เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘เอสแอนด์พี’ พลิกโนว์ฮาว 52 ปี ปั้น 5 คอนเซ็ปต์สาขา-ลุยธุรกิจ OEM

12 มิ.ย. 2569 | 13:45น.
เอสแอนด์พี

เอสแอนด์พี

“เอส แอนด์ พี ซินดิเคท” ต่อยอดโนว์ฮาว 52 ปี เดินแผน Delicious Business Solution ขยาย 2 สาขาธุรกิจ B2B/B2C พาเหรดสินค้า-สาขาคอนเซ็ปต์ใหม่เจาะใจเจน Z  ส่งเค้กถาด (Cake Square) ลงสนามชูจุดเด่นสะดวกเลือกได้-ราคาเข้าถึงง่าย พร้อมเลิกปั๊มสาขาหันมุ่ง 5 เซ็กเมนต์ ประเดิม S&P Express, S&P 1973 รุก QSR-ตลาดบน ด้าน B2B ชูโซลูชั่น OEM แบบด่วนรับดีมานด์ร้านเล็ก-เชฟดังอยากสเกลธุรกิจ มั่นใจสิ้นปีนี้ยังโตต่อเนื่องแม้เศรษฐกิจท้าทาย

นายกำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเชนร้านอาหารและเบเกอรี่แบรนด์เอสแอนด์พี และร้านวิงสต๊อป (Wingstop) กล่าวว่า ตลาดร้านอาหารในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นี้ยังคงท้าทาย เนื่องจากเศรษฐกิจในภาพรวมค่อนข้างซึม เห็นได้จากการคาดการณ์ตัวเลข GDP ที่จะเติบโตต่ำกว่า 1% ซึ่งน้อยกว่าปีที่แล้ว

เช่นเดียวกับยอดขายของบริษัทเองที่ช่วงไตรมาสแรกยอดขายค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และในไตรมาสที่ 2 สถานการณ์ยังไม่กระเตื้องขึ้นมากนักและยังไม่เห็นสัญญาณที่สินค้าตัวใดที่จะกลายเป็นกระแสไวรัลเทียบเท่ากับปรากฏการณ์ของ “ชิโอปัง” ในปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตามโครงการกระตุ้นการใช้จ่าย เช่น ไทยช่วยไทย น่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ ทำให้ผู้คนมีความกล้าจับจ่ายใช้สอยและเดินห้างมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลบวกทางอ้อมต่อยอดขายของผู้ประกอบการรายใหญ่ รวมถึงบริษัทที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการโดยตรงด้วย

เผยอินไซต์คนรุ่นใหม่

ขณะเดียวกันกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่มีพฤติกรรมการเลือกสินค้า-ร้านอาหารที่แตกต่างไป โดยนอกจากรสชาติแล้วยังต้องการประสบการณ์และความสนุกจากร้านหรือสินค้า แต่ขณะเดียวกันกลับไม่อินกับเทศกาลแบบเดิม ๆ เช่น สงกรานต์ หรือไหว้พระจันทร์ ส่วนการตัดสินใจซื้อสินค้าจะให้น้ำหนักกับหน้าตาดูดีน่ารัก ราคาเข้าถึงง่ายแบบสามารถตัดสินใจซื้อได้ทันที รวมถึงกระแสไวรัลบนโซเชี่ยลอย่างติ๊กตอกและอินสตาแกรม

ทั้งนี้สะท้อนจากผลตอบรับของการจัดอีเวนต์ช่วงสงกรานต์ในร้านวิงสต๊อป ที่กิจกรรมหลากหลาย อาทิ เกมปาเป้าชิงรางวัล และมี ดีเจ.มาเปิดเพลงฮิปฮอปดัง ๆ สร้างบรรยากาศปาร์ตี้ภายในร้าน ซึ่งสามารถดึงดูดลูกค้าวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี และความนิยมพ็อปเค้ก (Pop Cake) เค้กขนาดเล็กตกแต่งด้วยลายการ์ตูนในราคาต่ำกว่า 200 บาท/ก้อน ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี’68 แต่ปัจจุบันเป็นสินค้ากลุ่มเค้กที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของบริษัทแล้ว 

รวมถึงชิโอะปัง (Shio Pan) ซึ่งช่วงกระแสพีกมียอดผลิตถึง 500,000 ชิ้น/เดือน และแม้ปัจจุบันกระแสเริ่มซาแต่ยังมียอดผลิตประมาณ 300,000 ชิ้น/เดือน

ชู Delicious Business Solution

นายกำธรกล่าวต่อไปว่า เพื่อรับมือสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อ รวมถึงต่อยอดอินไซต์พฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่มาสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นี้ บริษัทจะมุ่งขยายฐานลูกค้าทั้งผู้บริโภคทั่วไปและลูกค้าองค์กร ด้วยธุรกิจ Retail & Food Service ภายใต้แนวคิด Delicious Business Solution ซึ่งต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเบเกอรี่ และอาหารแช่แช็ง สู่โซลูชั่นสำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจอาหาร

โดยในส่วนของ Retail หรือค้าปลีกเบเกอรี่ และอาหารแช่แข็งนั้น จะเน้นปรับภาพลักษณ์แบรนด์และพัฒนาสินค้าใหม่ที่เจาะกลุ่มเจน Z ทั้งด้วยนวัตกรรมและมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้านรสชาติ ความสะดวก และราคาจับต้องได้ ไปจนถึงร้านคอนเซ็ปต์ใหม่

ด้าน Food Service บริษัทจะก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่มแบบครบวงจรแก่ธุรกิจทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อย เชนร้านอาหารขนาดใหญ่ โรงแรม ไปจนถึงสายการบิน ผ่าน 3 บริการหลัก คือ บริการธุรกิจคาเฟ่, ครัวกลาง และรับผลิต หรือ OEM

ทั้งนี้ศักยภาพของธุรกิจ Retail & Food Service เห็นได้จากปัจจุบันยอดขายจากแผนก Retail และ Food Service อยู่ที่ประมาณ 800 ล้านบาท โดยสัดส่วนของการทำ OEM สูงถึงกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้เติบโตจากอดีตถึง 2-3 เท่า รวมถึงยังมีประสิทธิภาพสูงและทำกำไรได้ดี เนื่องจากใช้ทีมงานน้อยเพียงหลักสิบคนเพราะพึ่งพาระบบหลังบ้านเดิมเป็นหลัก นอกจากนี้ยังช่วยให้บริษัทใช้งานเครื่องจักรในโรงงานอย่างเต็มศักยภาพอีกด้วย

พาเหรดสินค้าเจาะใจเจน Z

ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทยังเดินหน้าแผนพาเหรดสินค้าใหม่รายเดือนเช่นเดียวกับที่ผ่านมาเพื่อรักษากระแสความสนใจ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ มีไฮไลต์ล่าสุดเป็นเค้กสแควร์ (Cake Square) ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีจุดเด่นคือ ความคุ้มค่าและความสะดวก จากลักษณะการเป็นเค้กในถาดสี่เหลี่ยม มีให้เลือก 7 รสชาติ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกซื้อแบบตัดแบ่งชิ้นละ 58 บาท เพื่อผสมหลาย ๆ รสชาติ หรือจะซื้อยกถาดในราคาประมาณ 350 บาทก็ได้

โดยขณะนี้เค้กสแควร์เริ่มทดลองขายในร้าน S&P จำนวน 20 สาขา และมีแผนจะขยายให้ครบกว่า 430 สาขาภายในสิ้นปี ‘69 นี้ และคาดว่าจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับพ็อปเค้กที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว 

นอกจากนี้บริษัทยังส่งทีมงานบินไปดูงานในประเทศอื่น ๆ อาทิ จีน เพื่อหาไอเดียและเทรนด์ใหม่ ๆ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นเมนูฮิตถัดไปอีกด้วย 

พร้อมกันนี้จะขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ S&P Quick Meal อาทิ เค้กแช่แข็ง อาหารพร้อมทาน รวมถึงขนมไทย ไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ส่งขนมไทยไปบุกตลาดอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิกแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ลาว และเวียดนาม 

เลิกปั๊มสาขามุ่งคอนเซ็ปต์ใหม่

เช่นเดียวกับการขยายสาขาเอสแอนด์พี ซึ่งบริษัทเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการ “ปั๊มสาขา” หรือขยายสาขาในรูปแบบเดิมที่หน้าตาเหมือนกันไปเปิดในทุกพื้นที่ เป็นการสร้างความแปลกใหม่และนวัตกรรม ด้วย 2 คอนเซ็ปต์ใหม่ คือ S&P Express ร้านสไตล์ฟาสต์ฟู้ด หรือ Quick Service Restaurant – QSR ซึ่งปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์วัยรุ่น เช่น การสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อสั่งอาหารผ่านมือถือแล้วรอรับ เน้นเจาะกลุ่มตามมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียน และ S&P 1973 ที่เพิ่มความหรูหราขึ้น

ควบคู่กับการรีโนเวตสาขาเดิมในทำเลที่เน้นกลุ่มวัยรุ่น โดยเปลี่ยนชุดพนักงานให้ดูเป็นวัยรุ่นมากขึ้น และปรับสไตล์การให้บริการ จากเดิมที่เน้นความเรียบร้อยและรอให้ลูกค้าเรียกหา เปลี่ยนเป็นการให้พนักงานเดินเข้าไปหาลูกค้าแบบกระฉับกระเฉงและเป็นกันเองมากขึ้น ไปจนถึงการจัดกิจกรรมแปลกใหม่ในร้านในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ตามแนวทางที่ใช้ในร้านวิงสต็อปเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้บริษัทกำลังวางแผนแบ่งกลุ่มรูปแบบร้านอย่างชัดเจน โดยจะแบ่งออกเป็นประมาณ 5 เซ็กเมนต์ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าในแต่ละพื้นที่ เช่น เซ็กเมนต์ที่เน้นความสะดวกรวดเร็วแบบ Grab and Go, เซ็กเมนต์ร้านที่เน้นความหรูหรา (High-End) หรือร้านที่เน้นเจาะกลุ่มวัยรุ่น โดยจะใช้วิธีนำร่องทดลองไปทีละเซ็กเมนต์ ประมาณเซ็กเมนต์ละ 10 สาขาก่อน เพื่อรอดูผลตอบรับว่าถูกใจลูกค้าหรือไม่ และต้องปรับปรุงอะไรเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ตอบโจทย์ลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ได้ตรงจุด

ปักธงสาขาลาว

นอกจากนี้บริษัทจะเดินหน้าการขยายสาขาในเอเชียอีกครั้ง ประเดิมด้วยสาขาลาว ซึ่งจะอยู่ในห้าง “ก๊อก ก๊อก เมกะ ประตูชัย” ห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่กลางกรุงเวียงจันทน์ ก่อนจะขยายสาขาทั้งรูปแบบร้านอาหารและร้านเบเกอรี่ต่อเนื่อง ตามแผนมีสาขาในลาว 5 สาขาก่อนสิ้นปี’69

ทั้งนี้เนื่องจากลาวเป็นตลาดที่มีศักยภาพ โดยชาวลาวรู้จักและชื่นชอบแบรนด์เอสแอนด์พีอยู่แล้ว เห็นได้จากการเดินทางข้ามมาทานอาหารหรือซื้อของที่สาขาในฝั่งไทย เช่น หนองคาย และอุดรธานี ดังนั้นการเปิดสาขาที่เวียงจันทน์จึงเป็นการตอบโจทย์ความสะดวกสบายให้ลูกค้ากลุ่มนี้โดยตรง

หลังบริษัทถอนตัวจากตลาดสิงคโปร์ จีนและกัมพูชาไปแล้ว เหลือเพียงสาขาในอังกฤษ ออสเตรีย และเวียดนาม  

ชูความคล่องตัวชิง SMEs

นายกำธรอธิบายว่า บริษัทจะชิงความได้เปรียบและสร้างความแตกต่างจากผู้ให้บริการโซลูชั่น OEM ด้านอาหารรายอื่น ๆ ด้วยการชูข้อได้เปรียบด้านความคล่องตัวสูง สามารถตอบสนองความต้องการของพาร์ตเนอร์และทำงานได้รวดเร็วในกรอบเวลาที่จำกัดกว่าผู้เล่นที่เป็นโรงงานขนาดใหญ่

สะท้อนจากโปรเจ็กต์พัฒนาเมนู “หมูแดงย่าง” เพื่อนำไปเสิร์ฟบนเที่ยวบินของการบินไทย โดยเน้นเจาะกลุ่มเส้นทางบินในเอเชียและจีนเป็นหลัก ที่ร่วมงานกับ “เชฟโอ-ตนัย พจน์อารีย์ เจ้าของและเชฟร้าน “ตั้งใจย่าง” ร้านอาหารระดับ Michelin Bib Gourmand ซี่งบริษัทสามารถจัดการให้สำเร็จได้แม้มีเวลาเตรียมตัวเพียง 1 สัปดาห์

“ด้วยประสบการณ์กว่า 52 ปี ในธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ ทั้งจำหน่ายเองและผลิต OEM ให้เชนร้านกาแฟและร้านสะดวกซื้อ จึงมั่นใจว่า เอสแอนด์พีพร้อมต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรในทุกระดับผ่านมาตรฐานการผลิต คุณภาพสินค้า และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ รสชาติ และโอกาสทางธุรกิจ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เอสแอนด์พี