่งยืน และประสงค์ร่วมปลูกป่าไปพร้อมกับ SET สามารถเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Care the Wild : ปลูกป้อง Plant & Protect” เพียงสมทบทุนปลูกต้นไม้และดูแลป่า ต้นละ 220 บาท โดย 1 ไร่ สามารถปลูกได้ 200 ต้น 

และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.setsocialimpact.com ติดต่อ SET contact center  0-2 009-9999

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ