เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ซมโปะ ประกันภัย ไว้อาลัย “ฮลุน โซโล่” ขอจ่ายค่าเคลื่อนย้ายร่างกลับไทยทั้งหมด
Finance ซมโปะ ประกันภัย ไว้อาลัย “ฮลุน โซโล่” ขอจ่ายค่าเคลื่อนย้ายร่างกลับไทยทั้งหมด
สื่อเกาหลีใต้ชี้ นักท่องเที่ยวไทยวูบ 35.8% แต่คนเกาหลีแห่เที่ยวไทยเพียบ
World สื่อเกาหลีใต้ชี้ นักท่องเที่ยวไทยวูบ 35.8% แต่คนเกาหลีแห่เที่ยวไทยเพียบ
ธอส. นำร่อง “B-YOND” เอไอเอเจนต์ ยกระดับการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็ว แม่นยำ
Finance ธอส. นำร่อง “B-YOND” เอไอเอเจนต์ ยกระดับการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็ว แม่นยำ
กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงแนวทางคุ้มครอง วิดีโอในยูทูป ‘ฮลุน โซโล่’
News กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงแนวทางคุ้มครอง วิดีโอในยูทูป ‘ฮลุน โซโล่’
SET ปิดตลาดร่วง 26.36 จุด ถูกกดดันจาก Tech Sell-off ผสมแรงขายหุ้นใหญ่ “DELTA” กดดัชนี 21 จุด
Finance SET ปิดตลาดร่วง 26.36 จุด ถูกกดดันจาก Tech Sell-off ผสมแรงขายหุ้นใหญ่ “DELTA” กดดัชนี 21 จุด
‘จอร์เจีย’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวแสนล้าน
World ‘จอร์เจีย’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวแสนล้าน
ในหลวงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต จากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต จากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน
LPN ชี้อสังหาฯชะลอตัว คนลังเลซื้อบ้านดันตลาดเช่าโต ยีลด์พุ่ง 7.5%
Real Estate LPN ชี้อสังหาฯชะลอตัว คนลังเลซื้อบ้านดันตลาดเช่าโต ยีลด์พุ่ง 7.5%
โตโยต้า ครองแชมป์ขายรถ ครึ่งปีแรก ขาย 5.39 ล้านคันทั่วโลก
Automotive โตโยต้า ครองแชมป์ขายรถ ครึ่งปีแรก ขาย 5.39 ล้านคันทั่วโลก
ดูทั้งหมด

สรรพสิ่งสามารถแผ่ “รังสีฮอว์คิง” จนเอกภพทั้งหมดระเหยหายไปได้

04 มิ.ย. 2566 | 21:30น.

 

บรรดาผู้สนใจวิชาฟิสิกส์ดาราศาสตร์ล้วนทราบกันดีว่า การแผ่รังสีฮอว์คิง (Hawking Radiation) สามารถทำให้หลุมดำซึ่งเป็นวัตถุที่มีแรงโน้มถ่วงมหาศาล ค่อย ๆ ระเหยจนหมดสิ้นไปในวันหนึ่งได้

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาล่าสุดซึ่งทบทวนทฤษฎีข้างต้นที่สตีเฟน ฮอว์คิง เสนอไว้เมื่อปี 1974 ทำให้พบว่าไม่ใช่แค่หลุมดำเท่านั้นที่จะระเหยจนหมดไปในวันหนึ่ง แต่รวมถึงทุกสิ่งในจักรวาลที่มีมวลมากพอด้วย ทำให้เกิดแนวคิดใหม่ที่มองว่า จุดจบของเอกภพคือการที่สรรพสิ่งระเหยหายไปจนหมดสิ้นนั่นเอง

ข้อเสนอทางจักรวาลวิทยาที่แหวกแนวดังกล่าว ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Physical Review Letters เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งคณะนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชาวดัตช์ นำโดยศาสตราจารย์ เฮโน ฟอล์เก จากมหาวิทยาลัยราดเบาด์ (Radboud University) ของเนเธอร์แลนด์ ระบุไว้ในแถลงการณ์ว่าด้วยงานวิจัยข้างต้นว่า

“วัตถุมวลมากที่ปราศจากขอบฟ้าเหตุการณ์แบบหลุมดำ ซึ่งรวมถึงซากของดาวฤกษ์ที่สิ้นอายุขัยและวัตถุอวกาศขนาดมหึมาต่าง ๆ ล้วนมีการแผ่รังสีฮอว์คิงเช่นกัน โดยเมื่อเวลาผ่านไปนานแสนนานชั่วกัลปาวสาน ทุกสิ่งในเอกภพจะสูญสลายไปด้วยการระเหยจนหมดสิ้น ถือเป็นจุดจบของจักรวาลในอนาคตที่ไม่ต่างไปจากจุดจบของหลุมดำเลย”

การทบทวนทฤษฎีของฮอว์คิงทำให้พบว่า ไม่ใช่แค่หลุมดำที่อาจระเหยจนหมดไปได้
Reuters/ การทบทวนทฤษฎีของฮอว์คิงทำให้พบว่า ไม่ใช่แค่หลุมดำที่อาจระเหยจนหมดไปได้

การระเหยของหลุมดำและวัตถุมวลมากทั้งหมดนั้น ตามหลักการแผ่รังสีฮอว์คิงแล้วคือการสูญเสียพลังงานในรูปอนุภาคของแสงหรือโฟตอน (photon) โดยในกรณีของหลุมดำ โฟตอนจะเกิดขึ้นและแผ่ออกไปจากบริเวณโดยรอบสนามความโน้มถ่วงของหลุมดำที่ทรงพลัง ซึ่งหมายความว่าวัตถุมวลมากอื่น ๆ ที่มีสนามความโน้มถ่วงทรงพลังเช่นกัน ก็สามารถจะระเหยหายไปโดยกลายเป็นอนุภาคของแสงที่มีพลังงานระดับอ่อน ๆ ได้

ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะการบิดเบี้ยวโค้งงอ (warp) ของปริภูมิ-เวลา (space-time) ทำให้เกิดความไม่สม่ำเสมอในสนามความโน้มถ่วงขึ้นหลายจุด ซึ่งภาวะนี้ส่งผลต่อความแปรปรวนทางกลศาสตร์ควอนตัม โดยสามารถจะให้กำเนิดอนุภาคขึ้นมาจากห้วงอวกาศที่ดูเหมือนจะว่างเปล่าอยู่ได้ หากมีพลังงานมากพอ

สตีเฟน ฮอว์คิง เคยให้คำอธิบายเรื่องการแผ่รังสีฮอว์คิงเอาไว้ว่า การที่ปริภูมิ-เวลาในสนามความโน้มถ่วงของหลุมดำเกิดการบิดเบี้ยว ทำให้มีบริเวณที่กระแสเวลาไหลอย่างไม่สม่ำเสมอกันเกิดขึ้นหลายแห่ง ซึ่งพื้นที่เหล่านี้จะมีการพุ่งขึ้นของระดับพลังงาน อันเป็นที่มาของโฟตอนหรืออนุภาคของแสงที่ระเหยออกไปนั่นเอง และเมื่อกาลเวลาผ่านไปนานแสนนานยิ่งกว่าอายุของเอกภพในปัจจุบัน หลุมดำก็จะสูญเสียพลังงานผ่านการระเหยกลายเป็นอนุภาคของแสง จนกระทั่งตัวของมันเองหมดสิ้นไป

GETTY IMAGES

อย่างไรก็ตาม เมื่อทีมนักฟิสิกส์ชาวดัตช์ลองคำนวณและคิดทบทวนถึงทฤษฎีดังกล่าวดูอีกครั้ง พวกเขาพบว่าปรากฏการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นได้กับวัตถุอวกาศทุกชนิดที่มีสนามความโน้มถ่วงทรงพลัง โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดขึ้นเฉพาะกับหลุมดำ ซึ่งมีขอบฟ้าเหตุการณ์คอยทำหน้าที่เป็นรั้วกั้นขอบเขตอยู่เท่านั้น

มีการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ชิ้นใหม่ โดยนำหลักการที่เรียกว่า Schwinger effect มาประยุกต์ใช้เพื่ออธิบายกรณีการแผ่รังสีฮอว์คิงของวัตถุที่ไม่ใช่หลุมดำ ซึ่งหลักการดังกล่าวชี้ว่า สสารสามารถเกิดขึ้นได้จากการบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า

ผลปรากฏว่าแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ดังกล่าว สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของการแผ่รังสีฮอว์คิง ซึ่งเกิดจากแรงไทดัลหรือความไม่สม่ำเสมอภายในสนามความโน้มถ่วงแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าเมื่อดาวฤกษ์ ดาวนิวตรอน หรือดาวเคราะห์ขนาดยักษ์สิ้นอายุขัย พวกมันก็จะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ภาวะพลังงานต่ำ ก่อนจะเกิดการระเหยของโฟตอนจนสูญสลายหายไปในที่สุด

แม้แนวคิดใหม่นี้จะยังไม่ได้ผ่านการพิสูจน์ว่าถูกต้องด้วยหลักฐานทางดาราศาสตร์ที่เป็นรูปธรรม แต่ก็มีความน่าสนใจมากพอที่บรรดานักฟิสิกส์จะมองหากรณีตัวอย่างซึ่งเกิดขึ้นจริงในธรรมชาติ เพื่อยืนยันว่าการแผ่รังสีฮฮว์คิงนั้นเกิดขึ้นได้กับทุกสรรพสิ่งและจะนำมาซึ่งจุดจบของเอกภพจริงหรือไม่