เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ซื้อง่ายกว่า แต่ทำไมต้องพัฒนาวัคซีนในประเทศ “ใบยา ไฟโตฟาร์ม” มีคำตอบ

15 ก.พ. 2564 | 15:28น.

โควิด-19 โรคระบาดชนิดใหม่ที่จู่โจมโลกได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบหนักต่อมวลมนุษยชาติ ทั้งในมิติด้านสุขภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจ ความหวังอันดับต้น ๆ ที่จะช่วยให้สถานการณ์ผ่อนคลายเบาบางลงก็คือวัคซีนป้องกันโรค

ในวิกฤตก็ยังมีเรื่องดีอยู่บ้างตรงที่นักวิจัยเร่งวิจัยพัฒนาและผลิตวัคซีนได้สำเร็จภายในระยะเวลาไม่ถึงปี ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ระดับสถิติของโลกที่สามารถผลิตวัคซีนได้เร็วขนาดนี้ บริษัทผลิตยาและวัคซีนชั้นนำอย่างไฟเซอร์ โมเดอร์นา แอสตร้าเซนเนก้า ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นเมื่อพวกเขาผลิตวัคซีนสำเร็จก่อนเป็นเจ้าแรก ๆ

ท่ามกลางบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านั้น ชื่อของ “ใบยา ไฟโตฟาร์ม” บริษัทสตาร์ตอัพด้านการแพทย์และสุขภาพสัญชาติไทยได้สร้างความสนใจในหมู่คนไทยเช่นกัน เมื่อบริษัทนี้ประกาศผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากใบยาสูบ

การวิจัยและพัฒนาวัคซีนมีการใช้เทคโนโลยีการผลิตหลากหลายเทคโนโลยี สำหรับบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ได้เลือกพัฒนาวัคซีนที่ผลิตจากโปรตีนพืช โดยการสร้างโปรตีนให้มีหน้าตาเหมือนโควิด-19 แล้วฉีดเข้าไปในร่างกายมนุษย์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน

การพัฒนาวัคซีนของใบยาฯคาดว่าจะเข้าสู่ระยะการทดลองในมนุษย์ (clinical trials) ได้ภายในปีนี้ น่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะใหญ่ ๆ กว่าจะพัฒนาสำเร็จและผลิตออกมาใช้จริง

ภาพจาก baiyaphytopharm.com

อาจมีคนสงสัยว่า ในเมื่อบริษัทต่างชาติเขาพัฒนาวัคซีนสำเร็จแล้ว และมีกำลังการผลิตมากมายเพียงพอที่เราจะซื้อหาได้ และรัฐบาลก็ได้ซื้อวัคซีนต่างชาติไปแล้ว แล้วทำไมไทยยังต้องเสียเวลาและงบประมาณสำหรับพัฒนาและผลิตวัคซีนในประเทศอีก

เราน่าจะตอบคำถามนี้ได้ด้วยข้อมูลของ ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ นักวิจัย ผู้ร่วมก่อตั้ง และซีอีโอ บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ซึ่งกล่าวบนเวทีเสวนา BREAKTHROUGH THAILAND 2021 จัดโดยบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เมื่อเร็ว ๆ นี้

ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ ชี้ให้เห็นว่า บริษัทที่ผลิตวัคซีนสำเร็จเป็นเจ้าแรก ๆ นั้นเป็นบริษัทจากประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งไม่ได้ทำสำเร็จเพราะปัจจัยเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว แต่การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต้องการองค์ประกอบหลายอย่าง เงินเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ต้องใช้ในการวิจัยพัฒนา แต่ที่สำคัญคือบริษัทผู้ผลิตเหล่านี้มีเทคโนโลยีแพลตฟอร์มการผลิตเป็นของตัวเอง ซึ่งเทคโนโลยีแพลตฟอร์มการผลิตเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งมาสร้างเมื่อเกิดโควิด-19 ขึ้น บริษัทใหญ่ ๆ เหล่านี้มีการพัฒนาเทคโนโลยีแพลตฟอร์มมาก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อต้องผลิตวัคซีนโควิด จึงนำมาใช้ต่อยอดได้

ผศ.ภญ.ดร.สุธีรายอมรับว่า การจัดหาวัคซีนเพื่อให้คนไทยได้รับวัคซีนในระยะสั้นและระยะกลาง โดยกระบวนการจัดซื้อและกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัทต่างประเทศ จะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนไทยอยู่รอดต่อไป แต่ในระยะยาวไทยต้องพัฒนาและผลิตวัคซีนภายในประเทศให้ได้

ซีอีโอบริษัทใบยาฯอธิบายให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาวัคซีนภายในประเทศอีกว่า ไม่มีใครทราบว่าไวรัสจะกลายพันธุ์ไปมากน้อยขนาดไหน ในกรณีที่ไวรัสกลายพันธุ์ไปมากจนวัคซีนที่ผลิตออกมาใช้ไม่ได้ผล การที่เรามีนักวิจัยในประเทศที่สามารถสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมได้เอง มีเทคโนโลยีแพลตฟอร์มการผลิตของเราเอง จะทำให้เราสามารถผลิตวัคซีนที่เปลี่ยนแปลงไปตามการกลายพันธุ์ของไวรัสได้อย่างทันท่วงที

อีกทั้ง ผศ.ภญ.ดร.สุธีรายังมองเผื่อไปอีกว่า หากในอนาคตเกิดโรคระบาดชนิดใหม่ที่ไม่ใช่โควิด-19 ขึ้นมา เราก็จะสามารถผลิตวัคซีนใช้ในประเทศได้เอง หรือกรณีที่เลวร้ายกว่านั้น หากมีโรคระบาดเกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยที่เดียว เหมือนที่โรคอีโบลาเกิดในแอฟริกา ซึ่งอาจไม่มีการผลิตวัคซีนป้องกันโรคนั้นในระดับนานาชาติ เราก็จะสามารถผลิตวัคซีนของเราเองได้

“วัคซีนคือความหวังสุดท้ายที่เราจะหลุดพ้นจากภาวะวิกฤตนี้เพื่อที่จะกลับไปสู่สภาวะปกติ สำหรับตัวเองคิดว่าวัคซีนเป็นเรื่องสำคัญ แต่เวลาเราพูดถึงการทางรอดในระยะยาว คิดว่าการพัฒนาเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม การสร้างนักวิจัย การสร้าง ecosystem ระบบต่าง ๆ ในประเทศที่ทำให้เราต่อสู้กับโรคระบาดแบบนี้ที่อาจจะกลายร่างจากโควิด-19 กลายเป็นโควิด-21 หรือโควิด-22 จะเป็นสิ่งสำคัญ เป็นทางรอดที่จะทำให้เราพัฒนาได้อย่างยั่งยืน เพื่อที่อย่างน้อยเราจะมีวัคซีนที่เป็นของคนไทย สร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพ และความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย”

ส่วนเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยของวัคซีน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึง ผศ.ภญ.ดร.สุธีราก็ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า การพัฒนาและการผลิตวัคซีนต้องทำภายใต้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เสมอทุกขั้นตอน การพัฒนา การผลิต และการทดลอง ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับในต่างประเทศ เพื่อให้คนไทยมั่นใจได้ว่าวัคซีนที่ผลิตในประเทศก็มีความปลอดภัย

สุดท้าย เรื่องที่หลายคนน่าจะอยากรู้คือ เรื่องราคา วัคซีนที่ผลิตในประเทศจะราคาถูกกว่าต่างประเทศไหม คนไทยจะเข้าถึงง่ายหรือไม่ ซีอีโอใบยาฯบอกว่า การผลิตวัคซีนเป็น economies of scale ยิ่งผลิตเยอะก็ยิ่งจะทำให้ราคาวัคซีนถูกลง ดังนั้น ถ้าประเทศเราเลือกใช้วัคซีนส่วนหนึ่งจากผู้ผลิตในประเทศ ก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตถูกลง และทำให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขัน

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีน