หั่นกำไรโรงกลั่น โรงแยกก๊าซ 8,500 ล้านบาท ตรึงราคาพลังงาน 3 เดือน

โรงกลั่นน้ำมัน
File Photo : (Photo by Mark Felix / AFP)

พล.อ.ประยุทธ์เจรจาโรงกลั่น-โรงแยกก๊าซ หักกำไรส่วนเกินค่ากลั่น โรงแยกก๊าซ รวม 8.5 พันล้านบาท/เดือน อีก 3 เดือน

วันที่ 16 มิถุนายน 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ แถลงผลการประชุมทีมเศรษฐกิจฉุกเฉิน 5 หน่วยงาน ได้แก่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง สภาพัฒน์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงบประมาณ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเป็นประธาน ว่า

ที่ประชุมได้หารือมาตรการลดภาระประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นหลังจาก 10 มาตรการก่อนหน้านี้บางมาตารการจะสิ้นอายุในเดือนมิถุนายน 2565 โดยที่ประชุมเห็นชอบขยายมาตรการเดิมที่จะครบกำหนดในเดือนมิถุนายน 2565 ออกไปอีก 3 เดือน หรือตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2565

นายดนุชากล่าวว่า กระทรวงพลังงานและกระทรวงคลังได้เสนอมาตรการช่วยเหลือประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจบางส่วน ได้แก่ ในส่วนมาตรการที่ใกล้จะหมดอายุ เช่น การให้ความช่วยเหลือก๊าซ LPG ของแท็กซี่ การให้ส่วนลดในการซื้อก๊าซ LPG สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับมาตรการขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันให้คงค่าการตลาดจำนวน 1.40 บาท ก็จะเดินต่อไปถึงสิ้นเดือนกันยายน 2565

นายดนุชากล่าวว่า สำหรับกระทรวงการคลังได้เสนอมาตรการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปีนี้  นอกเหนือจากโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ที่รอเข้า ครม. คือ มาตรการภาษี โดยบริษัทเอกชนหากไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดเมืองรอง สามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีนิติบุคคลได้ 2 เท่า ส่วนเมืองหลักหักได้ 1.5 เท่า

Advertisment

รวมถึงการจัดงานอีเวนต์ต่าง ๆ และนิทรรศการต่างจังหวัดก็สามารถนำมาหักภาษีได้ นับตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม จนถึง 31 ธันวาคม 2565 คาดว่าจะสูญเสียรายได้ราว 300-500 ล้านบาท

นอกจากนี้กระทรวงพลังงานเสนอขอความร่วมมือภาคเอกชน โดยเฉพาะห้างร้านต่าง ๆ ในการประหยัดพลังงานด้วย ซึ่งจะมีการนำเสนอเข้า ครม.ในวันที่ 21 มิถุนายน 2565 อย่างไรก็ตาม มาตรการลดส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมไม่ขยายระยะเวลาต่อไป

ด้านนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า มาตรการพลังงานเดิมจะต่อออกไปอีก 3 เดือน ส่วนมาตรการที่เพิ่มเติม คือ มาตรการขอความร่วมมือจากกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในการนำส่งกำไรส่วนหนึ่งที่เกิดจากการกลั่นน้ำมันส่วนเกิน ส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในช่วงวิกฤตราคาน้ำมันแพงระยะเวลา 3 เดือน หรือ ก.ค.-ก.ย. 2565 ซึ่งการเก็บค่าการกลั่นเข้ากองทุนน้ำมันฯ แบ่งออกเป็นน้ำมันดีเซล ประมาณ 5-6 พันล้านบาทต่อเดือน และเบนซินประมาณ 1 พันล้านบาทต่อเดือน

ซึ่งในส่วนของเบนซินจะนำมาเป็นส่วนลดราคาให้ผู้ใช้น้ำมันเบนซินทันที 1 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซลจะเอาเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพื่อช่วยสถานะกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งขณะนี้ติดลบอยู่ 9 หมื่นล้านบาท และภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2565 จะติดลบถึง 1 แสนล้านบาท

Advertisment

นอกจากนี้จะขอความร่วมมือจากโรงแยกก๊าซ ซึ่งจะมีกำไรจากส่วนเกินส่วนหนึ่งมา 50 % เข้ากองทุนน้ำมันฯ เช่นเดียวกัน ประมาณ 1,5000 ล้านบาทต่อเดือนเป็นระยะเวลา 3 เดือนเช่นเดียวกัน สำหรับโรงกลั่นที่ขอความร่วมมือได้แก่ TOP, IRPC, PTTGC, BCG, ESSO, SPRC มาตรการทั้งหมด จะนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.ในวันที่ 21 มิถุนายน 2565