เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
Tech เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
Politics ‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
ดูทั้งหมด

โมเดอร์น่าประกาศผลการวิจัยทางคลินิกเบื้องต้น ของวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตรผสม mRNA-1273.211

03 พ.ค. 2565 | 16:05น.

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา โมเดอร์น่าได้ประกาศผลการวิจัยทางคลินิกเบื้องต้นของวัคซีน เข็มกระตุ้นสูตร mRNA-1273.211 ซึ่งเป็นวัคซีนสูตรผสมชนิดแรกที่ทางบริษัทได้พัฒนาขึ้นและกำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยทางคลินิกในอาสาสมัคร โดยวัคซีน mRNA-1273.211 นี้เป็นสูตรผสมของสายพันธุ์ดั้งเดิม และสายพันธุ์เบต้า ในปริมาณที่เท่ากันอย่างละครึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตรมาตรฐาน mRNA-1273 รุ่นปัจจุบัน ขนาด 50 ไมโครกรัม พบว่า วัคซีน mRNA-1273.211 ในขนาด 50 ไมโครกรัม นั้นสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์โอไมครอนและสายพันธุ์น่ากังวล อื่นๆ ได้แก่ เดลต้า และ เบต้า ได้ในระดับที่สูงกว่า และระดับภูมิคุ้มกัน ที่สูงกว่าดังกล่าวก็ยังมีการตรวจวัดได้ที่เวลา 6 เดือนหลังจากนั้น โดยในส่วนของภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโอไมครอนของวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตรผสม mRNA-1273.211 รุ่นใหม่นี้ เมื่อวัดหลังฉีดไปแล้ว 1 เดือน พบว่ามีระดับที่สูงกว่าการกระตุ้นด้วยวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตรมาตรฐานรุ่นปัจจุบันที่ประมาณ 2.20 เท่า (1408 เทียบกับ 629) และเมื่อเวลาผ่านไป 6 เดือน พบว่าภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโอไมครอนก็ยังคงระดับที่สูงกว่าที่ 2.15 เท่า (317 เทียบกับ 146)

ในด้านความปลอดภัยของวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตร mRNA-1273-211 ขนาด 50 ไมโครกรัม พบว่า โดยทั่วไปอาสาสมัครมีการยอมรับวัคซีนได้ดี อาการไม่พึงประสงค์ที่พบมีความคล้ายคลึงกับที่มีการรายงานจากวัคซีนสูตรมาตรฐานขนาด 50 ไมโครกรัม ซึ่งเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นที่ใช้ฉีดอยู่ในปัจจุบันนี้ โดยอาการส่วนใหญ่อยู่ในระดับเล็กน้อย – ปานกลาง

Stéphane Bancel ซึ่งดำรงตำแหน่ง Chief Executive Officer ของบริษัทโมเดอร์น่าได้กล่าวว่า

“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับข้อมูลที่ได้จากการทดสอบวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตร mRNA-1273.211 ซึ่งเป็นวัคซีนสูตรผสมตัวแรกที่เราพัฒนาขึ้นมา ผลการทดสอบที่แสดงให้เห็นว่าวัคซีนสูตรผสมนี้ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มี mRNA ของสายพันธุ์โอไมครอนเป็นส่วนประกอบ แต่ก็สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโอไมครอนและสายพันธุ์น่ากังวลชนิดอื่นๆ ได้ในระดับที่สูงกว่าวัคซีนสูตรมาตรฐาน แสดงให้เห็นว่า กลยุทธ์ที่เราวางแผนไว้เพื่อรับมือกับไวรัสสายพันธุ์น่ากังวลและเริ่มดำเนินมาตั้งแต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วนั้น เราได้มาถูกทางแล้ว นอกจากนี้แล้ว ทางโมเดอร์น่าเองกำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบทางคลินิกระยะที่ 2/3 ของวัคซีนเข็มกระตุ้นรุ่นใหม่อีกหนึ่งสูตรคือ mRNA-1273.214 ซึ่งเป็นวัคซีนสูตรผสมระหว่างสายพันธุ์ดั้งเดิม และ สายพันธุ์โอไมครอน โดยคาดว่าผลการทดสอบเบื้องต้นจะออกมาภายในไตรมาสที่สองของปีนี้ โดยทั้งวัคซีน mRNA-1273.211 และ mRNA-1273.214 นั้นถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นตัวเลือกของการใช้เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นรุ่นใหม่ที่จะผลิตออกมในช่วงปลายปีนี้ เราเชื่อมั่นว่าวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตรผสมที่ประกอบไปด้วยสองสายพันธุ์ จะเป็นวัคซีนรุ่นใหม่ที่จะสามารถใช้รับมือกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต”

ส่วนวัคซีนเข็มกระตุ้นรุ่นปัจจุบันนี้เมื่อใช้ฉีดกระตุ้นเป็นเข็มที่ 3 หรือ 4 จากข้อมูลจากการใช้งานจริงในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ก็แสดงให้เห็นว่ายังคงสามารถป้องกันการติดเชื้อแบบรุนแรงและการต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ดี