คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : ณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า [email protected]
ทันทีที่ ศบค.มีมติผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศ 1 พฤษภาคม 2565 ด้วยการยกเลิกการตรวจ RT-PCR และ Professional ATK เหลือไว้เพียงแค่ Self-ATK ระหว่างพำนัก หลายภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเริ่มกลับมามี “ความหวัง” อีกครั้ง
เพราะมองว่ามาตรการดังกล่าวจะเป็น “แรงจูงใจ” ให้คนทั่วโลกกลับมาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น
ขณะเดียวกันก็มีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยวิเคราะห์ว่า มาตรการนี้ยังไม่ใช่ “ปัจจัยบวก” ที่จะส่งผลให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจมาเที่ยวไทยได้มากนัก
เพราะปัญหาใหญ่ในช่วงที่ผ่านมาคือ ความยุ่งยาก ไม่สะดวก และความล่าช้า ของระบบ Thailand Pass
การกำหนดให้มีการตรวจ RT-PCR และจองโรงแรมที่เป็น SHA Extra Plus เมื่อมาถึงนั้น เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของปัญหา เพราะทำให้นักท่องเที่ยวมี “ต้นทุน” การเดินทางที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
แต่สำหรับ Thailand Pass นั้น มีเสียง “บ่น” เสียง “ด่า” หนักมาก
ว่ากันว่า ในบางประเทศมีนักท่องเที่ยวบุกถึงสำนักงาน ททท. (สำนักงานต่างประเทศ) ทุกวัน วันละเป็น 100 รายก็มีให้เห็นมาแล้ว พร้อมทั้งเรียกขอเงินที่จ่ายไปแล้วคืน ทั้งค่าจองโรงแรม ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าประกันภัย ฯลฯ
เพราะระบบ Thailand Pass ไม่สามารถอนุมัติ QR Code ให้ได้ทันตามกำหนดเวลาเดินทางของพวกเขา
ขณะที่สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สมาคมโรงแรมไทย รวมถึงสมาคมท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็เห็นพ้องและเสนอให้รัฐบาลประกาศยกเลิก Thailand Pass เป็นการเร่งด่วนได้แล้ว เพราะมันคือ “อุปสรรค” ของการเปิดประเทศของไทย
แต่สุดท้ายรัฐบาลเลือกยกเลิกการตรวจ RT-PCR/Professional ATK เมื่อเดินทางมาถึง และยังคงระบบ Thailand Pass ไว้เหมือนเดิม
นั่นหมายความว่า คนที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยยังคงต้องลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass เหมือนเดิม เพียงแต่แสดงหลักฐานเพียงแค่เอกสารยืนยันการฉีดวัคซีน หรือ vaccine validate และประกันภัย (ไม่ต่ำกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐ) เท่านั้น
และที่เพิ่มเติมคือ ให้นักท่องเที่ยวรายงานผลตรวจ Self-ATK ผ่านระบบ Thailand Pass ซึ่งที่ประเด็นนี้ก็สร้าง “เซอร์ไพรส์” ให้คนในวงการท่องเที่ยวไม่น้อยเช่นกัน เพราะไม่มีใครรู้มาก่อนว่า Thailand Pass สามารถติดตามรายงานผลการตรวจ ATK ได้ด้วย
ที่หนักกว่านั้น อีกส่วนหนึ่งยังเป็นห่วงว่า การผ่อนคลายมาตรการแบบ “ถอยสุดซอย” ของ ศบค. โดยไม่มีการกลั่นกรองนักท่องเที่ยวครั้งนี้จะสร้างปัญหาใหม่ๆ ตามมา หรือหากมีเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่เข้ามาจะยิ่งซ้ำเติมภาคธุรกิจท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในภาพรวมที่หนักกว่าเดิม
และจากการมอนิเตอร์มาตรการการเปิดประเทศของหลายประเทศจะพบว่า ประเทศที่เลือกจะผ่อนคลายมาตรการการเข้าประเทศในลักษณะนี้ ส่วนใหญ่จะยังคงมาตรการการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมง หรือให้ตรวจหาเชื้อแบบ Professional ATK ก่อนเดินทาง 24 ชั่วโมงไว้
มาตรการดังกล่าวนี้ ถ้าจะบอกว่า “ที่คันไม่เกา ที่เกาไม่คัน” หรือ “เกาไม่ถูกที่คัน” ก็น่าจะไม่ผิดนัก