บทบรรณาธิการ : 600 บาท-จริงหรือฝัน

ค่าแรง
แพทองธาร ชินวัตร
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

ไม่ต่างจากการฉายหนังซ้ำ เมื่อมีเสียงอื้ออึงทันทีที่พรรคเพื่อไทย โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม แถลงวิสัยทัศน์หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล หนึ่งในประเด็นร้อนไม่พ้นการประกาศปรับค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท/วัน และเงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ภายในปี 2570 หรืออีก 5 ปีนับจากนี้

แน่นอนว่าฝ่ายตรงข้ามหรือแม้แต่นายจ้าง นักวิชาการ ต่างออกมาติดเบรกทำนองว่าไม่น่าเป็นไปได้ และจะมีผลกระทบด้านเศรษฐกิจรุนแรง ซึ่งเป็นภาพที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่คนจากตระกูลชินวัตรพบเจอ

กรณีนี้แทบไม่ต่างจากเมื่อครั้ง ดร.ทักษิณ ชินวัตร เคยประกาศนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค และเงินกู้ยืมกองทุนหมู่บ้าน มีเสียงคัดค้านและเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะการรักษาผู้ป่วยโดยจ่ายเพียง 30 บาท จะทำให้ระบบสาธารณสุขไทยเกิดปัญหาถึงขั้นล่มสลายเพราะคนจะแห่มาใช้บริการ

เช่นเดียวกับกองทุนหมู่บ้านถูกกล่าวหาว่าคนจะกู้เพื่อนำเงินมาซื้อของสุรุ่ยสุร่าย แต่เวลาก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่ และทั้ง 2 โครงการดังกล่าวยังเดินหน้ามาจนถึงทุกวันนี้

หรือเมื่อครั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2554 ประกาศนโยบายค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท บรรดาพรรคการเมืองตรงข้าม นายจ้าง ภาคธุรกิจ ต่างออกมาคัดค้านและเชื่อว่าจะส่งผลกระทบรุนแรง

เพราะขณะนั้นค่าแรงสูงสุดของไทยอยู่ที่ จ.ภูเก็ต จำนวน 221 บาท/วัน และน้อยสุดพะเยา 159 บาท/วัน สุดท้ายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ใช้เวลา 2 ปี ดันค่าแรงขั้นต่ำของไทยขึ้นไปที่ 300 บาท เช่นเดียวกับเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท

ความกังวลใจของฝ่ายคัดค้านค่าแรง 600 บาท/วัน และเงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ไม่ใช่เรื่องผิดและมีเหตุผลรองรับ ขณะที่พรรคเพื่อไทยออกมายืนยันว่าสามารถทำได้ หากในช่วงระยะเวลาที่เหลือจากนี้สามารถดันการเติบโตเศรษฐกิจของไทยได้ดีกว่าที่ผ่านมา

รวมถึงที่ต้องผลักดันนโยบายนี้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เพราะไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เหลื่อมล้ำสูงติดอันดับโลก และหากแรงงานมีรายได้มากขึ้น จับจ่ายมากขึ้น ย่อมช่วยผลักดันเศรษฐกิจดีขึ้นด้วย

ไม่ว่านโยบายดังกล่าวเสมอเพียงการขายฝัน ทำให้ระบบเศรษฐกิจไทยมีปัญหา หรือสามารถทำได้จริงหรือไม่ ยังเป็นเรื่องในอนาคต แต่ที่แน่ ๆ หากพรรคเพื่อไทยอยากผลักดันนโยบายนี้จริง ต้องผงาดขึ้นเป็นแกนหลักจัดตั้งรัฐบาลและมีนายกฯมาจากพรรคตัวเอง


อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งปี 2566 ฝ่ายตรงข้ามยังมีแต้มต่อสำคัญคือ 250 ส.ว. ที่พร้อมเทคะแนนเลือกนายกฯให้ฝั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพรรคเพื่อไทย นอกจากชนะแบบแลนด์สไลด์ หรือไม่คงต้องรอการเลือกตั้งอีกสมัย ซึ่งเวลานั้น ส.ว.จะไม่ได้สิทธิเลือกนายกฯแล้ว