สถ.จัดประชุมขับเคลื่อนอบรมเชิงปฏิบัติการจัดทำหน้ากากอนามัยในทุกท้องถิ่น ป้องกัน COVID-19 ครอบคลุมทุกพื้นที่
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานการประชุมระบบทางไกลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Web Conference) ชี้แจงการดำเนินการขับเคลื่อน “โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และการจัดทำหน้ากากอนามัยเพื่อการป้องกันตนเอง” โดยมีนายแพทย์สมพงษ์ ชัยโอภานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข นายทวี เสริมภักดีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพิริยะ ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง นายธวัชชัย เลี้ยงประเสริฐ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม นางสาวกาญจนา ทองเกษม นักวิชาการพัฒนาชุมชน ชำนาญการพิเศษ ผู้แทนกรมการพัฒนาชุมชน เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ในส่วนภูมิภาคมีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกจังหวัด ประกอบด้วย ปลัดจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด พัฒนาการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลจังหวัด ประธานชมรมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รับฟังการชี้แจง ณ ห้องประชุมของสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด
การประชุมดังกล่าวสืบเนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้มอบแนวทางการแก้ไขปัญหาหน้ากากอนามัยที่มีไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชนและในบางพื้นที่ไม่สามารถจัดหาซื้อหน้ากากอนามัยได้ จึงได้ดำเนินการ “โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และการจัดทำหน้ากากอนามัยเพื่อการป้องกันตนเอง” อันเป็นการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการปกครอง และกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข
สำหรับการขับเคลื่อนดำเนินการในพื้นที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานจัดอบรม สร้างทีมวิทยากร หรือทีมครู ก. ในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ ประกอบด้วยบุคลากรในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำหมู่บ้าน (กำนันและผู้ใหญ่บ้าน) ผู้นำชุมชน อาสาสมัครในพื้นที่ (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)) กลุ่มสตรี จิตอาสา และประชาชนที่สนใจ เพื่อเป็นทีมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้และทักษะการจัดทำหน้ากากอนามัย ให้ประชาชนทุกคนมีหน้ากากอนามัยใช้อย่างทั่วถึง และสามารถจัดทำได้เอง แก้ไขปัญหาหน้ากากอนามัยที่มีไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน
ล่าสุด กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ขับเคลื่อนการดำเนินการตามโครงการ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ และให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 17 มีนาคม 2563 นี้ โดยในระยะแรกให้ อปท.สร้างทีมวิทยากร หรือทีมครู ก.ในพื้นที่ ในระยะที่สองขยายผลให้วิทยากร หรือ ครู ก. ลงพื้นที่เพื่อสอนตัดเย็บการทำหน้ากากอนามัยผ้าให้แก่ประชาชน

ด้านนายแพทย์สมพงษ์ ชัยโอภานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขพร้อมให้การสนับสนุนกระทรวงมหาดไทยอย่างเต็มกำลัง พร้อมได้แนะนำพี่น้องประชาชน ให้กินร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ในการล้างมือควรใช้เวลามากกว่า 20 วินาที ถ้าใช้เจลล้างมือต้องใช้แอลกอฮอล์ล 70% ขึ้นไปและรอให้แอลกอฮอล์แห้งก่อนเพื่อให้เกิดการฆ่าเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขอให้พี่น้องประชาชนร่วมกันใส่หน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อไวรัส เพื่อตนเอง เพื่อครอบครัว และเพื่อสังคม

ขณะที่นายพิริยะ ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ในส่วนกรมการปกครองได้ให้ปลัดจังหวัดจัดประชุมชี้แจงให้นายอำเภอ ขับเคลื่อนการดำเนินการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่าย และติดตามผลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งแจ้งให้พี่น้องประชาชนตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตระหนก และให้เชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมกับฝ่ายปกครองในแต่ละจังหวัด จัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ในพื้นที่ที่เป็นชุมชน ตลาด ที่ว่าการอำเภอ หรือสถานที่ที่มีคนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกัน COVID-19
ด้านนางสาวกาญจนา ทองเกษม นักวิชาการพัฒนาชุมชน ชำนาญการพิเศษ ผู้แทนกรมการพัฒนาชุมชน ย้ำว่า ได้มีการสั่งการให้พัฒนากรจังหวัดตรวจสอบว่าพี่น้องประชาชน หรือกลุ่มต่างๆ ในชุมชน มีความพร้อม และอัตรากำลังในการตัดเย็บ อัตรากำลังในการทอผ้าเพื่อเข้าร่วมโครงการในระยะ 2 จำนวนเท่าใด ในส่วนงบประมาณในการดำเนินโครงการอบรม สามารถใช้จ่ายจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเพื่อเป็นแหล่งงบประมาณอีกทางหนึ่งได้
ในช่วงท้าย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งย้ำว่า “การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำหน้ากากอนามัยแบบปูพรมทั่วประเทศ จะช่วยสร้างความรู้และทักษะในการจัดทำหน้ากากอนามัยไว้ใช้เองในครัวเรือนให้เกิดขึ้นในทุกชุมชนและสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ไปขยายผลโดยการสอนหรือสาธิตวิธีการจัดทำหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนเกิดความตระหนักและสามารถป้องกันโรคระบาดโดยเริ่มจากตนเอง หน้ากากอนามัยที่จัดทำขึ้น นอกจากจะช่วยป้องกันการระบาดของ COVID-19 แล้ว ก็ยังสามารถใช้ป้องกันฝุ่นละออง โรคทางเดินหายใจ รวมถึงโรคระบาดหรือโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย”