สังคมหน้า 14 : “ทรัมป์” จะหย่าศึกนี้ได้อย่างไร เมื่อกัมพูชา “พูดอย่างทำอย่าง”
คอลัมน์ : สังคมหน้า 14 ผู้เขียน : เดอะบลูส์
– ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา บอกเมื่อวันอังคารว่า จะโทร.หาผู้นำไทยและกัมพูชา เพื่อแก้ปัญหาการสู้รบ ขณะที่การสู้รบของ 2 ประเทศ เพิ่มความดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ ไทยใช้กำลัง 4 ทัพ ทั้งทัพฟ้า ทัพบก ทหารเรือ และตำรวจ ลุยยึดพื้นที่คืนตลอดแนว 7 จังหวัดชายแดน ขณะที่เขมรก็ใช้อาวุธทุกชนิดตอบโต้แบบ “ปูพรม” คือ “ไม่จำแนกเป้าหมาย” ว่าจะเป็นพลเรือนหรือทหาร การถล่มจากฟากเขมรรุนแรงและต่อเนื่อง แสดงว่าสะสมอาวุธเอาไว้ไม่น้อย ที่น่าจับตาคือ รอบนี้ทัพภาค 1 โดย “กองกำลังบูรพา” ใช้รถถัง Oplot ของยูเครน และรถหุ้มเกราะ Stryker จากสหรัฐ เข้ายึดคืนพื้นที่ตาพระยา โคกสูง และอรัญประเทศ ที่สระแก้ว ส่วนทางจันทบุรี ตราด ทร.ส่ง “นาวิกโยธิน” เข้ายึดคืนพื้นที่หนองรี ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด โดยใช้ปืนใหญ่จากเรือหลวงเทพา ยิงจากทะเลสนับสนุน
– ก็น่าติดตามว่า “ทรัมป์” จะหย่าศึกนี้ได้อย่างไร ขณะความบาดหมางของ 2 ประเทศไปไกลมากแล้ว หลังจากไทยเซ็น “ปฏิญญาสันติภาพ” (Joint Declaration) ที่กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 26-27 ต.ค. ทหารกัมพูชาย่องเข้ามาวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ประเทศไทย ทหารไทยเหยียบ “สูญเสียขาไป 7 นาย” ทำให้ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ประกาศระงับปฏิญญา และนำเรื่องเข้าที่ประชุมรัฐภาคีสนธิสัญญาออตตาวา ที่เจนีวา เมื่อ 5 ธ.ค. ผู้แทนกัมพูชาพยายามประท้วงแต่ไม่เวิร์ก สะท้อนว่าเวทีโลกเริ่มไม่เชื่อเขมรแล้ว กระทั่งเกิดการยิงใส่ทหารไทยเมื่อ 7-8 ธ.ค. นำไปสู่ศึกใหญ่ตลอดแนวชายแดน ท่าที “พูดอย่างทำอย่าง” ของกัมพูชา ไม่เคารพข้อตกลง เป็นเรื่องต้องเอา “พิจารณา” ด้วย
– ปัญหาใหญ่อยู่ที่ “ระบบฮุน เซน-ครอบครัวฮุน” ของกัมพูชาที่เป็น “เผด็จการผูกขาด” ดำรงอยู่ด้วย “เงินสแกมเมอร์-ทุนฟอกเงิน” ที่สามารถจับจ่ายซื้ออาวุธได้ไม่อั้น และหล่อเลี้ยงรัฐบาลเขมรอยู่โดยไม่ยี่หระกับปัญหาเศรษฐกิจของตัวเอง การเปิดศึกกับไทยเที่ยวนี้ ด้านหนึ่งก็เพื่อ “เจือจาง” หรือ “ลบภาพสแกมเมอร์” ของ “ผู้นำกัมพูชา” และ “ขยายภาพประเทศเล็กที่ศักยภาพด้อยกว่า” เรียกความเห็นใจ งานนี้ “นานาชาติ” น่าจะพิจารณาประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญ
– การเมืองไทย “นับถอยหลัง” สู่การยุบสภาแล้ว เปิดสภาวิสามัญ 10-11 ธ.ค. เพื่อถกวาระ 2 “ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256” เห็นอาการ “สว.” ลุกมาด่าผู้แทนฯ ด้วยประเด็นแปลก ๆ แล้วก็พอเห็นแนวโน้มว่า หากโหวต “วาระ 3” ที่ต้องการ “เสียงเห็นชอบ” จาก สว.หนึ่งในสาม หรือ 68 เสียงขึ้นไป ผลจะออกมาอย่างไร แต่ถ้าเช็กคะแนนนิยม “รัฐบาลภูมิใจไทย” ยังมีแต้มต่อที่ดี ส่วน “พรรคประชาชน” ยังมีฐานที่เข้มแข็งจากคนรุ่นใหม่ สำหรับ “พรรคอื่น ๆ” คงต้องไปแย่งคะแนนกันเอง เป็นการเลือกตั้งที่ “น่าสนใจ-น่าติดตาม” ว่าผลจะออกมาอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………
‘เอส แอนด์ พี’ ส่งน้ำดื่ม-อาหาร
ให้ผู้ประสบภัยภาคใต้
คนไทยรักและห่วงใยกัน มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท มอบน้ำดื่ม 18,000 ขวด ขนมปังเดลิโอ S&P 5,004 ชิ้น มูลค่า 400,104 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง โครงการ “S&P รวมใจช่วยภัยน้ำท่วม ปี 2568” โดยมี พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้เกียรติรับมอบ ณ กองบัญชาการทหารเรือ
……………………………………………………………………………………………………………………………





