เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

จุดเปลี่ยนวงการ “แฟชั่น” ร้านปิด ทัวริสต์หาย ยอดขายวูบ

08 พ.ค. 2563 | 11:04น.
คอลัมน์ จับกระแสตลาด

สินค้าฟุ่มเฟือย รวมถึงสินค้าแฟชั่น มักจะเป็นสินค้ากลุ่มแรก ๆ ที่คนชะลอการจับจ่ายออกไป ในช่วงที่มีวิกฤตต่าง ๆ เกิดขึ้น หรือมีความไม่แน่นอนในสถานะการเงิน ความปลอดภัยในการดำรงชีวิต ฯลฯ

ครั้งนี้ก็เช่นกัน “โควิด-19” ถือว่าเป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่สร้างผลกระทบระบบเศรษฐกิจทั่วโลก และพฤติกรรมของคนแบบไม่ทันตั้งตัว

วิกฤตครั้งนี้คนมีเงินก็เดินไปช็อปหน้าร้านไม่ได้ เพราะแบรนด์แฟชั่นจำนวนมากใช้ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า เมื่อภาครัฐต้องการที่จะหยุดการแพร่กระจายเชื้อไวรัส จึงออกคำสั่งให้ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าปิดบริการชั่วคราว แบรนด์แฟชั่นจึงกระทบเข้าอย่างจัง

โดยเฉพาะกลุ่มดีไซเนอร์แบรนด์และลักเซอรี่แบรนด์ที่มีราคาสูง มักจะขายประสบการณ์ทั้งมู้ดแอนด์โทน การตกแต่งภายในร้าน พรีเซนต์เอกลักษณ์ของแบรนด์ ไปจนถึงเซอร์วิสจากพนักงานที่เป็นเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวคอยให้คำแนะนำปรึกษา

ภาพของการปรับตัวที่เกิดขึ้น คือ การหันไปหาช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การค้าการขาย เพื่อยังคงสร้างยอดขายประคองรายได้เอาไว้ แต่ก็คงไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้

การวางแผนเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้สามารถเดินต่อไปได้หลังจากนี้ ไม่ว่าจะเจอกับสถานการณ์แบบไหน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องศึกษา ทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อวางกลยุทธ์ที่เหมาะสม ล่าสุด “โว้ก ประเทศไทย” ได้จัดกิจกรรม “VogueBusinessTalk” ในหัวข้อ “กลยุทธ์การตลาด หลังวิกฤตโควิด-19” โดยเชิญผู้ประกอบการในวงการแฟชั่นมาพูดคุยถึงการเปลี่ยนแปลงหลังจากอาฟเตอร์ช็อกครั้งนี้ และการรับมือของแต่ละแบรนด์

“โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์” รองประธานกรรมการ พีพี กรุ๊ป ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นลักเซอรี่ โลเอเว่, ลองฌอมป์, เอ็มซีเอ็ม, โรเฌร์ วิวีเยร์, ออฟ ไวท์ ฯลฯ เล่าว่า สถานการณ์นี้เกิดโดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน แต่เมื่อเกิดแล้วก็ต้องยอมรับความจริง และพยายามปรับตัวเองให้เร็วที่สุด ในแผนระยะสั้นคือ ต้องคิดบวก และเข้าไปมอนิเตอร์ทุกเรื่อง ทั้งต้นทุน กระแสเงินสด การตลาด การดูแลพนักงาน เพราะสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ผ่านวิกฤตนี้ไปได้ก็คือ ทีมงาน

หลังจากที่หน้าร้านของบริษัททั้งหมดถูกปิด พีพี กรุ๊ปได้หันมาทำตลาดผ่านออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก แอปพลิเคชั่นไลน์ ฯลฯ ทันที ซึ่งเป็นแผนที่วางเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว จากเทรนด์ของผู้บริโภคที่หันมาออนไลน์มากขึ้น เมื่อมีสถานการณ์โควิด-19 เป็นตัวกระตุ้นให้ปรับตัวแบบเดี๋ยวนี้ จึงปรับมาช่องทางนี้ได้ค่อนข้างเร็ว ทั้งบริการ Chat & Shop ส่งฟรีถึงหน้าบ้าน พร้อมกับแคชโวเชอร์ส่วนลดท้ายบิลสูงสุด 15,000 บาท

นอกจากนี้ การที่กลุ่มทัวริสต์ที่เป็นฐานลูกค้าหลักของแบรนด์แฟชั่นลักเซอรี่คงไม่กลับมาเร็ว ๆ นี้ ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ใหม่โดยเน้นให้ความสำคัญของตลาดในประเทศมากขึ้น

“วันนี้เราวางแผนกันแบบรายอาทิตย์ จากเมื่อก่อนที่วางแผนกันรายปี คีย์หลักของการฝ่าวิกฤตสำหรับเราคือ FAST เนื่องจากพีพี กรุ๊ปไม่ได้เป็นบริษัทที่ใหญ่มากจึงมีความยืดหยุ่นค่อนข้างเยอะ ทำให้เราสามารถแอ็กชั่นต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ถ้าไม่มีการระบาดรอบใหม่ เรามองว่าไตรมาส 4 สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ไม่ได้ดีขึ้นเท่าปกตินะ ดีขึ้นในตลาดคนไทย 50% เพราะตลาดนักท่องเที่ยวไม่มีแน่นอน”

ด้าน “มิลิน ยุวจรัสกุล” ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์มิลินชี้ว่า หลังจากที่แบรนด์ได้รับผลกระทบจากการปิดห้าง ได้หันมาวางแผนการทำตลาดผ่านออนไลน์ เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ แอปพลิเคชั่นไลน์ทดแทน มีการทำสต๊อก ทำสินค้า โปรโมชั่น เพื่อตอบโจทย์กับช่องทางดังกล่าวภายในเวลาไม่ถึง 1 อาทิตย์ หลังจากที่ช่องทางหน้าร้านไม่สามารถให้บริการได้

อย่างไรก็ตาม ความยากของแบรนด์มิลินก็คือ identity ของแบรนด์ที่เป็นสไตล์สาวปาร์ตี้ ซึ่งบรรยากาศของการสังสรรค์ เฉลิมฉลองต่าง ๆ คงไม่กลับมาในเร็ว ๆ นี้แน่นอน ทำให้ต้องวางแผนด้านการผลิต ตีโจทย์คอลเล็กชั่นใหม่ที่จะวางขายทั้ง autumn-winter-summer และกระจายความเสี่ยงในการผลิตเป็นลอตเล็กลง เช่น จากเดิม 100 ตัว ก็จะเหลือ 50 ตัว เป็นต้น รวมถึงการทำสินค้าลอตพิเศษที่ราคาย่อมเยามากขึ้น เช่น กางเกงขาสั้น เสื้อสายเดี่ยว ฯลฯ

“new normal ของแฟชั่นไทยมีทั้งคนที่อยากจะกลับไปช็อปที่หน้าร้าน ได้ลองชุด มองกระจก คุยกับพนักงานขาย และถ้าเป็นคนที่ช็อปออนไลน์ คนจะหาอะไรที่มันมีความหมายสำหรับเขาและเพื่อเขาจริง ๆ โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคาสูง ๆ ซึ่งเป็นโจทย์ของแบรนด์ที่จะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้าตัดสินใจจากแค่การเห็นของบนหน้าจอหรือบนมือถือ”

“วรัตดา ภัทโรดม” กรรมการบริหาร บริษัท อมิตี คอนซัลติ้ง จำกัด และบริษัท อิมโพรไวส์ จำกัด ให้มุมมองเสริมว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นจะมีอิมแพ็กต์ที่รุนแรงกว่าอุตสาหกรรมอื่น ๆ เพราะไม่ใช่ของจำเป็น หรือของกินของใช้ แต่ก็ไม่จำเป็นว่าพอเกิดวิกฤตแล้วทุกคนจะต้องตัดงบฯการตลาดกับแบรนด์เหล่านี้ลง เพราะงบฯการตลาดสามารถแบ่งได้หลายส่วน หากมองเรื่องของการสื่อสาร โดยหากโฟกัสไปยังช่องทางดิจิทัลจะเห็นว่าไม่ได้มีต้นทุนสูงมาก หรือการทำโปรโมชั่นลดราคาเองก็ตาม หากแบรนด์มองว่าคนมีรายได้น้อยลงแล้วอยากให้ส่วนลดเพื่อขอบคุณลูกค้าโดยให้ราคาพิเศษก็เป็นกลยุทธ์แบบ win-win

“การลดงบฯการตลาด ส่วนหนึ่งคงโดนแน่ ๆ แต่ถ้าหันมาสื่อสารแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมาย มองเป็นกลุ่ม ๆ และใช้ one-to-one marketing สำหรับแบรนด์ที่รู้จักลูกค้าตัวเองดีพอ ตรงนั้นจึงคุ้มค่าที่จะลงทุน”

ความเร็วในการปรับตัว คือ ความอยู่รอด และวิกฤตนี้จะพิสูจน์ฝีมือของผู้นำองค์กรอีกครั้ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สินค้าแฟชั่น