“กรมการขนส่งทางบก” เตือน ผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารและรถบรรทุก ต้องบำรุงรักษารถทุก 6 เดือน หรือ 40,000 กิโลเมตร และจะต้องนำแบบบันทึกผลการบำรุงรักษารถ (Logbook) มาแสดงเมื่อตรวจสภาพรถหรือชำระภาษีประจำปีทุกครั้ง หากฝ่าฝืนโทษปรับสูงถึง 50,000 บาท
วันที่ 25 มีนาคม 2566 นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้มีประกาศ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาการบำรุงรักษารถ ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2565 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2565
มีผลให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกและรถโดยสาร ประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง การขนส่งโดยรถขนาดเล็ก และการขนส่งส่วนบุคคล ต้องทำการบำรุงรักษารถตามระยะเวลาทุก 6 เดือน หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร หรือตามระยะทางหรือระยะเวลาที่น้อยกว่า หรือตามระยะทางหรือระยะเวลาที่ผู้ผลิตรถกำหนดก็ได้
เพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่งทำการตรวจสอบและบำรุงรักษารถเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้งานและลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากการชำรุดบกพร่องของเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถ โดยผู้ประกอบการขนส่งที่มีการบำรุงรักษารถอยู่ก่อนแล้วสามารถดำเนินการบำรุงรักษารถตามรอบระยะทางหรือระยะเวลาเดิมของรถได้ต่อไป สำหรับผู้ประกอบการขนส่งที่ยังไม่เคยมีการบำรุงรักษารถมาก่อน ให้เริ่มดำเนินการบำรุงรักษารถตาม
รอบระยะเวลา ดังต่อไปนี้
รถที่มีอายุภาษีสิ้นงวดที่ 3 ปี 65 (ก.ค. – ก.ย. 65) จะต้องเริ่มทำการบำรุงรักษารถ และนำแบบบันทึกผลการบำรุงรักษารถ (Logbook) มาแสดงประกอบการตรวจสภาพรถหรือชำระภาษีประจำปี ตั้งแต่ 1เมษายน 2566 เป็นต้นไป
รถที่มีอายุภาษีสิ้นงวดที่ 4 ปี 65 (ต.ค. – ธ.ค. 65) จะต้องเริ่มทำการบำรุงรักษารถ และนำแบบบันทึกผลการบำรุงรักษารถ (Logbook) มาแสดงประกอบการตรวจสภาพรถหรือชำระภาษีประจำปี ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป
รถที่มีอายุภาษีสิ้นงวดที่ 1 ปี 65 (ม.ค. – มี.ค. 65) จะต้องเริ่มทำการบำรุงรักษารถ และนำแบบบันทึกผลการบำรุงรักษารถ (Logbook) มาแสดงประกอบการตรวจสภาพรถหรือชำระภาษีประจำปี ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป
รถที่มีอายุภาษีสิ้นงวดที่ 2 ปี 65 (เม.ย. – มิ.ย. 65) จะต้องเริ่มทำการบำรุงรักษารถ และนำแบบบันทึกผลการบำรุงรักษารถ (Logbook) มาแสดงประกอบการตรวจสภาพรถหรือชำระภาษีประจำปี ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถทุกรายต้องนำแบบบันทึกผลการบำรุงรักษารถมาแสดงประกอบการตรวจสภาพรถหรือชำระภาษีประจำปีทุกครั้ง โดยแบบบันทึกผลการบำรุงรักษารถ (Logbook) ที่นำมาแสดงประกอบการตรวจสภาพรถจะเป็นกระดาษ หรือ อิเล็กทรอนิกส์ ก็ได้

10 รายการที่ต้องบำรุงรักษา
รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวทิ้งท้ายว่า โดยในขั้นตอนการบำรุงรักษารถนั้น ผู้ประกอบการขนส่งสามารถนำรถเข้าทำการบำรุงรักษาได้ตามช่องทางต่างๆ ได้แก่ ศูนย์บริการของผู้ผลิตรถ อู่รับซ่อมรถทั่วไป หรือศูนย์ซ่อมของผู้ได้รับใบอนุญาตหรือเจ้าของรถก็ได้
ซึ่งรายละเอียดรายการที่ต้องบำรุงรักษารถ มีจำนวน 10 รายการ ได้แก่ 1.ระบบเครื่องยนต์ 2. ระบบไอเสีย 3. ระบบส่งกำลัง 4. ระบบบังคับเลี้ยว 5. ระบบห้ามล้อ 6. ระบบรองรับน้ำหนัก 7. ระบบไฟฟ้า ไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ 8. กงล้อและยาง 9. ตัวถัง 10. ระบบเชื้อเพลิง
หากฝ่าฝืนอาจโดนปรับถึง 5 หมื่น
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถให้ทำการบำรุงรักษาตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวเพื่อความพร้อมของรถ และความปลอดภัยในการให้บริการประชาชน ลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเนื่องจากอุบัติเหตุ และเนื่องจากการบำรุงรักษารถได้ถูกกำหนดเป็นเงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบการขนส่งตามมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง
ดังนั้น การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขจะถือว่าเป็นความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท และอาจส่งผลต่อการพิจารณาการต่อใบอนุญาตประกอบการขนส่งต่อไปด้วย

- วิธีแก้ปัญหารถควันดำ 6 ข้อ ทำแล้วรอดปลอดภัย ไม่โดนจับปรับ 5 พัน
- สถิติร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะกว่า 1.7 หมื่นครั้ง พบส่วนใหญ่ไม่สุภาพ