เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“เซเว่น” แก้ปมโควิดทุบยอดร่วง รุกออนไลน์-เพิ่มช่องทางขายสู้

01 พ.ค. 2564 | 12:38น.
7-11

7-11

โควิดพ่นพิษค้าปลีก 4 ล้านล้านบาท ติดลบ 6% “เซเว่นฯ” พลิกเกมสู้รุกหนักออนไลน์-ออฟไลน์ เสริมจุดแข็งหน้าร้าน รักษาลูกค้าเดิม-ขยายฐานลูกค้าใหม่ ควบคู่เพิ่มช่องทางขายผ่านแอป-เวนดิ้งแมชีน ขนทัพอาหาร-เครื่่องดื่ม ตอกย้ำร้านสะดวกอิ่ม อัดสารพัดโปรฯทุ่ม 4 พันล้านขยายสาขาต่อเนื่อง ปีนี้เปิดอีก 700 สาขา

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น” กล่าวในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมค้าปลีกที่มีมูลค่าตลาดรวมราว ๆ 4 ล้านล้านบาท ติดลบ 6% จากปีก่อน ขณะที่บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 546,590 ล้านบาท ลดลง 4.3% จากปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 525,884 ล้านบาท ลดลง 4.5%

สำหรับเฉพาะในส่วนของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น ปีที่ผ่านมามีรายได้รวม 300,705 ล้านบาท ลดลง 33,356 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10% มีกําไรขั้นต้น 83,724 ล้านบาท ลดลง 10,103 ล้านบาท คิดเป็น 10.8% โดยมีสัดส่วนกําไรขั้นต้น 27.8% ลดลงจากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 28.1% ถือเป็นปีที่ท้าทายมากสำหรับบริษัทในการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อรองรับวิกฤตดังกล่าว

“ปัจจัยหลัก ๆ มาจากผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงการเเพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง และมาตรการล็อกดาวน์ทำให้จำนวนลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยลดลง ขณะที่ต้นทุนทางการเงินของบริษัทเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการต่าง ๆ ผลกระทบดังกล่าวทำให้ยอดขายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเหลือ 70,851 บาทต่อวัน หรือลดลง 14.5% มียอดซื้อต่อบิลโดยประมาณเท่ากับ 75 บาท ขณะที่ลูกค้าลดลง 949 คนต่อร้านต่อวัน ทำให้บริษัทหันมาโฟกัสในส่วนของออนไลน์เพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา”

งัด O2O-โปรฯแรงปั๊มยอด

นายก่อศักดิ์ยังระบุด้วยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป บริษัทได้มีการปรับแผนการดำเนินงานในเชิงรุก เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ ๆ โดยเพิ่มรูปแบบของช่องทางการเข้าถึงสินค้าและบริการด้วยการนำการตลาดแบบ O2O หรือ online to offline (ออนไลน์ผสมออฟไลน์) เพื่อเสริมจุดแข็งของหน้าร้านที่มีอยู่กว่า 12,400 สาขา

จากนี้ไปบริษัทมีแผนจะเพิ่มช่องทางจำหน่ายใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมให้มากที่สุด และเพื่อความสะดวกในการซื้อผ่านทั้งรูปแบบร้านสาขา ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (vending machine) รวมไปถึงแพลตฟอร์มบนช่องทางออนไลน์ ได้แก่ ALL Online ผ่าน 7-Eleven, TH Application ShopAt24 พร้อมทั้งเพิ่มทางเลือกให้บริการสั่งและส่งสินค้าตามความต้องการ (On-demand Delivery) ผ่านทางไลน์หรือทางแอปพลิเคชั่น 7-Delivery พร้อมบริการถึงปลายทางตามที่ลูกค้าเลือกหรือรับสินค้าที่ร้านสาขา

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนจะเพิ่มจำนวนสินค้า การเพิ่มเมนูสินค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่มีสัดส่วนยอดขายกว่า 70% ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าและการเป็นร้านสะดวกอิ่มที่เต็มรูปแบบ และเป็นจุดหมายปลายทางของลูกค้าในเรื่องของอาหารและเครื่องดื่ม

“นอกจากนี้ ยังได้จับมือกับพันธมิตรอย่างบริษัท ซีพีแรม จำกัด จัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการจับจ่าย รวมทั้งการต่อยอดและพัฒนาสินค้าร่วมกับคู่ค้าอื่น ๆ จากหลายกลุ่มสินค้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ รายการสิทธิแลกซื้อ รายการสะสมคะแนนเพื่อแลกของที่ระลึก”

ทุ่ม 1.2 หมื่น เพิ่ม 700 สาขา

อย่างไรก็ตาม สำหรับแผนงานหลักของบริษัทในปีนี้ หลัก ๆ จะยังเป็นการลงทุนเพื่อขยายสาขาเพิ่มต่อเนื่อง โดยมุ่งการเปิดสาขาตามการขยายตัวของชุมชน โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ แหล่งท่องเที่ยว รวมถึงทําเลที่มีศักยภาพอื่น ๆ เพื่ออํานวยความสะดวกและเข้าถึงความต้องการของลูกค้าใหม่ได้มากที่สุด ภายใต้งบฯลงทุนประมาณ 11,500-12,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการเปิดร้านสาขาใหม่ 3,800-4,000 ล้านบาท โดยวางแผนจะลงทุนเปิดร้านสาขาใหม่ในปีนี้อีกประมาณ 700 สาขา จากปีที่ผ่านมาที่เปิดไปประมาณ 720 สาขา, การปรับปรุงร้านสาขาเดิม 2,400-2,500 ล้านบาท, โครงการใหม่ บริษัทย่อย และศูนย์กระจายสินค้า 4,000-4,100 ล้านบาท และลงทุนในระบบไอที 1,300-1,400 ล้านบาท

รวมทั้งการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งสินค้าและบริการที่นําเสนอให้กับลูกค้าภายในร้าน การพัฒนาช่องทางและรูปแบบการจําหน่ายสินค้าใหม่ ๆ อาทิ อีคอมเมิร์ซ ซึ่งช่วยให้ลูกค้ามีความสะดวกสบายมากขึ้น และสร้างการเติบโตของรายได้ในอนาคต

ล่าสุดนายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บมจ.ซีพี ออลล์ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้เตรียมพร้อมที่จะออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป (PO) 3 รุ่น คือ รุ่นอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.00% ต่อปี รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.40-3.60% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.90-4.10% ต่อปี โดยจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ คาดว่าจะเสนอขายหุ้นกู้วันที่ 11 และ 14-15 มิถุนายนนี้

สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ ได้เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดสาขาในประเทศกัมพูชาและประเทศลาว โดยหวังว่าหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง บริษัทจะเริ่มดำเนินการเปิดสาขาแรกได้ตามแผนที่วางไว้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เซเว่นอีเลฟเว่น