Vehicles move past electricity pylons in Gurugram
คอลัมน์ : นอกบท ผู้เขียน : ศรัณย์วุฒิ ตรรกพงศ์ ที่ปรึกษาอาวุโส ธนาคารโลก [email protected]
ในโลกที่กฎเกณฑ์ทางเศรษฐกิจกำลังถูกเขียนขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ เรามีรากฐานที่แข็งแกร่งจากการเป็น “เสือเศรษฐกิจ” และศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญของภูมิภาค แต่ความสำเร็จในอดีตกำลังถูกท้าทายด้วยคลื่นเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจโลก ยุคสมัยใหม่นี้เรียกร้องให้เราต้องมองไปข้างหน้าด้วยสายตาที่ตระหนักถึงความท้าทาย แต่ก็ยังเห็นโอกาสและศักยภาพในการเติบโตของประเทศ
แล้วเราจะเรียนรู้อะไรจากประเทศที่เคยเผชิญความท้าทายที่คล้ายกันได้บ้าง ? บทเรียนสำคัญจากหนังสือ Breakneck : China’s Quest to Engineer the Future ของ Dan Wang ได้ถอดรหัสการเติบโตแบบก้าวกระโดดของจีนผ่านมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าแค่เรื่องค่าแรงราคาถูก หรือการอุดหนุนจากรัฐ แต่เป็นการเจาะลึกถึง “ความหมกมุ่น” ในการสร้างและเป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่จับต้องได้เท่านั้น
แต่หัวใจสำคัญ คือ “ระบบนิเวศของความรู้เชิงปฏิบัติ” (Ecosystem of Practical Knowledge) ที่ฝังรากลึกในภาคอุตสาหกรรม Ecosystem นี้ คือ เครือข่ายที่เชื่อมโยงระหว่างโรงงาน ผู้ผลิตชิ้นส่วน วิศวกร และนักออกแบบ ทำให้เกิดการเรียนรู้ ลองผิดลองถูก และสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
นอกจากการสร้าง Ecosystem แล้ว Wang ได้ชี้ให้เห็นอีกหัวใจของความสำเร็จของจีน นั่นคือ “ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการ” (Process Knowledge) ซึ่งไม่ใช่แค่ “รู้” แต่ต้อง “ทำได้” และ “ปรับปรุงได้” ในระดับโรงงานจริง Wang ยกตัวอย่าง “ปากกาลูกลื่น” สินค้าธรรมดาที่จีนผลิตมากที่สุดในโลก แต่กลับต้องนำเข้า “หัวปากกาลูกลื่น” จากญี่ปุ่น และเยอรมนี มานานหลายปี เพราะขาดเทคโนโลยีในการผลิตชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่มีความแม่นยำสูงนี้
จนกระทั่งเกิดความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในการลงทุนวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจัง จนสามารถผลิตได้เองในที่สุด นี่คือชัยชนะเล็ก ๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่า นั่นคือการเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต สู่การเป็นเจ้าของเทคโนโลยีอย่างแท้จริง
เมื่อมองย้อนกลับมาที่ประเทศไทย เรามีจุดแข็งที่น่าภาคภูมิใจ เราคือ “ดีทรอยต์แห่งเอเชีย” ที่มีทักษะการบริหารจัดการโรงงานประกอบรถยนต์ญี่ปุ่นอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นผู้ผลิตฮาร์ดไดรฟ์รายใหญ่ของโลก ความสำเร็จนี้คือรากฐานสำคัญ แต่ในขณะเดียวกัน นี่คือความสำเร็จที่แฝงด้วยความเปราะบาง เราเป็นผู้เล่นตำแหน่ง “ผู้ประกอบชิ้นส่วน” หรือ “ผู้จัดการ” ที่เก่งมาก แต่กำไรและอำนาจที่แท้จริงยังคงอยู่ในมือของ “เจ้าของบริษัท” และ “เจ้าของลิขสิทธิ์” ในต่างประเทศ
สถานการณ์ของภาคการผลิตไทยจึงกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะไปไม่สุดซักทาง ไม่สามารถแข่งขันด้านต้นทุนกับประเทศคู่แข่งที่มีค่าแรงต่ำกว่าอย่างเวียดนามได้อย่างเต็มที่ และในขณะเดียวกันก็ยังไม่ก้าวหน้าพอที่จะแข่งขันกับผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่างไต้หวัน หรือเกาหลีใต้ได้
ข้อมูลเชิงสถิติได้ฉายภาพความท้าทายนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น :
เวียดนามเริ่มต้นจากการเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดเทคโนโลยีโลก แต่ด้วยการเปิดรับการลงทุนและนโยบายที่ตรงจุด ในปี 2021 ส่วนแบ่งการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีของเวียดนามในตลาดโลกเพิ่มขึ้นเป็น 4% มากกว่าไทยที่อยู่ที่ 2.7% ส่วนหนึ่งเกิดจากประเทศไทยผลิตชิ้นส่วนที่เป็นปลายน้ำของห่วงโซ่มูลค่าอิเล็กทรอนิกส์โลก
ในมิติของโครงสร้างตลาด ข้อมูลจาก World Bank Enterprise Survey ยังชี้ว่า ประมาณ 10% ของบริษัทผู้ผลิตในไทยดำเนินธุรกิจในตลาดผูกขาดหรือกึ่งผูกขาด ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในภูมิภาค สภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้การแข่งขันเกิดขึ้นอย่างไม่เต็มที่ ซึ่งส่งผลให้แรงจูงใจในการสร้างนวัตกรรมและการเพิ่มผลิตภาพลดลง สะท้อนถึงข้อมูลที่ชี้ว่าบริษัทไทยกว่า 97% ไม่ได้ลงทุนด้าน R&D เลย
บทเรียนจากหนังสือ Breakneck ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ “ความรู้ในกระบวนการ” แต่ยังขยายไปถึงการสร้าง “ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้” (Learning Ecosystem) ที่เชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ จีนไม่ได้เพียงแค่ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ แต่ยังสร้างเงื่อนไขให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างจริงจัง และส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันภายในประเทศเพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับไทย เราต้องเปลี่ยนจากการเป็นเพียง “ผู้ประกอบชิ้นส่วน” หรือ “ผู้จัดการ” ที่มีประสิทธิภาพ ไปสู่การเป็น “ผู้สร้าง” ของห่วงโซ่มูลค่าใหม่ ที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีจะเกิดจากฝีมือคนไทย
จุดเริ่มต้นอาจไม่ใช่การสร้างเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ หรืออุตสาหกรรม New S-curve ตามที่เห็นในข่าวในช่วงที่ผ่านมาเสมอไป แต่คือการกลับคืนสู่สามัญแบบเดียวกับ “หัวปากกาลูกลื่น” ของจีน คือการมองหา “ช่องว่างทางเทคโนโลยี” เล็ก ๆ ในอุตสาหกรรมที่เราเชี่ยวชาญอยู่แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนในรถยนต์ไฟฟ้า เซ็นเซอร์ในฮาร์ดไดรฟ์ หรือเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร แล้วระดมสรรพกำลังทั้งรัฐและเอกชนเพื่อเอาชนะโจทย์นั้นให้ได้ ชัยชนะเล็ก ๆ เหล่านี้คือการบ้านชิ้นสำคัญที่จะปูทางให้ไทยก้าวขึ้นไปเป็นเจ้าของเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริงในอนาคต
(ความเห็นและข้อวิเคราะห์ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้เขียน ไม่ได้สะท้อนท่าทีหรือจุดยืนของธนาคารโลก)