คอลัมน์ : เทสต์คาร์ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง
สร้างกระแสความคึกคักให้กับตลาดรถปิกอัพบ้านเรา ที่ซบเซามาเป็นระยะเวลาพอสมควรให้กลับมามีความ “กระชุ่มกระชวย” มากขึ้น
กับรถปิกอัพ ที่หลายต่อหลายคนรอคอย
ไม่เฉพาะเเค่ลูกค้า แต่ต้องยอมรับว่า “คนโตโยต้า” เองก็ตื่นเต้นไม่น้อย
เพราะโมเดลนี้ทีมวิศวกรชาวไทยมีส่วนสำคัญในการพัฒนารถรุ่นนี้ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชาวไทยได้ตรงจุดมากที่สุด
โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว่ (Hilux Travo) ตั้งแต่การพัฒนารถที่โตโยต้า ตั้งใจพัฒนารถทำตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก แต่เนื่องจากเพราะทรัพยากรทีมพัฒนามีจำกัด จึงต้องจัดลำดับความสำคัญ (Priority) ของออปชั่นต่าง ๆ

ดังนั้นโตโยต้าจึงเลือกเพิ่มออปชั่นที่ลูกค้าต้องการมากที่สุดก่อน และเป็นสิ่งที่ให้ “คุณค่าจริง” (True Value) กับการใช้งาน
เพื่อให้ลูกค้าเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุด ด้วย “ราคาจับต้องง่ายขึ้น” แต่ยังได้เทคโนโลยีระดับสูง ทั้งด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย
“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้ร่วมทริปทดสอบในเส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา เป็นกลุ่มแรก
โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว่ เวอร์ชั่นนี้ มีให้เลือกหลัก ๆ คือรุ่น “ยกสูง” กับ 4 รุ่นหลัก ๆ คือ Overland, Prerunner, 4TREX และ Standard Cab 4TREX โดยมีทั้งหมด 17 รุ่นย่อย
รุ่นที่อยู่ในมือครั้งนี้ คือ Overland 4 ประตู ขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์ออโต้ (Hilux Travo Double Cab 4TREX 2.8 Overland AT) อย่างที่เราได้เห็นหน้าตาของรถคันนี้ไปแล้ว ส่วนจะถูกใจ/ไม่ถูกใจ อันนี้เป็นเรื่องความชอบเฉพาะบุคคล
แต่ส่วนตัวแล้ว ถือว่าโตโยต้าโขกหน้าตาของรถไฮลักซ์ ทราโว่ ให้มีความทันสมัย มั่นคง และทรงพลังมากขึ้น จากดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนักกีฬาซูโม่ Cyber Sumo โดดเด่นด้วยตัวหนังสือ Toyota ขนาดใหญ่ที่ฝากระบะท้าย และเอาใจผู้ใช้งานด้วยการเพิ่มบันไดข้าง และบันไดเหยียบขึ้นด้านท้ายกระบะ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน
รายละเอียดภายในห้องโดยสารครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน แต่เน้นความเรียบง่าย สะดวก เป็นมิตรกับผู้ใช้ หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ 12.3 นิ้ว แบบดิจิทัล แสดงข้อมูลชัดเจน หน้าจอกลางแบบสัมผัส 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ มีที่ชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย ลำโพง 8 ตัว 
โตโยต้าใส่เบรกมือไฟฟ้ามาให้แล้ว พร้อมออโต้ เบรกโฮลด์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 2 โซน มีกรอง PM 2.5
เบาะนั่งออกแบบใหม่ เป็นเบาะนั่ง Softex โอบกระชับ นั่งสบาย ความปลอดภัยหายห่วง โตโยต้าใส่ Toyota Safety Sense เวอร์ชั่นรุ่นล่าสุด มีครบทั้งระบบเตือนมุมอับสายตา กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา เตือนกะระยะหน้า-หลัง เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอย เตือนเมื่อรถออกนอกเลน ถุงลมนิรภัย SRS 3 ตำแหน่ง
ประชาชาติธุรกิจรับไม้ทดสอบกันที่สนามสวนป่า สนามยางล้อแห่งชาติ จ.ฉะเชิงเทรา ในเเทร็กทางออฟโรดกันก่อน เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร 204 แรงม้า ส่วนแรงบิด 500 นิวตันเมตร และการทำงานของหัวฉีด i-ART ที่ปรับจูนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มี Sequential Shift
รวมทั้งไฮไลต์ที่เป็นจุดเด่นเทคโนโลยี Dynamic Cloud ที่ต้องชมว่า โตโยต้าพัฒนามาได้เนี้ยบกริบ ทั้งในเรื่องประสิทธิภาพการทรงตัวและความนุ่มนวลของช่วงล่าง ยิ่งจังหวะเข้าทางลุยในแทร็กออฟโรด ความรู้สึกหลังพวงมาลัย ไฮลักซ์ ทราโว่ คันนี้ไม่ใช่ปิกอัพสไตล์ ดีด เด้ง อีกต่อไป
แต่ให้ความรู้สึกคล้ายการกับนั่งอยู่เอสยูวี ที่คุมง่าย และนุ่มนวล มั่นใจ

“ลบภาพปิกอัพเดิม ๆ สิ้นคราบ”
บวกกับการทำงานร่วมกับ “พวงมาลัยไฟฟ้า ESP” ที่คุมได้ง่าย น้ำหนักเบา ช่วยให้เราขับสบายมากยิ่งขึ้น
ระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมดริฟต์ล็อกเฟืองท้าย มีระบบการขับเคลื่อนให้เคลื่อนตามสภาพเส้นทาง 6 โหมด Auto/Dirt/Sand/Mud/Deep Snow/Rock ช่วยเสริมมุมมองที่ชัดเจนด้วยกล้องมองรอบคัน PVM
ในช่วงทางฝุ่น ขอลองสปีด ปรับโหมดขับสี่แบบ 4H แล้วเลือกโหมด Sand กดคันเร่ง ดูการวิ่งของตัวรถในช่วงทางตรงที่สองข้างทางขนาบไปด้วยทิวของต้นยูคาลิปตัส วิ่งระยะ 70-90 กิโลเมตรต่อช่วง รถคันนี้คุมง่าย แถมอาการท้ายปัด ลื่นไถล ทางลูกรังแบบนี้ไม่มีอาการ

เข้ามาต่อที่สถานีออฟโรดที่ทีมงานตั้งใจขุดหลุมลึกขนาด 3 เมตร มีความลาดเอียง เป็นหลุมเป็นบ่อ จำลองเส้นทางมาให้ เราปรับโหมดใส่ 4L และใช้โหมด Mud หายห่วงไร้กังวล พลังของเครื่องยนต์ค่อยไต่ผ่านอุปสรรคให้เราผ่านมาได้ แม้รถจะต้องเอียงถึง 45 องศา ผ่านมาได้สบายมือ
ก่อนเข้าสู่เนินสลับ ที่ต้องใช้โหมด Rock และวอล์กกิ้งสปีดของรถ ไต่เนินสลับที่แม้ล้อจะแตะพื้นที่แค่ 3 ล้อ โดยมี 1 ล้อ ต้องลอยเพื่อผ่านเส้นทางนี้ไปให้ได้
ช่วงล่างของไฮลักซ์ ทราโว่ โชว์ประสิทธิภาพของตัวเองได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะช่วงล่าง ทั้งจังหวะการยืด ยุบ ส่งเครื่องยนต์กำลังไปแต่ละล้อทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว ระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ทำให้เราผ่านมาได้เช่นเดียวกัน
ก่อนจะมาในแทร็กทางเรียบ ที่มีการทดสอบทั้งสภาพเส้นทางที่ลื่น เปียก จำลองคล้ายการขับรถบนถนนที่มีหิมะ เพื่อดูประสิทธิภาพการทรงตัว และการทำงานของระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัว ร่วมทั้งโหมด Deep Snow บอกเลยว่า คุมง่าย สบายบรื๋อออ

ไฮไลต์สุดท้ายในศูนย์ทดสอบยางล้อ เราจะขับรถด้วยความเร็วไปตามเส้นทางที่ทีมงานเซตไว้บนแทร็กทางเรียบ เพื่อดูการทำงานของเทคโนโลยี Dynamic Cloud และความแม่นยำของพวงมาลัย โค้งลึก หลบตา
การขับสลาลอม ปรากฏว่าแทบลืมอาการท้ายบานของรถปิกอัพไปเลย เขาเซตช่วงล่าง พวงมาลัย เครื่องยนต์มาได้ดีจริง ถือว่าเป็นเจเนอเรชั่นที่ดีที่สุดของรถกระบะไฮลักซ์ในบ้านเรา
ยิ่งการออกมาชู้ตทางตรง ๆ ยาว ๆ ใส่มาได้หายห่วง

แถมประสิทธิภาพของระบบ “เบรก” ช่วยให้เรามั่นใจยิ่งขึ้น
ถึงตรงนี้ อย่าเชื่อทั้งหมด ส่วนฟีลลิ่งการขับจริงใช้งานจริงบนท้องถนนนั้น ไว้มีโอกาสจะมาบอกเล่าประสบการณ์จริง เพราะช่วงขากลับ พัทยา-กรุงเทพฯ เผลอแผล็บเดียว หมดรอบไปซะแล้ว สำหรับโตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว่ โอเวอร์เเลนด์ 4 ประตู ขับเคลื่อนสี่ล้อคันนี้ (Hilux Travo Double Cab 4TREX 2.8 Overland AT) จะบอกว่า ดีขึ้นทุกมิติ ก็คงไม่เกินจริง ด้วยราคาค่าตัว Overland 4 ประตู ขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์ออโต้ (Hilux Travo Double Cab 4TREX 2.8 Overland AT) ราคา 1.366 ล้านบาท


คลิปพรีวิว
คลิปทดสอบ