mc outlet
“แม็คกรุ๊ป” กางแผนฝ่าปัจจัยลบ มุ่งพัฒนาโปรดักต์อินโนเวชั่น นวัตกรรมใหม่เจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย แย้มมีแผนลอนช์คอลเล็กชั่นใหม่ไม่ยั้ง พร้อมขยาย Mc Outlet ในสถานีบริการน้ำมันเพิ่มเป็น 15 แห่ง ก่อนปรับกลยุทธ์เน้นสื่อสารแบรนด์ ลดการจัดโปรโมชั่น “ลด แลก แจก แถม”
เผยตลาดต่างประเทศ เล็งประเดิมขยายที่เวียดนาม หลังโควิดคลี่คลาย พร้อมตั้งเป้าปีบัญชี 2566 สร้างยอดขายโต 10-20% กลับไปเทียบเท่าช่วงก่อนโควิด
นายปิยะ โอฬารริกสุภัค ประธานเจ้าหน้าที่ด้านบัญชีและการเงิน บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC ธุรกิจค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ “แม็คยีนส์” เปิดเผยในงาน Opportunity Day (12 ก.ย.) ว่า แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง
แต่ยังมีปัจจัยลบเรื่องต้นทุนสินค้าราคาพลังงาน เงินเฟ้อ ส่งผลต่อค่าครองชีพของคอนซูเมอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้บริษัทต้องบริหารจัดการต้นทุนการผลิต โดยที่ผ่านมามีการสั่งซื้อวัตถุดิบไว้ล่วงหน้า ควบคู่กับปรับขึ้นราคาสินค้าเล็กน้อย
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 12 เดือน ปีบัญชี 2565 (กรกฎาคม 2564-มิถุนายน 2565) บริษัทมีรายได้จากการขาย 2,923 ล้านบาท ลดลง 297 ล้านบาท ร้อยละ 9.2 จากช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ต้องปิดร้านค้า แม้ปรับตัวหันมาขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ แต่ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้
โดยตัดส่วนลด แลก แจก แถม ออกไป ทำให้มีกำไรสุทธิ 486 ล้านบาท ทั้งนี้รายได้แบ่งเป็นร้านค้าปลีก (free-standing shop) 61% ตามด้วยห้างสรรพสินค้า 23% ร้านค้าออนไลน์ 10% และซูเปอร์สโตร์ 1%
นายปิยะกล่าวต่อถึงแผนการดำเนินงานต่อจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโปรดักต์ใหม่ ๆ ด้วยการเพิ่มอินโนเวชั่น นวัตกรรมต่าง ๆ เน้นออกแบบให้เหมาะกับรูปร่างคนไทย ทั้งกลุ่มกางเกงยีนส์ และกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ เสื้อ รองเท้า กระเป๋า เป็นต้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนสินค้า ก่อนหน้านี้มีกางเกงยีนส์ 200 รุ่น ตอนนี้ปรับลงมา 60 รุ่น เพื่อช่วยสร้างแบรนด์ให้ลูกค้ารู้จักได้มากขึ้น
ส่วนเสื้อ RECENT ใส่ไปเที่ยว มีจุดขายในเส้นทางท่องเที่ยว จากเดิมเป็นสินค้าซีซั่นนอล แต่ปัจุจบันขายได้ตลอดทั้งปี
ล่าสุด ได้ลอนช์คอลเล็กชั่นแม็คไบเกอร์ เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานให้สามารถรองรับการขับขี่รถจักรยานยนต์ มีหลากหลายไอเท็ม อาทิ เสื้อแจ็กเกต, เสื้อยืดแขนสั้นและแขนยาว เสื้อเชิ้ต, เสื้อฮูดดี้ และกางเกงขาสั้น กางเกงยีนส์ ชูจุดขายในราคาที่เข้าถึงง่าย โดยมีแผนจะลอนช์คอลเล็กชั่นใหม่ออกมาอยู่เป็นระยะ ๆ โดยมุ่งนำเสนอสินค้าในทุก ๆ ช่องทาง ทั้งช็อป เคาน์เตอร์ในศูนย์การค้า และ Mc Outlet ผ่านทีมขายสินค้ารวมทั้งหมดที่มีอยู่ 1,200 คน
พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าขยาย Mc Outlet ภายในสถานีบริการน้ำมันของ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เพิ่มเป็น 15 สาขา จากปัจจุบันเปิดไปแล้วทั้งในและนอกปั๊มน้ำมันรวม 72 สาขา ถือว่าได้รับการตอบรับดีจากลูกค้า และ Mc Outlet จะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะสร้างยอดขายสำคัญให้กับบริษัท รวมถึงการเพิ่มน้ำหนักการขายออนไลน์ ผ่านไลน์บริษัท และแพลตฟอร์มพาร์ตเนอร์ ลาซาด้า ช้อปปี้ โดยได้นำระบบซีอาร์เอ็ม ที่มีฐานข้อมูลลูกค้าอยู่ 1.8 ล้านคน มาวิเคราะห์ใช้ในการจัดแคมเปญโปรโมชั่นให้ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะบุคคล
ส่วนกลยุทธ์การจัดโปรโมชั่นต่อจากนี้ จะต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกมีแวลูมากสุด โดยล่าสุดได้จัดแคมเปญ My Mc My Journey ทริปไหน ก็ลุยได้เต็มแม็ค เพื่อต่อยอดแคมเปญ My Mc My Way กับแนวคิดเรื่อง Body Positivity เข้าใจในความแตกต่างของรูปร่าง ถือว่าได้รับการตอบรับดี ทำให้มีกลุ่มลูกค้าอายุน้อยลง เพราะจากเดิมกลุ่มลูกค้าของแม็คกรุ๊ป เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีอายุค่อนข้างเยอะ
ด้านตลาดต่างประเทศ ในช่วงโควิดระบาดหนัก ๆ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทต้องชะลอการทำตลาดไปก่อน แต่ปี 2565 ทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย ทำให้จากนี้จะเริ่มขยายในประเทศอาเซียนซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาพาร์ตเนอร์ เบื้องต้นมองไปที่ประเทศเวียดนาม เพราะมีโอกาสการเติบโตอย่างมาก
“ยอมรับว่าขณะนี้แม็คพยายามปรับพื้นฐานการทำตลาดในไทยให้แข็งแกร่ง สเต็ปแรกจะขยายไปอาเซียนก่อน และต่อไปตั้งเป้าจะขยายไปประเทศอื่น ๆ เราตั้งเป้าจะเป็นแบรนด์ระดับโลกในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาการทำ M&A เพื่อนำมาช่วยสนับสนุนซัพพลายเชน แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เพราะบริษัทมีเงินสดอยู่กว่า 2,000 ล้านบาท ถือว่ามีข้อได้เปรียบในการรองรับโอกาสการเติบโต
“อย่างไรก็ตาม จากกลยุทธ์การขยายฐานการรับรู้แบรนด์และการเพิ่มช่องทางเข้าถึงสินค้า ประกอบกับการบริหารจัดการใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ บริษัทตั้งเป้า ปีบัญชี 2566 จะมียอดขายเติบโต 10-20% ซึ่งกลับไปเทียบเท่าช่วงก่อนโควิด-19” นายปิยะกล่าว