แก้โจทย์เศรษฐกิจ
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ถือว่าเป็นทั้งข่าวดีและน่ากังวลไปพร้อม ๆ กัน กับการนำเสนอภาวะสังคมไทยไตรมาส 3/2565 ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เพราะภาพรวมตัวเลขด้านต่าง ๆ ออกมาดูดี ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงถึง 4.5% จนคาดการณ์เศรษฐกิจตลอดปี 2565 จะขยายตัว 3.2% และปี 2566 จะขยายตัวได้ 3-4%
การขยายตัวที่ดีย่อมส่งผลถึงตัวเลขอื่น ๆ พลอยเป็นบวกไปด้วย อาทิ ภาพรวมจ้างงานขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.1% คิดเป็น 39.6 ล้านคน เป็นการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 4.3% จ้างงาน 27.2 ล้านคน ธุรกิจกลุ่มค้าส่งค้าปลีกจ้างงานเพิ่ม 4.5% โรงแรมและภัตตาคารจ้างงานเพิ่ม 8.3% ทำให้ตัวเลขการว่างงานปรับตัวดีขึ้น จำนวนผู้ว่างงาน 4.9 แสนคน คิดเป็น 1.23% เช่นเดียวกับการว่างงานในระบบที่ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 1.99%
แม้การว่างงานจะลดลง แต่หากเจาะเนื้อในจักพบว่ากลุ่มผู้ว่างงานที่น่าห่วง เป็นกลุ่มคนมีการศึกษาระดับอุดมศึกษา หรือปริญญาตรี มากถึง 185,410 คน หรือ 2.49% ที่ถือว่าสูงสุดแล้ว เมื่อดูในรายละเอียดยิ่งน่าห่วงเข้าไปอีก
เพราะในจำนวนปริญญาตรี สัดส่วนประมาณ 66% เป็นเด็กจบใหม่ 33.4% หรือคือกลุ่มที่เคยทำงานมาก่อน ผู้ว่างงานในระดับอุดมศึกษา ส่วนใหญ่จบคณะสังคมศาสตร์และบริหารธุรกิจกว่า 60% ที่เหลือเป็นสาขาวิทยาศาสตร์ และอื่น ๆ
อีกจุดที่ถูกจับตามาตลอดคือหนี้สินครัวเรือน ในไตรมาส 2/2565 มีมูลค่า 14.76 ล้านล้านบาท ขยายตัว 3.5% แม้จะลดลงจากไตรมาส 2 แต่ยังมีสัดส่วนสูงถึง 88.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ ที่ไทยเริ่มเปิดประเทศ อีกส่วนเพราะค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ครัวเรือนไทยชะลอการก่อหนี้
สภาพัฒน์ยังระบุตัวเลขคนจนหรือผู้ที่มีรายจ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคต่ำกว่าเส้นความยากจนในปี 2564 มีทั้งสิ้น 4.4 ล้านคน คิดเป็น 6.32% ลดลงจากปีก่อนที่มีจำนวน 4.7 ล้านคน เนื่องจากรัฐบาลกู้เงินจำนวนมหาศาลมาแจก จึงช่วยพยุงตัวเลขเอาไว้ได้ แต่กระนั้นกลุ่มคนยากจนยังมีปัญหาขาดโอกาสเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็น ตลอดจนการไม่สามารถเข้าถึงบริการและความช่วยเหลือของรัฐ
ข้อมูลทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ไม่ต่างจากโจทย์ที่บรรดานักการเมืองซึ่งเตรียมตัวรับเลือกตั้งปี 2566 ต้องพิจารณา ในเรื่องทางบวกนั้นมิต้องพูดถึง แต่ในเชิงลบเป็นโอกาสอันดีในการสื่อสารถึงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ว่ามีนโยบายรับมือหรือแก้ไขเช่นใด โดยเฉพาะเรื่องหนี้ครัวเรือน รวมถึงการแก้ปัญหาความยากจน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำที่ไทยเป็นประเทศติดอันดับสูงของโลก