ใบขับขี่มีกี่ประเภท และต้องทำแบบไหนบ้างถึงจะดี
ไม่ว่าจะขับรถประเภทไหนก็ตาม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีใบขับขี่ แต่ถ้าหากไม่มั่นใจจะต้องทำใบขับขี่ชนิดไหน หรือมีรถที่ขับอยู่แล้วแต่ไม่มั่นใจว่าจะต้องใช้ใบขับขี่หรือต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ โดยทาง TIPINSURE จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับ ใบขับขี่มีกี่ประเภท และรายละเอียดต่างๆ ของใบขับขี่เหล่านั้นเป็นอย่างไร สามารถตามอ่านกันได้เลย
เรื่องที่ต้องรู้ ใบขับขี่มีกี่ประเภท เพื่อที่จะทำใบขับขี่ให้ถูก
สำหรับ ใบขับขี่มีกี่ประเภท ในเนื้อหาส่วนนี้จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับใบขับขี่แต่ละชนิด ว่ามีชื่ออย่างไร และมีรายละเอียดอะไรบ้าง ทุกคนสามารถตามมาทำความรู้จักกันได้เลย
-
ใบขับขี่รถชนิดชั่วคราว

สำหรับใครที่ยังไม่เคยมีใบขับขี่มาก่อน และจะต้องมาสอบใบขับขี่ครั้งแรกซึ่งหากผ่านการสอบแล้ว เบื้องต้นจะได้รับใบขับขี่รถยนต์ชนิดชั่วคราวก่อน โดยสามารถแบ่งเป็น ใบขับขี่รถยนต์ชั่วคราว ใบขับขี่รถสามล้อชั่วคราว และใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ชั่วคราว ซึ่งใบขับขี่นี้จะมีอายุประมาณ 2 ปี หลังจากนั้นจะต้องทำใบขับขี่แบบอื่น
-
ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล
หลังจากที่ใช้ใบขับขี่รถยนต์ชั่วคราว และอายุใบขับขี่ครบ 2 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางผู้ขับรถยนต์ส่วนบุคคลจำเป็นจะต้องมาทำใบขับขี่รถยนต์ใหม่ซึ่งสามารถเข้าไปทำใบขับขี่ได้เลย โดยใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลจะมีอายุ 5 ปี หลังจากนั้นก็ต้องมาทำซ้ำๆ ทุก 5 ปี
-
ใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล
สำหรับใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล เมื่ออายุใบขับขี่ชั่วคราวครบ 2 ปีแล้ว จะต้องเดินทางมาทำใหม่ ซึ่งตัวใบขับขี่จะออกมาแบบไม่ใช่ชั่วคราวแล้ว โดยบัตรจะมีอายุอยู่ที่ 5 ปี และจะต้องทำซ้ำๆ เรื่อยๆ
-
ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
ในส่วนของใบขับขี่แบบมอเตอร์ไซค์จะสามารถทำได้ตอนที่อายุ 20 ปี แล้ว หรือไม่ก็สามารถทำหลังจากที่มีใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ชั่วคราวมาแล้ว 1 ปี โดยไม่จำเป็นต้องรอให้หมดอายุแต่อย่างใด ก็สามารถทำได้เลย
-
ใบขับขี่สากล หรือใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ
สำหรับใครที่ต้องการขับรถข้ามประเทศจะต้องได้รับการยินยอมในการข้ามประเทศเสียก่อน โดยจำเป็นที่จะต้องมีใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และต้องมีหนังสือเดินทางในการออกนอกประเทศด้วย เพื่อทำการดำเนินเรื่องได้ง่าย ๆ สำหรับใบขับขี่สากลจะมีอายุเพียง 1 ปีเท่านั้น
-
ใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ
ใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ ก็คือการทำใบขับขี่สำหรับการประกอบอาชีพที่ต้องใช้รถยนต์ ยกตัวอย่างเช่น การขับแท็กซี่ ขับรถ Grab car รถส่งของ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ จำเป็นจะต้องมีใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล และจะต้องมีอายุ 22 ปี
-
ใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ
สำหรับใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ ซึ่งก็คือรถตุ๊กตุ๊ก จำเป็นที่จะต้องเคยทำใบขับขี่ชั่วคราวมาก่อน จากนั้นก็มาทำใบขับขี่จริง จึงจะสามารถประกอบอาชีพได้
-
ใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ
ในส่วนของใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ จำเป็นจะต้องมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ชั่วคราวมาแล้วมากกว่า 1 ปี และจำเป็นจะต้องมีใบขับขี่มาแล้ว 3 ปี ตัวอย่างของเคสนี้ ก็จะเป็นพวกมอเตอร์ไซค์ส่งของ มอเตอร์ไซค์ส่งอาหาร
-
ใบขับขี่รถบดถนน
สำหรับใบขับขี่รถบดถนน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ ผ่านการอบรม และผ่านการสอบใบขับขี่อย่างเคร่งครัด และที่สำคัญจะต้องเรียนรู้ด้านกฎหมายต่างๆ มากมาย โดยสามารถทำใบขับขี่รถบดถนนตอนอายุ 18 ปี
-
ใบขับขี่รถแทรกเตอร์
ใบขับขี่รถแทรกเตอร์ จะมีอายุของใบขับขี่อยู่ที่ 5 ปี และจำเป็นจะต้องมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับรถแทรกเตอร์ชนิดนั้น โดยสามารถทำใบขับขี่รถแทรกเตอร์ตอนอายุ 18 ปี
-
ใบขับขี่รถชนิดอื่น
ใบขับขี่รถชนิดอื่นๆ จะมีอายุของใบขับขี่อยู่ที่ 5 ปี โดยในจุดนี้จะนอกเหนือจากที่ได้แนะนำใบขับขี่เบื้องต้น ในจุดนี้หากมีรถชนิดไหนอาจต้องสอบถามตามกรมขนส่งเพื่อเช็กอีกที
สรุป

เมื่อได้รู้เกี่ยวกับใบขับขี่มีกี่ประเภทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพบว่าคุณอยากจะขับรถตามประเภทนั้นๆ แต่ยังไม่มีใบขับขี่แนะนำว่าหลังจากเรียนขับรถเรียบร้อยแล้ว จำเป็นที่จะต้องรู้ ขั้นตอนสอบใบขับขี่รถยนต์ หรือรถประเภทอื่นๆ ให้ดี เพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลาสอบหลายครั้ง หรือการเตรียมเอกสารมีอะไรติดขัด ดังนั้นเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมเอกสารให้พร้อมและไปสอบใบขับขี่กันได้