ผู้ต้องหาคดีปล้นร้านทอง สน.พระราชวัง รับสารภาพ เผยลงทุนคริปโต เสียหาย

ปล้นร้านทอง

อุทาหรณ์หนุ่มเสียเงินในตลาดคริปโต หาทางออกผิดซ้ำอีก ไปปล้นร้านทอง กวาดทองมูลค่าถึงแสนแปด สุดท้ายไม่รอด ถูกตำรวจจับดำเนินคดี

วันที่ 19 มิถุนายน 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. เปิดแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ถึงการจับกุมผู้ต้องสงสัยคดี จี้ชิงทรัพย์ ร้านทองบ้วนหลี (ชมพู) สน.พระราชวัง รวมมูลค่า 1.8 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่คลี่คลายคดีในเวลารวดเร็ว เพียง 11 ชั่วโมง

นายมนตรี สังข์มี อายุ 34 ปี ผู้ต้องสงสัย ให้การรับสารภาพ หลังถูกจับกุมได้ที่บริเวณปากซอยเจริญนคร 34 แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน มื่อเวลา 03.40 น. วันที่ 19 มิ.ย. 2565

ปล้นร้านทอง

การแถลงข่าวดังกล่าว เจ้าหน้าที่แสดงของกลาง ได้แก่ ทองรูปพรรณ จำนวน 30 เส้น น้ำหนักรวม 60 บาท กระเป๋าสะพายข้างสีดำ จำนวน 1 ใบ รวมมูลค่ากว่า 1,800,000 บาท

Advertisment

นอกจากนี้ยังมีชุดที่ผู้ต้องสงสัยใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ไอ สีดำ-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และแผ่นป้านทะเบียน 578 ชัยนาท

พล.ต.ต.นพศิลป์ เปิดเผยว่า หลังจากคนร้ายก่อเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิเคราะห์ข้อมูลแผนประทุษร้ายในครั้งนี้จนกระทั่งสืบสวนทราบตัวผู้ก่อเหตุคือนายมนตรี โดยมีพยานหลักฐานเพียงพอที่ทราบว่าคนร้ายนี้ได้หลบหนีเข้าไปอยู่ในพื้นที่บ้านพักซอยเจริญนคร 34 จึงนำกำลังไปตรวจสอบและพบตัวนายมนตรี ที่บริเวณปากซอยเ ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน

การสอบสวนได้ข้อมูลว่า วันเกิดเหตุ 18 มิ.ย. 2565 เวลาราว 16.50 น. นายมนตรีขับขี่รถจักรยานยนต์ มาจอดไว้บริเวณฝั่งตรงข้ามห้างทอง และเข้าไปชิงทรัพย์ จากนั้นหลังเกิดเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปจอดซ่อนไว้ในซอยสมเด็จเจ้าพระยา 7 ก่อนจะหลบหนีกลับมาที่บ้านพัก ภายในซอยเจริญนคร 34 จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้

Advertisment

ส่วนสาเหตุที่ลงมือก่อเกตุนั้น นายมนตรีกล่าวว่า เกิดจากความเครียดเรื่องการเงิน หลังลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี และเสียเงินไปมาก แม้จะพอมีเงินเก็บในบัญชีเหลืออยู่บ้าง แต่ตัดสินใจก่อเหตุ เพียงเพราะแค่ขับผ่านแล้วรู้สึกว่าน่าจะก่อเหตุได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธและโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

……