ซูเปอร์มาร์เก็ต 8 หมื่นล้านเดือด “เดอะมอลล์” ทุ่มยกเครื่องกูร์เมต์ชิงตลาด
“เดอะมอลล์” เด้งรับตลาดซูเปอร์มาร์เก็ต 8 หมื่นล้าน สดใส มั่นใจ “วัคซีน-เปิดประเทศ” ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น ประกาศทุ่มงบฯก้อนโตยกเครื่อง “กูร์เมต์ มาร์เก็ต” 17 สาขา มุ่งยกชั้นสู่ “เวิลด์คลาสกูร์เมต์เดสติเนชั่น” พร้อมเดินเครื่อง O2O ปลุกยอดขาย คาดโตเบาะ ๆ 10%
นางอัจฉรา อัมพุช รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการรองรับการเติบโตของตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีมูลค่าตลาดรวมมากกว่า 80,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี ซึ่งขณะนี้หลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายอย่างต่อเนื่อง บริษัทเองได้มีการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์กำลังซื้อ การจับจ่าย รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มดีขึ้น
โดยเฉพาะในส่วนของกูร์เมต์ มาร์เก็ตที่เป็นหนึ่งในธุรกิจหลัก สามารถสร้างรายได้ 1 ใน 3 ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป และที่ผ่านมาแม้โควิด-19 จะทำให้ลูกค้านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหายไป โดยเฉพาะสาขาพารากอนที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 40% บริษัทจึงถือโอกาสนี้ในการลงทุนเพื่อปรับโฉมกูร์เมต์ มาร์เก็ตใหม่ หลังจากนี้ไปหากมีการฉีควัคซีนได้ทั่วถึง รวมถึงมีการเปิดประเทศ มั่นใจว่าสถานการณ์จับจ่ายและเศรษฐกิจของประเทศจะฟื้นแน่นอน
บริษัทได้ใช้งบฯลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ปรับโฉมใหม่กูร์เมต์ มาร์เก็ตสู่การเป็น world class gourmet destination ด้วยคอนเซ็ปต์ Outdoor Market บนพื้นที่ 6,000 ตร.ม. รวมสินค้ากว่า 50,000 รายการ เป็นการปรับโฉมสาขาที่ 2 ต่อจากสาขางามวงศ์วาน สำหรับคอนเซ็ปต์ใหม่ของกูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาสยามพารากอน จะมาในแบบ gourmet market style ที่เป็นการนำความเป็น new town และ old town มาผสมผสานโดยใช้คำว่า market เป็นตัวเชื่อมโยง
แบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ โซน farm market ประกอบด้วย ผักสด ผลไม้สด และเครื่องปรุงต่าง ๆ ด้านหน้าโซนจะเป็นพื้นที่ courtyard จอด fruit truck และ fruit kiosk ที่มีผลไม้ทั้ง import และ local fruit โซน town hall ได้รับ inspiration จากรูปแบบของตลาดกลางในยุโรป เป็นพื้นที่ของ specialty shop และส่วน dine in ที่จะมีทั้ง butcher shop, sea food, cheese เป็นต้น
สำหรับแผนงานหลักจะมีการนำกลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบต่าง ๆ มาใช้มากขึ้น เพื่อเติมจุดแข็งของกูร์เมต์ มาร์เก็ต โดยเฉพาะการนำการตลาดแบบผสานออนไลน์และออฟไลน์ หรือ O2O มาใช้ตอบโจทย์ความต้องการและรองรับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังมีแผนจะเดินหน้าปรับโฉมกูร์เมต์ทุกสาขา เริ่มจากสาขาท่าพระที่มีพื้นที่ประมาณ 14,000 ตารางเมตรในช่วงปลายปีนี้ และต่อด้วยกูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาเดอะมอลล์ บางแคเป็นลำดับถัดไป
ปัจจุบันกูร์เมต์ มาร์เก็ต มีสาขารวม 17 แห่ง แยกเป็น 3 โมเดล ได้แก่ 1.โมเดลแฟลกชิปสโตร์ในเขตเมือง เช่น พารากอน เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ เป็นต้น 2.โมเดลรอบนอกเมือง เช่น บางแค ท่าพระ งามวงศ์วาน บางกะปิ เป็นต้น และ 3.โมเดลสแตนด์อะโลนที่เปิดอยู่กับพื้นที่ของพันธมิตร เช่น คอมมิวนิตี้มอลล์ หรือสถานีรถไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งจะเน้นเจาะชุมชนมากขึ้น โดยจะมีการเพิ่มไฮไลต์อาหารพร้อมทานเข้าไปเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ประชาชนในย่านนั้น ๆ
นอกจากกูร์เมต์ มาร์เก็ตที่เป็นหนึ่งในธุรกิจเรือธงสำหรับปีนี้แล้ว เดอะมอลล์จะยังโฟกัสการดำเนินงานในส่วนของบิวตี้ฮอลล์, เพาเวอร์ มอลล์, บีเทรนด์, เดอะ ลีฟวิ่ง ที่เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูง และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าใหม่ได้ดี
โดยการปรับโฉมดังกล่าวจะแบ่งเป็นสาขารูปแบบแฟลกชิปสโตร์และรอบเมือง ใช้งบประมาณรีโนเวตราว 200-300 ล้านบาทต่อสาขา สาขารูปแบบสแตนด์อะโลนจะใช้งบประมาณในการรีโนเวตอยู่ที่ 50-70 ล้านบาท ซึ่งหลังจากการปรับโฉมครั้งนี้มั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตให้ธุรกิจกูร์เมต์ มาร์เก็ต 10%