เร่งช่วยน้ำท่วมใต้
บทบรรณาธิการ
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เปิดเผยภาพแผนที่ดาวเทียมพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ประเมินความลึกของน้ำ เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความเสียหายรุนแรงและเป็นวงกว้าง
ประชาชน : ได้รับผลกระทบประมาณ 150,230 คน ที่อยู่อาศัย : ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 25,102 หลังคาเรือน สถานที่สำคัญได้รับผลกระทบ : โรงเรียน 47 แห่ง โรงพยาบาล 8 แห่ง เส้นทางคมนาคม : ผลกระทบกว่า 536 กิโลเมตร พื้นที่ระดับน้ำท่วมวิกฤตส่วนใหญ่อยู่ในโซนสีน้ำเงินเข้ม เฉดสีแสดงระดับน้ำท่วมอยู่ในระดับอันตรายสูง ดังนี้
โซนสีฟ้าอ่อน (0.5-1 เมตร) : ระดับน้ำท่วมถึงเอว โซนสีน้ำเงินเข้ม (2-3 เมตร) : ระดับน้ำท่วมสูงมิดหัว (พบในพื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอหาดใหญ่) โซนสีเข้มจัด/เกือบดำ (มากกว่า 4 เมตร) : ระดับน้ำลึกมาก พื้นที่ส่วนใหญ่ของหาดใหญ่มีน้ำท่วมระดับ โซนสีน้ำเงินเข้ม (2-3 เมตร) ที่สูงมาก และอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
และเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 พ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำจังหวัดภาคใต้ ที่ทำเนียบรัฐบาล
โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผบ. 3 เหล่าทัพ ร่วมประชุม พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ ได้อัญเชิญพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ ซึ่งได้พระราชทานความช่วยเหลือทั้งหมดกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมให้ระดมสรรพกำลังทั้งหมด ทั้งพลเรือน ทหาร ตำรวจ และข้าราชการต่าง ๆ ได้นำเรือเข้าไปช่วยเหลือราษฎร ให้ออกมาจากพื้นที่อันตรายไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย
และให้มีการจัดสรรเสบียง ทั้งอาหาร น้ำดื่ม ลงไปให้ความช่วยเหลือ ทั้งกองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกระทรวงมหาดไทย ที่มีหน้าที่ดูแลประชาชนทั่วไป ด้วยความแม่นยำและรวดเร็วที่สุด พร้อมทั้งชื่นชมจิตอาสาทั่วประเทศที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ
GISTDA ระบุด้วยว่า น้ำท่วมขังในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง รวม 334,895 ไร่ ในบางส่วนของ 7 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ปัตตานี พัทลุง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ยะลา และสตูล ฝนยังตกหนักมากบางแห่งจนถึง 25 พ.ย. จากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ปกคลุมใต้ตอนล่างและมาเลเซีย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน
นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมได้เตือนด้วยว่า ปริมาณน้ำฝนจำนวนมาก ชี้ถึงสภาพไม่ปกติของสิ่งแวดล้อม ที่เชื่อมโยงกับอุณหภูมิของน้ำทะเลและโลก ซึ่งภาครัฐและภาคประชาชน ควรศึกษาทำความเข้าใจ เพื่อนำไปสู่การจัดระบบสำหรับรับมือธรรมชาติที่เปลี่ยนไปแล้ว
ส่วนเฉพาะหน้าควรเร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว และเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ประสบกับความเสียหายอย่างรุนแรง