Skip to content

อย่าใช้กองทุนน้ำมันฯเกินความสามารถ

07 เม.ย. 2567 | 09:43น.
อย่าใช้กองทุนน้ำมันฯเกินความสามารถ
บทบรรณาธิการ

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กำลังตกอยู่ในสภาวการณ์ฉุกเฉินขึ้นมาอีกครั้ง หลังประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันฯล่าสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 ปรากฏฐานะกองทุนสุทธิติดลบถึง -99,821 ล้านบาท แบ่งเป็นการติดลบในบัญชีน้ำมัน -52,729 ล้านบาท และบัญชีก๊าซ LPG ติดลบ -47,092 ล้านบาท โดยการติดลบของกองทุนน้ำมันฯ ทำให้สถานะกองทุนย่ำแย่ลง อันเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาลที่จะตรึงราคาพลังงาน ทั้งก๊าซหุงต้ม LPG และน้ำมันดีเซล ไม่ให้มีการปรับขึ้นราคามาตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา

การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาทมาอย่างยาวนาน โดยไม่สอดคล้องกับราคาน้ำมันในตลาดโลก มาจากความกังวลที่ว่า ต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการ รวมไปถึงภาคการขนส่ง จะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นเพียงภาคเดียว ขณะที่ผู้ใช้น้ำมันประเภทอื่น ๆ ไม่ได้รับการอุดหนุนเพื่อตรึงราคาไว้เหมือนกับน้ำมันดีเซล โดยปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้อุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นอีก 40 สตางค์/ลิตร ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลได้รับการอุดหนุนอยู่ที่ 4.57 บาท/ลิตร

การอุดหนุนที่เพิ่มขึ้นเพียงเพื่อจะดำรงไว้ซึ่งราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่เกิน 30 บาท/ลิตร ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบเพิ่มขึ้น โดยมีข้อสังเกตว่า ณ ปัจจุบัน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้อุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล “เกินไปกว่า” การอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้ม LPG แล้ว ประกอบกับในวันที่ 19 เมษายนที่จะถึงนี้ มาตรการเรื่องการต่ออายุลดภาษีสรรพสามิตดีเซล 1 บาท/ลิตรก็จะครบกำหนดลงแล้วด้วย

ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ครั้งล่าสุด (27 มี.ค. 2567) ที่ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปรับอัตราเงินชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล เพื่อให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ “เกินกว่า” 30 บาทต่อลิตรได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 เป็นต้นไป ซึ่งจะมีผลหลังจากวันที่ 1 เม.ย. 2567 นี้ แต่รัฐบาลโดยคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะยังคงดูแลราคาน้ำมันดีเซลต่อไป โดยให้ สกนช.รายงานสถานการณ์น้ำมัน ค่าการตลาดเป็นรายวัน เพื่อพิจารณาราคาจำหน่ายปลีกราคาดีเซลเป็นครั้ง ๆ ไป

พร้อมกับย้ำว่า หลักการกำกับดูแลราคาน้ำมันดีเซลในปัจจุบัน จะไม่ได้มีการบังคับหรือควบคุมราคา ซึ่งเป็นไปตามมติ กบน.เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ขณะที่บริษัทผู้ค้าน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง ปตท. ยังคงให้ “ความร่วมมือ” ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.99 บาท โดยรัฐบาลเองก็กำลังพิจารณาที่จะแก้ไขปัญหาฐานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ติดลบใกล้ 100,000 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นการต่ออายุการลดภาษีสรรพสามิตหรือการขอใช้งบฯกลางเข้ามาช่วยอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล เหล่านี้ทั้งปวงล้วนแต่แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลกำลังใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อตรึงราคาน้ำมันเกินกว่าความสามารถของกองทุนไปแล้ว