เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
Tech EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
ดูทั้งหมด

‘ไอคอนสยาม’ ผงาดค้าปลีกโลก ขึ้นแท่น 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

11 พ.ย. 2568 | 08:03น.

กว่า 13 ปีหลังการประกาศวิสัยทัศน์ครั้งใหญ่ในปี 2555 โครงการ “ไอคอนสยาม” ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงเชิงประวัติศาสตร์ จากการผนึกกำลังของ 3 บริษัทเอกชนไทยยักษ์ใหญ่ อย่างสยามพิวรรธน์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ฯ ที่ได้ร่วมประกาศลงทุนโครงการมูลค่า 35,000 ล้านบาท บนพื้นที่ริมเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ท่ามกลางคำถามถึงความเป็นไปได้ในการข้ามแม่น้ำมาพัฒนาย่านที่ไม่ใช่ศูนย์กลางธุรกิจดั้งเดิมของกรุงเทพฯ

ฝ่าความท้าทายสู่แลนด์มาร์กโลก

“ชฎาทิพ จูตระกูล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์เล่าย้อนถึงวันเริ่มต้นว่า โครงการ “ไอคอนสยาม” เผชิญความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่ผังเมือง ความเข้าใจของสังคมต่อวิสัยทัศน์ใหม่ ไปจนถึงความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมือง แต่ในปี 2557 ทั้ง 3 พันธมิตรยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเชื่อมั่น ด้วยการเปิดชื่อโครงการ “ไอคอนสยาม” พร้อมเพิ่มเงินลงทุนรวมเป็น 50,000 ล้านบาท

และประกาศจัดทำ “แผนแม่บทวิสัยทัศน์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา” เพื่อยกระดับแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็น “Global Destination” ที่สร้างประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วน ไม่ใช่เพียงการก่อสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ แต่คือการสร้างเมืองแห่งความรุ่งโรจน์

โดยวิสัยทัศน์ดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่าน “7 สิ่งมหัศจรรย์ไอคอนสยาม” ซึ่งเป็นผลงานของผู้เชี่ยวชาญจาก 15 ประเทศ 4 ทวีป ร่วมกับนักออกแบบ วิศวกร และศิลปินแห่งชาติของไทย ตั้งแต่การผสานสถาปัตยกรรมระดับโลกกับอัตลักษณ์ไทย การคัดเลือกแบรนด์ลักเซอรี่ชั้นนำ การสร้างพื้นที่สาธารณะ River Park ขนาด 5 ไร่ การรวบรวมความงดงามของวัฒนธรรมไทยทั้ง 77 จังหวัดในสุขสยาม จนถึงการสร้างศูนย์ประชุมมาตรฐานโลก “ทรู ไอคอน ฮอลล์” ก่อนเปิดดำเนินการอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 และต่อยอดสู่โครงการ ICS ที่ช่วยผลักดันมูลค่าการลงทุนรวมสูงถึง 60,000 ล้านบาท

“ชฎาทิพ” ระบุว่า ผลลัพธ์ตลอดหลายปีสะท้อนให้เห็นชัดว่า “ไอคอนสยาม” ไม่ใช่เพียงความฝัน แต่เป็นโครงการที่สร้างอิมแพ็กต์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนจากมูลค่าที่ดินโดยรอบเพิ่มจาก 250,000 บาท เป็น 700,000 บาทต่อตารางวา ธุรกิจริมแม่น้ำเติบโตขึ้นกว่า 60% และเกิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่กว่า 60 แห่ง ในรัศมี 1 กิโลเมตร

ขณะเดียวกัน ยังสร้างงานกว่า 400,000 ตำแหน่ง และเป็นแพลตฟอร์มให้ผู้ประกอบการไทยกว่า 35,000 ครอบครัว รวมถึงในช่วงวิกฤตโควิด-19 ไอคอนสยามก็ยังยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง โดยมีอัตราการเติบโตหลังโควิดสูงถึง 24% และมีรายได้เติบโตเป็นตัวเลขสองหลักจวบจนปัจจุบัน

ไอคอนสยามผงาดเวทีโลก

ความสำเร็จดังกล่าวไม่ใช่เพียงแต่ในมิติของธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยบนเวทีโลก โดยล่าสุดไอคอนสยามได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญบนเวที MAPIC Awards 2025 ณ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส โดยเป็นโครงการหนึ่งเดียวจากประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย

และได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 3 สุดยอดโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบ 30 ปี เคียงข้างกับ Puerto Venecia จากสเปน และ Westfield London จากสหราชอาณาจักร

โดยรางวัลพิเศษนี้คัดเลือกจาก 15 โครงการระดับโลกในรอบ 30 ปี ซึ่งรวมถึง Dubai Mall และ Marina Bay Sands ก่อนจะเปิดให้ประชาคมโลกโหวตคัดเลือก 3 โครงการสุดท้าย

“ชฎาทิพ” บอกด้วยความภาคภูมิใจว่า “ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นจากพลังแห่งความร่วมมือและจิตวิญญาณของคนไทย ที่ตั้งใจสร้างแลนด์มาร์กเพื่อนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทย โดยมีแรงบันดาลใจจากล้นเกล้าฯทั้ง 2 พระองค์ (ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง) วันนี้ที่ไอคอนสยามเป็นโครงการเดียวจากเอเชียที่ได้รับการยกย่อง ถือว่าบรรลุปณิธานที่จะสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ รางวัลนี้จึงไม่ใช่ของสยามพิวรรธน์ แต่เป็นรางวัลของประเทศไทย เป็นเกียรติยศของคนไทยทุกคน”

และในงานเดียวกันชื่อของ “ชฎาทิพ จูตระกูล” ยังได้รับรางวัล Lifetime Achievement สาขา “PIONEERS OF PLACES AWARDS” ในฐานะคนไทยและชาวเอเชียคนแรก ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทสำคัญในการผลักดันโกลบอลเดสติเนชั่นและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมค้าปลีกระดับโลกด้วย

แบรนด์ชั้นนำแห่ปักหมุดสาขาแรก

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความสำเร็จและการยอมรับในระดับโลก ไอคอนสยามยังคงไม่หยุดนิ่งที่จะสร้างความตื่นเต้นและตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำ โดยในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ต่อเนื่องถึง Q1/2569 จะมีแบรนด์ระดับโลกเปิดให้บริการใหม่ 51 ราย คิดเป็นเงินลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท

ซึ่งจะมีทั้งแฟลกชิปสโตร์ระดับท็อปและคอนเซ็ปต์ใหม่ครั้งแรกในโลก อาทิ Hermes และ Prada ในรูปแบบ Duplex ครั้งแรกในไทย, Loro Piana และ GIORGIO ARMANI เปิดสาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพร้อมบริการ Made-to-Measure, Fendi กับคอนเซ็ปต์ใหม่แห่งแรกในเอเชีย

รวมถึงแบรนด์ที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย เช่น Brunello Cucinelli, Zimmermann, Tamburins สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ ON ที่ทำลายสถิติยอดขายวันแรกสูงสุดของบริษัททั่วโลก นอกจากนี้ ยังมี POP MART Global Landmark Store ใหญ่ที่สุดในโลกนอกประเทศจีน และ The North Face กับคอนเซ็ปต์ ONE BOX PRO ครั้งแรกในโลก

เตรียมพบปรากฏการณ์ใหม่

“ชฎาทิพ” ย้ำว่า ความแข็งแกร่งของไอคอนสยามส่วนหนึ่งมาจากฐานลูกค้าคนไทยกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะผู้บริโภคในย่านธนบุรีและปริมณฑล 4 จังหวัด ทำให้ได้รับผลกระทบจากภาวะผันผวนค่อนข้างน้อย แม้ในปีนี้ประเทศไทยจะเผชิญความท้าทายหลายด้าน แต่ภาคเอกชนไทยยังคงต้องเดินหน้าลงทุนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจ

โดยไอคอนสยามยังพร้อมทำหน้าที่เป็น “แม่เหล็ก” ในการดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้กลับมาเยี่ยมเยือนและหลงรักประเทศไทยอย่างไม่มีวันสิ้นสุด โดยเตรียมสร้างความตื่นเต้นใหม่ ๆ ที่จะทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป

และทิ้งท้ายว่าแม้ปีนี้จะเป็นปีที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายหลายเรื่อง แต่เชื่อว่าปีหน้าสถานการณ์ต่าง ๆ จะไม่ซ้ำรอยเดิม และจะคลี่คลายไปในทิศทางที่เป็นบวกมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค้าปลีก ไอคอนสยาม