Lalamove ชี้พลังแฟนด้อมดันยอด Ride โต 7 เท่า พร้อมลุยขยายสู่ ‘เชียงใหม่’
Lalamove เผยผลลัพธ์แคมเปญ “ตัวจริงเรื่องการส่งด่วน” ที่ดึง “เจฟ ซาเตอร์” เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ช่วยผลักดันยอดเรียกใช้บริการ Lalamove Ride เติบโต 7 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมเปิดสเต็ปต่อไป เตรียมขยายบริการสู่ ‘เชียงใหม่’
Fandom Marketing หนึ่งในรูปแบบการตลาดที่นิยมใช้ในปัจจุบัน โดยเปลี่ยนพลังแฟนคลับของศิลปิน ดารา ไปสู่พฤติกรรมจริงของผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการของแบรนด์นั้น ๆ
เช่นเดียวกับลาลามูฟ (Lalamove) แพลตฟอร์มให้บริการส่งด่วนและรับส่งผู้โดยสารแบบออนดีมานด์ ที่ดึง “เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur)” มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของแบรนด์ พร้อมกับการส่งแคมเปญ “ตัวจริงเรื่องการส่งด่วน”
ความน่าสนใจในแคมเปญล่าสุดของ Lalamove คือ การที่แคมเปญดังกล่าวนั้นส่งผลให้ยอดการเรียกใช้บริการ Lalamove Ride เติบโตถึง 7 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และสร้างสถิติการเข้าร่วมกิจกรรมบนแพลตฟอร์มลาลามูฟสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ลาลามูฟเปิดให้บริการในประเทศไทย โดยอัตราการเข้าร่วมกิจกรรมสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกิจกรรมอื่น ๆ บนแพลตฟอร์มถึงเกือบ 1.5 เท่า และผลักดันให้ผลลัพธ์โดยรวมของแคมเปญสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในทุก ๆ ด้าน
นอกจากนี้ ยังช่วยส่งผลสู่การเติบโตของกลุ่มบริการใหม่ของลาลามูฟอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะบริการรับส่งผู้โดยสาร Lalamove Ride ที่เติบโตอย่างโดดเด่น จากความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาบริการที่มีราคาโปร่งใส เรียกใช้ได้ทันที และมีตัวเลือกการเดินทางที่ยืดหยุ่น

แคมเปญ “ตัวจริงเรื่องการส่งด่วน” ของ Lalamove ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ Fandom Marketing ที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนพลังของแฟนด้อมให้กลายเป็นพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้บริโภค ซึ่งได้ยกระดับภาพจำความเป็น “ตัวจริงเรื่องการส่งด่วน” ในใจผู้บริโภคยุคดิจิทัลได้อย่างแข็งแกร่ง ผ่านสื่อต่าง ๆ ของแบรนด์ และยังสร้างการมีส่วนร่วมผ่านกลไกการร่วมสนุกผ่านกิจกรรมบนแอปพลิเคชั่นเพื่อลุ้นรับสิทธิ์เข้าร่วมงาน
ส่งผลให้แคมเปญนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมบนแอปพลิเคชั่นสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของลาลามูฟ ประเทศไทย พร้อมกระตุ้นให้เกิดการดาวน์โหลดและทดลองใช้งานจริงในกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่
นายเบน ลิน กรรมการผู้จัดการ ลาลามูฟ ประเทศไทย กล่าวว่า ความสำเร็จของแคมเปญนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การตลาดและศักยภาพของลาลามูฟในการเปลี่ยนกระแสนิยมของผู้บริโภคให้กลายเป็นยอดการใช้บริการจริง โดยเราเห็นการเติบโตในทุกมิติ ทั้งจำนวนผู้ใช้งานใหม่ ยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น และยอดการเรียกใช้บริการโดยรวม ซึ่งล้วนสูงกว่าเป้าหมายที่เราคาดการณ์ไว้
ความสำเร็จดังกล่าวยังตอกย้ำความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อลาลามูฟในฐานะ ‘ตัวจริงเรื่องการส่งด่วน’ ขณะเดียวกันเราจะยังคงมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาและการขยายพื้นที่การให้บริการ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดบริการส่งด่วนและรับส่งผู้โดยสารแบบออนดีมานด์อย่างมั่นคงและยั่งยืน
Lalamove ระบุเพิ่มเติมว่า ยังเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการให้บริการในหัวเมืองสำคัญอย่างชลบุรี และขอนแก่น พร้อมเตรียมเปิดให้บริการในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นลำดับถัดไป ตามแผนกลยุทธ์ในการขยายพื้นที่ให้บริการทั่วประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น และเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายการให้บริการในระยะยาว