ทีซีพี ผุด 5 แบรนด์เครื่องดื่มใหม่ รับเทรนด์สุขภาพ
“ทีซีพี” ทุ่ม 315 ล้าน ดันเครื่องดื่มสุขภาพครึ่งปีหลังรับสัญญาณบวก ปรับทาร์เก็ตแมนซั่มหันเจาะวัยรุ่นชิงฐานลูกค้ารุ่นใหม่ ด้าน ไฮ่ x DHC ย้ำภาพวิตามินญี่ปุ่น พร้อมระดมทัพอินฟลูเอนเซอร์ช่วยสื่อสาร แย้มเตรียมเปิด 5 แบรนด์ใหม่ปลายปี หวังเติบโต 30% แตะ 1 พันล้าน
นางประไพภักตร์ ไวเกิล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโกลเบิล (F&B) กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า ตลาดเครื่องดื่มสุขภาพปี 2565 นี้มีแนวโน้มเติบโต 5-7% จนมีมูลค่าเพิ่มจาก 9.65 พันล้านบาท เป็น 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นวิตามินชอตหรือเครื่องดื่มวิตามินแบบขวดแก้ว 6.5 พันล้านบาท น้ำวิตามิน 2.49 พันล้านบาท และฟังก์ชั่นนอลดริงก์ 1.17 พันล้านบาท
ส่วนการแข่งขันยังดุเดือดจากสินค้าจำนวนมากที่เข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะน้ำวิตามินที่มีผู้เล่นถึง 13 แบรนด์
ทั้งนี้เป็นผลจากการระบาดของโควิด-19 กระตุ้นให้ผู้บริโภคต้องการเครื่องดื่มที่สามารถเสริมภูมิคุ้มกันและสุขภาพได้ นอกจากนี้กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานยังต้องการฟังก์ชั่นด้านความงามอีกด้วย อีกทั้งผู้บริโภคยังให้น้ำหนักการลงทุนกับสุขภาพ ตลาดจึงถูกกระทบจากปัญหากำลังซื้อไม่มากนัก โดยเชื่อว่าเทรนด์นี้จะต่อเนื่องไปอย่างน้อย 1 ปี
“แม้คนจะประหยัดมากขึ้น แต่ยังให้ความสำคัญกับสุขภาพ เห็นได้จากช่วงไตรมาส 2 ตลาดเติบโตดีขึ้นหลังชะลอตัวในไตรมาสแรก เช่นเดียวกับบริษัทที่โตดับเบิลดิจิตในช่วง 6 เดือนแรก”
บริษัทจึงเพิ่มดีกรีการทำตลาดเครื่องดื่มและสินค้าสุขภาพอื่น ๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 5 รายการ รวมถึงแบรนด์ด้านเฮลท์แอนด์เวลเนสใหม่อีก 5 แบรนด์ พร้อมทุ่มงบฯ 315 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา เพื่อสนับสนุนด้วยการสื่อสาร และกิจกรรมต่อเนื่อง ตามเป้าสร้างรายได้แตะ 1 พันล้านบาท เติบโต 30% จากปีก่อน
โดยมีแบรนด์แมนซั่มเป็นหัวหอกสำคัญในการรุกทั้งฟังก์ชั่นนอลดริงก์และน้ำวิตามิน ด้วยการปรับกลุ่มเป้าหมายของฟังก์ชั่นนอลดริงก์ให้เป็นวัยรุ่นชายอายุ 15-24 ปี เพื่อชิงสร้างฐานลูกค้ารุ่นใหม่ พร้อมสื่อสารผ่านไอดอลของคนกลุ่มนี้ อาทิ ดึงมังกรและพอส สองหนุ่มจากวง Yes Indeed ที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นมารวมแสดงในภาพยนตร์โฆษณา
ส่วนน้ำวิตามิน จะเน้นเจาะกลุ่มผู้ชายอายุ 24-35 ปี พร้อมปรับกลยุทธ์สินค้า หันชูจุดขายแบบเจาะจง เช่น บำรุงสายตา แทนแนวสุขภาพองค์ร่วมแบบเดิม ตามดีมานด์ของวัยทำงาน รวมถึงผนึกแบรนด์แฟชั่นจีคิว ซึ่งมีฐานลูกค้าสอดคล้องกัน เพื่อจัดกิจกรรมต่าง ๆ ต่อเนื่องจากช่วงต้นปี
ด้านวิตามินชอตแบรนด์ไฮ่ x DHC นั้นจะชูความเป็นญี่ปุ่น เพื่อย้ำจุดแข็งการใช้วิตามินซีจาก DHC ซึ่งเป็นบริษัทญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ “เรียวตะ โอมิ” ยูทูบเบอร์ชาวญี่ปุ่น รวมถึงสื่อสารผ่านอินฟลูเอนเซอร์ชาวญี่ปุ่น หรือชาวไทยที่เคยอยู่ในญี่ปุ่น พร้อมกลยุทธ์ใส่ปุ่มสั่งซื้อสินค้าไปกับโฆษณาทุกตัว เพื่อเปลี่ยนยอดดูเป็นยอดขาย รวมถึงจัดกิจกรรมชม ชิม จำนวน 5 แสนขวด
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโกลเบิลฯยังเปิดเผยว่า เตรียมเปิดตัวสินค้าและแบรนด์ใหม่ โดยช่วง ส.ค.-ก.ค. แมนซั่มจะมีฟังก์ชั่นนอลดริงก์ใหม่ 1 ตัว และน้ำวิตามิน 2 ตัว ส่วน ไฮ่ x DHC จะมีสินค้าใหม่ 2 ตัว รวมถึงเล็งเปิดแบรนด์เกี่ยวกับเฮลท์แอนด์เวลเนสใหม่อีก 5 แบรนด์ ซึ่งจะประกาศรายละเอียดเร็ว ๆ นี้
“บริษัทยืนยันว่าจะพยายามตรึงราคาสินค้าเอาไว้ ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและการซื้อวัตถุดิบ โดยมีเพียงการปรับขึ้นราคาเครื่องดื่มสปอนเซอร์เพิ่มจาก 10 บาท เป็น 12 บาท เท่านั้น”