Skip to content

ผุดกระบะ (มือสอง) พี่มีคลังค้ำ ค่ายรถแนะให้น็อนแบงก์ร่วมดันยอดขาย

06 ก.ย. 2568 | 07:39น.
ผุดกระบะ (มือสอง) พี่มีคลังค้ำ ค่ายรถแนะให้น็อนแบงก์ร่วมดันยอดขาย

บสย.เดินหน้ามาตรการ “กระบะ (มือสอง) พี่ มีคลังค้ำ” ให้ค้ำประกันสินเชื่อ 1,000 ล้าน หวังดึง “เอสเอ็มอี” เข้าถึงมากขึ้น ผู้จัดงานฟาสต์ ออโตโชว์เชื่อพยุงราคากระเตื้องขึ้น 10%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โดยนายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป ได้ออกมาเปิดเผยว่า บสย.ได้ขยายความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการซื้อรถกระบะเชิงพาณิชย์ ในการประกอบอาชีพและทำธุรกิจ ล่าสุดได้เปิดตัวมาตรการ “กระบะ (มือสอง) พี่ มีคลังค้ำ” เบื้องต้นได้จัดเตรียมวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 1,000 ล้านบาท โดยเริ่มดำเนินการระยะแรก 500 ล้านบาท

ถือเป็นการต่อยอดจากมาตรการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะใหม่ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมาเพื่อให้การช่วยเหลือ SMEs ครอบคลุมทั้งการซื้อรถกระบะใหม่ และรถกระบะมือสอง มุ่งช่วย SMEs รายย่อย กลุ่มเกษตรกร และธุรกิจขนส่งขนาดเล็ก ที่อาจมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ สามารถเข้าถึงสินเชื่อซื้อรถกระบะได้ง่ายขึ้น

โดยตั้งเป้าจะช่วย “ปลดล็อก” ธุรกิจให้สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืน ทั้งช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ซบเซาให้กลับมาคึกคัก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในภาพรวม

ปัจจุบันรถกระบะมือสองมีมูลค่าประมาณ 17,000 ล้านบาท หรือ 38,000 คัน ซึ่งหดตัวลงต่อเนื่อง ประกอบกับราคารถกระบะมือสองที่ปรับลงอย่างรวดเร็ว เป็นผลจากในปี 2566-2567 มีรถกระบะถูกยึดเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดและระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ

บสย.คาดว่าจะช่วยผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการซื้อรถกระบะมือสองเข้าถึงสินเชื่อได้กว่า 7,600 ราย ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบกว่า 3,400 ล้านบาท และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 14,000 ล้านบาท

นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงานฝ่ายรถใช้แล้ว (มือสอง) งานฟาสต์ออโต โชว์ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาตรการดังกล่าวถือเป็นแนวคิดที่ดี คาดว่าน่าจะกระตุ้นให้ตลาดรถกระบะมือสองกระเตื้องขึ้น

“ตอนทำกระบะป้ายแดงมีคนเฟลไปเยอะ เนื่องจากมีหลายขั้นตอน ทำให้คนเข้าถึงยาก อีกทั้งในส่วนของการประชาสัมพันธ์อาจยังไม่ชัดเจนมากนัก กว่าจะผ่านขั้นตอนการคัดกรองต่าง ๆ ใช้เวลาพอสมควร แต่ครั้งนี้เชื่อว่าน่าจะเป็นมาตรการที่ได้รับการตอบรับ อย่างน้อยก็ช่วยพยุงให้ราคารถกระบะมือสองกลับขึ้นมา 10% เป็นอย่างน้อย”

ทั้งนี้เชื่อว่าน่าจะทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อรถไว้ใช้งานจริง ๆ มีโอกาสเข้าถึงรถมากขึ้น หลังจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีรถยึดในกลุ่มกระบะมีตัวเลขค่อนข้างสูง

อย่างไรก็ตาม บสย.อาจจะต้องทำงานร่วมกับไฟแนนซ์ในการคัดกรองรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มผู้ที่ต้องการใช้รถเพื่อการใช้งาน สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการเงื่อนไขการปล่อยยอดจัดเต็ม กับรถที่ต้องผ่านการตรวจสภาพหากมีการคัดสรรมาแล้ว น่าจะทำให้ทุกอย่างโฟลว์ขึ้น

ด้านนายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า จากมาตรการกระบะพี่มีคลังค้ำ สำหรับรถใหม่นั้นถือว่ายังเป็นเฟสแรกมีกลุ่มสถาบันการเงินที่ร่วมลงนาม ที่ผ่านมาก็มีส่วนช่วยตลาดได้ส่วนหนึ่ง แต่ลูกค้าของโตโยต้ามักจะอยู่ในกลุ่มของพวก Nonbank ที่คาดว่า น่าจะเข้าร่วมในเฟส 2

โตโยต้ามองว่า ถ้าสามารถถึงน็อนแบงก์ (Nonbank) เข้าร่วมได้น่าจะเห็นผลชัดเจน ส่วนมาตรการที่ขยายไปยังกระบะมือสอง อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการประเมินตลาดอีกระยะ

ขณะที่นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากมาตรการกระบะพี่ มีคลังค้ำ ยังไม่ค่อยมีตัวเลขสักเท่าไหร่ เนื่องจากว่าคุณสมบัติลูกค้าของกระบะแครี่จะเป็นลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ที่ประกอบการอิสระ

ดังนั้นจึงติดปัญหาที่สถาบันการเงินก็ยังเป็นข้อกังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเอกสารหรือรายได้ประจำ รวมถึงสภาพเศรษฐกิจทั่วไปที่ทำให้เกิดความกังวลว่าอาชีพจะสามารถค้าขายต่อได้ดีเหมือนอดีตหรือไม่ แต่ซูซูกิได้ดำเนินการควบคู่ในการหาลูกค้ากลุ่มอื่นที่ยังมีศักยภาพและสามารถขยายการขายได้ เช่น กลุ่มธุรกิจขนส่ง กลุ่มแบบบริษัทจำกัด

ขณะที่แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมยานยนต์รายหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า จากมาตรการสนับสนุนรถกระบะมือสองนั้น อาจจะย้อนแย้งกับมาตรการภาครัฐต้องการสร้างการลดคาร์บอน ไม่เกิดประสิทธิภาพการใช้งานเหมือนรถป้ายแดง และอีกทั้งอุตสาหกรรมการผลิตรถกระบะป้ายแดงก็อาจจะได้รับผลกระทบในทางอ้อมหรือไม่