เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,300 บาท
ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดตัว CIMB PRIVATE WEALTH เจาะลูกค้ามั่งคั่ง AUM เกิน 30 ล้าน
Finance ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดตัว CIMB PRIVATE WEALTH เจาะลูกค้ามั่งคั่ง AUM เกิน 30 ล้าน
อนุทิน แจ้งความฟ้อง ‘ไอซ์-เจ้าของเพจ Godd Dam’ หลังแชร์สลิปปลอม 7 ล้าน
Politics อนุทิน แจ้งความฟ้อง ‘ไอซ์-เจ้าของเพจ Godd Dam’ หลังแชร์สลิปปลอม 7 ล้าน
จับตาศึกปล้นความฉลาด ‘DeepSeek-Moonshot’ ใช้ GPT-6 Astra ฝึก AI รุ่นใหม่
Tech จับตาศึกปล้นความฉลาด ‘DeepSeek-Moonshot’ ใช้ GPT-6 Astra ฝึก AI รุ่นใหม่
หุ้นไทยภาคเช้าร่วง 12 จุด ปิโตรเคมี-โรงกลั่นกดดัน DELTA ซ้ำเติมตลาด
Finance หุ้นไทยภาคเช้าร่วง 12 จุด ปิโตรเคมี-โรงกลั่นกดดัน DELTA ซ้ำเติมตลาด
ศุภจี ผนึก ส.อ.ท. ดัน Local Content-SMEs ปรับสมดุลการค้าไทย
Economic ศุภจี ผนึก ส.อ.ท. ดัน Local Content-SMEs ปรับสมดุลการค้าไทย
อาหารสุนัข-แมวไทยโต 13% DITP เร่งขยายตลาดใหม่ทั่วโลก
Economic อาหารสุนัข-แมวไทยโต 13% DITP เร่งขยายตลาดใหม่ทั่วโลก
‘บขส.’ เพิ่มเที่ยวรถกรุงเทพฯ-หนองคาย จัดรถนำเที่ยวพิเศษเชื่อมขอนแก่น รับมหกรรมพืชสวนโลก
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘บขส.’ เพิ่มเที่ยวรถกรุงเทพฯ-หนองคาย จัดรถนำเที่ยวพิเศษเชื่อมขอนแก่น รับมหกรรมพืชสวนโลก
ATSI เปิดโครงการ “สานพลังดิจิทัลไทยขับเคลื่อนธุรกิจไทย” ยกระดับ MSMEs
Tech ATSI เปิดโครงการ “สานพลังดิจิทัลไทยขับเคลื่อนธุรกิจไทย” ยกระดับ MSMEs
แรงงานเทคฯ ทั่วโลก กว่า 1.9 แสนคน ถูกเลิกจ้าง บริษัทไหนบ้างปรับแผนลดคน
Tech แรงงานเทคฯ ทั่วโลก กว่า 1.9 แสนคน ถูกเลิกจ้าง บริษัทไหนบ้างปรับแผนลดคน
ดูทั้งหมด

เกรียงไกร กาญจนะโภคิน “ธุรกิจอีเวนต์ต้องรอเวลา”

10 ก.พ. 2565 | 13:56น.

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ผลพวงของโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้หลาย ๆธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหนัก รวมถึงธุรกิจอีเวนต์ แต่ล่าสุดจากสถานการณ์ที่เริ่มคลี่คลายขึ้น ธุรกิจอีเวนต์จะกลับมาฟื้นตัวได้เหมือนเดิมหรือไม่ หรือเมื่อไหร่จะเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “เกรียงไกร กาญจนะโภคิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) บริษัทอีเวนต์รายใหญ่ ที่มีประสบการณ์ในตลาดนี้มายาวนานทั้งในประเทศและเวทีโลก

โดยมีผลงาน “เวิลด์เอ็กซ์โป” และ “อินเตอร์เนชั่นแนลเอ็กซ์โป” เป็นการันตีได้ฉายภาพธุรกิจอีเวนต์ในวันที่โควิด-19 คลี่คลายลง

Q : ขณะนี้ภาพรวมของโควิด-19 เริ่มดีขึ้น และโอมิครอนไม่รุนแรง สถานการณ์ธุรกิจอีเวนต์จากนี้ไปเป็นอย่างไร

คาดว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ตอนนี้ไตรมาส 1 ย่างเข้าเดือนที่ 2 (กุมภาพันธ์) แล้วอีเวนต์หลาย ๆ งาน ถูกเลื่อนออกไปตั้งแต่รัฐบาลประกาศ Test & Go ช่วงแรก (พฤศจิกายน 64) ที่เปิดมาระยะหนึ่งก็ยุติลง เอฟเฟ็กต์ไปเรียบร้อย จริง ๆแล้ว สำหรับธุรกิจอีเวนต์ที่จะกลับมาต้องใช้เวลา 2-3 เดือน

ที่ผ่านมา โควิดทำให้มูลค่าตลาดรวมของธุรกิจอีเวนต์ราว ๆ 1.4 หมื่นล้าน ได้รับผลกระทบ สูญเม็ดเงินกว่า 60% คาดว่าหลังจากไตรมาส 2 เป็นต้นไป สถานการณ์น่าจะกลับมาดีขึ้น

แต่ทั้งนี้ คงเป็นไปในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากไตรมาส 2 ปกติก็จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจอีเวนต์อยู่แล้ว และคงต้องรอดูช่วงสงกรานต์ว่าบรรยากาศจะเป็นอย่างไร

สิ่งเหล่านี้ คือ ความยากของการทำธุรกิจ ผู้จัดงานเตรียมตัวระยะยาวไม่ได้ ต้องเตรียมตัวระยะสั้น ซึ่งเป็นตัวแปรต่อความมั่นใจของลูกค้า คนที่เตรียมจัดงานจะลำบากใจ หากเกิดคลัสเตอร์จะรับมืออย่างไร เพราะทุกครั้งที่เริ่มเตรียมตัวจัดงาน มีต้นทุน ค่าใช้จ่ายขึ้นทันที และหากเกิดเอฟเฟ็กต์ต้องกดปุ่มหยุด หรือสเกลดาวน์ ก็จะส่งผลกระทบทั้งหมด

Q : ตอนนี้สปอนเซอร์เริ่มกลับมาบ้างหรือยัง

ถ้าอีเวนต์ยังไม่เกิด และสถานการณ์อยู่บนความเสี่ยง ในแง่สปอนเซอร์ก็เสี่ยงและยังไม่อยากลงทุน เบื้องต้นคงต้องรอดูไตรมาส 4 เป็นต้นไป

หากสังเกตจะเห็นว่า งานอีเวนต์ที่จัดในไตรมาส 1 ส่วนใหญ่เป็นงานของภาครัฐ หรือการใช้งบฯของหน่วยงานส่วนท้องถิ่นจัดงาน ส่วนภาคเอกชนการจัดงานจะอยู่ตามห้างสรรพสินค้า ที่ต้องใช้อีเวนต์เป็นแม็กเนตดึงคนเข้าห้าง

เพื่อให้เกิดทราฟฟิก ส่วนงานเปิดตัวสินค้ายังเบา ๆ เจ้าของแบรนด์ต้องหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมรวมตัวเพราะไม่อยากตกเป็นจำเลยของสังคม ขณะเดียวกัน ยังเจอกับอุปสรรค เรื่องกำลัง

ซื้อ ที่ไม่ได้ดีมาก ผู้ประกอบการรายเล็ก-รายใหญ่ใช้โหมดเพลย์เซฟ ในแง่ของงบฯลงทุน ทำได้เท่าที่ทำได้

เช่นเดียวกับอินเด็กซ์ มองว่าปีนี้จะเป็นอีก 1 ปีที่ธุรกิจอีเวนต์ต้องรอเวลา แต่ต้องไม่มีสถานการณ์โควิด-19 กลับมาระบาดใหญ่ และไตรมาส 4 ถ้าจะกลับมาจะเป็นฤดูที่เป็น high season ของธุรกิจอีเวนต์ โดยเริ่มจากเรื่องไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอนเสิร์ตที่ไม่ได้มีมานาน

Q : หากเทียบกันระหว่างคอนเสิร์ตกับอีเวนต์ อะไรกระทบหนักกว่ากัน

วันนี้ธุรกิจคอนเสิร์ต ทั้งประเภทอินดอร์และเอาต์ดอร์ รับผลกระทบมากสุด ด้วยสเกลการจัดงานขนาดใหญ่ การรวมคนจำนวนมาก คือ ปัญหาที่เกิดขึ้น ปรับตัวยากด้วย

แม้จะปรับตัวมาจัดผ่านออนไลน์ก็ไม่ตอบโจทย์ ประกอบกับ ศบค. (ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ยังไม่มีการผ่อนคลาย ตอนนี้ข้อจำกัดยังกำหนดที่ 500 คน

และจำนวนต่อตารางเมตรยังเท่าเดิม ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทำให้งานคอนเสิร์ตที่เตรียมจัดในไตรมาส 1 เลื่อนออกไปทั้งหมด เม็ดเงินและโอกาสหายไปเลย

Q : ตอนนี้ผู้จัดอีเวนต์รายเล็ก ๆ เป็นอย่างไร จะช่วยไดรฟ์ตลาดได้มากน้อยแค่ไหน

อยู่ที่ว่าจะอยากกลับมาทำธุรกิจอีเวนต์หรือเปล่า ในช่วงที่โควิดระบาดหนัก บางรายปรับตัวหันไปทำธุรกิจอื่นเพื่อหารายได้ไปก่อน เพื่อรอจังหวะให้ธุรกิจกลับมา ถึงจะกลับมาทำ

และถ้าเมื่อไหร่กลับมาแล้วยังมี passion มีโอกาสอยู่ก็น่าจะทำ เมื่อก่อน industry นี้มีผู้เล่นเยอะมากแต่ในแง่ซัพพลายเชนเปลี่ยนไปการกลับเข้ามาอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย

เมื่อผู้เล่นลดลง การที่จะไดรฟ์ตลาดคงต้องอาศัยเวลา เพราะขณะนี้องค์ประกอบหลัก ๆ หรือแม้แต่สปอนเซอร์ชิปก็กลับมาจุดเดิมไม่ได้ โอกาสเกิดก็ไม่มี ทุกอย่างเป็น factor ที่ต้องรอเวลาให้ทุกอย่างลงตัว

ทั้งเรื่องกำลังซื้อต้องให้ดีขึ้นกว่านี้ สปอนเซอร์ต้องสนใจมากขึ้น และต้องไม่มีเรื่องโควิดกลับมารบกวน ถึงจะสร้างความมั่นใจทั้งคนไปงาน ผู้จัดงาน สปอนเซอร์ ถึงจะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจนี้ไปได้

Q : ปกติแล้วสินค้ากลุ่มไหนที่ใช้งบฯมากสุด

แล้วแต่ปี ขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจไหนจะโตมากโตน้อย แต่ปกติแล้วเป็นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการลงทุน ไปโฟกัสช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้น และอีกธุรกิจที่เห็นได้ชัด คือ ในช่วงซีซั่นนอลฤดูร้อน ฝั่งเบฟเวอเรจก็จะใช้เงินอยู่บ้าง

แต่ที่หายไปชัดเจนเลย คือ แอลกอฮอล์ เพราะธุรกิจกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบหนัก ถูกปิดมากว่า 2 ปีเต็ม และการปิด ๆ เปิด ๆ ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบหนักกว่าปิดยาว และเมื่อจะกลับมาเปิด ต้องมีการลงทุนรีโนเวตร้าน หาพนักงานใหม่ ทำให้คอสต์สูงขึ้นมาก

Q : สำหรับปีนี้ อินเด็กซ์วางยุทธศาสตร์และแผนงานไว้อย่างไร

แผนงานหลัก ๆ จากนี้ไป จะมุ่งให้น้ำหนักไปที่ new experience สิ่งที่เราพยายามทำคือ exclusive หรือการจัดงานที่มีความแปลกใหม่ และต่อยอด experience and content สร้างสรรค์งานใหม่ ๆ

ตลอดจนการทรานส์ฟอร์มนำดิจิทัลเวิลด์เข้าไปอยู่ในอีเวนต์มากขึ้น ซึ่งอยูู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อดึงคนเข้าชมงาน โดยปีนี้เตรียมจัดงานราว ๆ 20 งาน เฉพาะงานที่เราครีเอตขึ้นมาเอง งบฯลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท

ส่วนงานอีเวนต์ เช่น งาน KINGDOM OF LIGHTS นำเสนอในรูปแบบเดอะมิวสิคอล ผ่านแสง สี เสียง และมัลติมีเดีย (16 มีนาคม-16 พฤษภาคม) ตามด้วยงานแข่งวิ่ง V Runner 5 จังหวัดเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงเดือนมิถุนายน

และช่วงปลายปี งาน “ThailandInternational Lantern & Food Festival” เทศกาลโคมไฟและอาหารนานาชาติ (2 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2565) ที่เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ

และงาน DOUBLE FESTIVAL AT SINGHA PARK 2 เทศกาล ได้แก่ งาน Cambodia Architect & Decor (5-7 สิงหาคม) ที่ประเทศกัมพูชา และงาน Virtual Exhibition Architect & Decor, Virtual Exhibition FoodBev Retail, Health & Beauty (25-26 พฤศจิกายน) และงานเทรดแฟร์ Bangkok Beauty Show 2022 (14-16 กรกฎาคม) ไบเทค บางนา เป็นต้น

หลัก ๆ เป็นการเน้นการจัดงานให้แตกต่างคนอื่นในตลาด ซึ่งจะช่วยให้เรามีแต้มต่อในธุรกิจมากขึ้น โดยตั้งเป้ามีผู้เข้าร่วมงาน 200,000 คน มากขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายปี 2565 ต้องการให้สัดส่วนรายได้ own project เพิ่มขึ้น 30% ให้เติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว78% ส่วน creative business development มีสัดส่วนรายได้ไม่ต่ำกว่า 30% และสัดส่วนรายได้จาก marketing service ลดลงเป็น 40%

และมีอยู่ประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝากไปถึง ศบค. คือ ควรมีการปรับมุมมองที่เกี่ยวกับโควิดใหม่ เพราะวันนี้ได้ฉีดวัคซีนไป 120 ล้านโดส คนรับวัคซีนไปเข็ม 3 เข็ม 4 แล้ว แต่มาตรการต่าง ๆ ยังเข้มข้น เหมือนตอนที่ยังไม่เคยฉีด ขณะที่ฝั่งประเทศยุโรปกลับมาสู่นอร์มอลไลฟ์แล้ว

ดังนั้น ต้องเปลี่ยนมาตรการเพื่อให้ธุรกิจมันกลับมาสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด ยิ่งตอนนี้ factorตัวอื่น ๆ ที่ทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้น อย่างภาคโลจิสติกส์ น้ำมันขึ้นราคาก็แย่อยู่แล้ว ภาครัฐน่าจะผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ให้เร็วขึ้น