เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

Sharp เฟ้นธุรกิจ AI, EV หุ่นยนต์ เครื่องยนต์ตัวใหม่ สร้างเติบโต

10 พ.ย. 2568 | 13:37น.

คอลัมน์ : Market Move

ชาร์ป (Sharp) หนึ่งในยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่น วางแผนขยายขอบเขตธุรกิจไปยังพรมแดนใหม่ ๆ อย่าง AI , EV (ยานยนต์ไฟฟ้า) และหุ่นยนต์ หวังหาเครื่องยนต์ตัวใหม่มาสร้างการเติบโต ระหว่างที่พยายามรักษาธุรกิจดั้งเดิมอย่างการผลิตจอ LCD เอาไว้ด้วย

สำนักข่าว นิกเคอิ เอเชีย รายงานบทสัมภาษณ์ของ “มาซาฮิโระ โอคิสึ” ประธานและซีอีโอของชาร์ป เมื่อปลายเดือนกันยายน 2025 ซึ่งเปิดเผยว่า บริษัทตั้งความหวังที่จะพบเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่จะมาสร้างการเติบโตในธุรกิจเทคโนโลยีล้ำยุคอย่าง AI, EV และหุ่นยนต์

ทั้งนี้ ปัจจุบันธุรกิจผลิตหน้าจอ LCD ของชาร์ป ได้รับการค้ำจุนด้วยรายได้และกำไรจาก 2 เสาหลัก คือ ธุรกิจ B2C เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน และธุรกิจ B2B อาทิ เครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชั่น และเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

โดยลูกค้าของธุรกิจ B2B ของชาร์ป ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ตามแนวทางมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความท้าทายต่าง ๆ ที่สำนักงานและโรงงานต้องเผชิญ ด้วยการผสมผสานฮาร์ดแวร์ กับโซลูชั่นที่คัสตอมไมซ์ได้ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ชาร์ปมีอยู่ในมือ บริษัทมุ่งความสนใจไปยังเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น AI, EV และหุ่นยนต์ เพื่อสร้างเสาหลักต้นที่ 3 มาค้ำจุนธุรกิจผลิตหน้าจอ LCD “มาซาฮิโระ โอคิสึ” อธิบายว่า เสาหลักต้นที่ 3 นี้จะเป็นจุดโฟกัสของแผนธุรกิจระยะกลางฉบับถัดไปของชาร์ป หรือซึ่งจะใช้จนถึงปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2028

ภายใต้แผนบริหารระยะกลางฉบับใหม่ บริษัทคาดว่าจะลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเฉลี่ยปีละ 8 หมื่นล้านเยน ด้วยตัวเลขนี้จะทำให้ทิศทางการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาของชาร์ปเพิ่มขึ้น หลังลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่แตะระดับสูงสุดที่ 1.085 แสนล้านเยน หรือประมาณ 1.68 หมื่นล้านบาท ในปีงบประมาณ 2018 ก่อนดีดเพิ่มขึ้นอีกครั้งในปีงบประมาณ 2024 หรือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี

ในขณะที่ก่อนหน้านี้เงินลงทุนสำหรับนวัตกรรมส่วนใหญ่จะมุ่งไปยังธุรกิจ LCD แต่ปัจจุบันประมาณ 80% จะมุ่งไปที่การดำเนินงานด้านแบรนด์ของชาร์ป ซึ่งรวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น เครื่องซักผ้า

คาดว่าการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในธุรกิจแบรนด์เหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายในสิ้นปีงบประมาณ 2027 เมื่อเทียบกับช่วงปีงบประมาณ 2021-2023

ในการแถลงข่าวผลประกอบการประจำเดือนสิงหาคม ชาร์ประบุว่า กำลังพิจารณาเข้าสู่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ที่กำลังมาแรง และขยายตัวรวดเร็ว โดยร่วมมือกับ ฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ในไต้หวัน

โอคิสึกล่าวว่า บริษัทหวังที่จะมีบทบาทสำคัญ เมื่อฟ็อกซ์คอนน์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์สำหรับ AI เข้ามาขยายธุรกิจในญี่ปุ่น โดยอาจมีความเป็นไปได้ที่ชาร์ปจะมีส่วนร่วมในการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ การบำรุงรักษา และการขาย

“นอกจากการติดตั้ง-บำรุงรักษา พื้นที่โรงงานบางส่วนซึ่งปัจจุบันไม่ได้ใช้งาน เป็นอีกจุดที่เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการนี้ได้ด้วย”

โอคิสึยังเสริมว่า แม้ฟ็อกซ์คอนน์ จะเป็นผู้ให้บริการด้านการผลิตและประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังระดับโลกหลายแห่ง แต่ฟ็อกซ์คอนน์ยังไม่มีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง

ขณะที่ชาร์ปมีแบรนดิ้งที่แข็งแกร่งในญี่ปุ่น หากความร่วมมือนี้ประสบความสำเร็จ จะทำให้ฟ็อกซ์คอนน์สามารถร่วมมือกับบริษัทญี่ปุ่นในวงการอื่น ๆ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ ได้ง่ายขึ้นด้วย