เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

43 จังหวัด ‘เหนือ-อีสาน-กลาง-ใต้’ ระวังน้ำป่าไหลหลาก-ท่วมฉับพลัน-คลื่นลมแรง 28 มิ.ย.-3 ก.ค.นี้

28 มิ.ย. 2569 | 15:02น.

ปภ.แจ้งเตือน 43 จว.เหนือ อีสาน กลาง และใต้ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง 28 มิ.ย. – 3 ก.ค.

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศ เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบน แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 28 มิ.ย. – 3 ก.ค.ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากจะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ

และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉันพลันและน้ำป่าน้ำไหลหลาก ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง ในช่วงวันที่ 29 มิ.ย. – 3 ก.ค.โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 28 มิ.ย. – 3 ก.ค.แยกเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม

ภาคเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่

  • แม่ฮ่องสอน
  • เชียงใหม่
  • เชียงราย
  • พะเยา
  • น่าน
  • ตาก
  • กำแพงเพชร
  • พิษณุโลก
  • พิจิตร
  • เพชรบูรณ์
  • นครสวรรค์
  • และอุทัยธานี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่

  • เลย
  • อุดรธานี
  • หนองคาย
  • บึงกาฬ
  • สกลนคร
  • นครพนม
  • มุกดาหาร
  • ยโสธร
  • อำนาจเจริญ
  • สุรินทร์
  • ศรีสะเกษ
  • และอุบลราชธานี

ภาคกลาง 11 จังหวัด ได้แก่

  • กาญจนบุรี
  • ราชบุรี
  • นครนายก
  • ปราจีนบุรี
  • ฉะเชิงเทรา
  • ชลบุรี
  • ระยอง
  • จันทบุรี
  • ตราด
  • เพชรบุรี
  • และประจวบคีรีขันธ์

ภาคใต้ 8 จังหวัด ได้แก่

  • ชุมพร
  • สุราษฎร์ธานี
  • ระนอง
  • พังงา
  • ภูเก็ต
  • กระบี่
  • ตรัง
  • และสตูล

พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่

  • ระนอง (อำเภอเมืองระนอง อำเภอสุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์)
  • พังงา (อำเภอเกาะยาว อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี)
  • ภูเก็ต (ทุกอำเภอ)
  • กระบี่ (อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอคลองท่อม อำเภอเกาะลันตา อำเภอเหนือคลอง และอำเภออ่าวลึก)

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 43 จังหวัด และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นเสี่ยงภัย ให้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมรับมือ โดยกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นไม่ให้บุคคลเข้าพื้นที่

ในกรณีที่มีคลื่นลมแรง ขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายฝั่งทะเลห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำโดยเด็ดขาด และให้แจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และผู้ประกอบการเดินเรือโดยสาร เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงให้พิจารณาห้ามเดินเรือเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย และช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง

อีกทั้งได้ประสานให้จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรับผู้อพยพให้เพียงพอ กรณีเกิดสถานการณ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จัดเตรียมอาหารน้ำดื่มและสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพให้เพียงพอในศูนย์พักพิงชั่วคราว และขอให้จังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนทราบล่วงหน้าเพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือและปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน “THA DISASTER ALERT” และแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป