บทบาทจีนผ่าน ‘หวัง อี้’
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
การเดินทางมาเยือนไทยของนายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีบทบาทสูงในฐานะสมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และได้พบปะกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ มีประเด็นน่าจับตา โดยนายอนุทินเผยว่า ได้พูดคุยกับ รมว.ต่างประเทศจีน ยืนยันความสัมพันธ์การสนับสนุนกันและกันระหว่างสองประเทศ ได้ขอให้จีนช่วยหากมีการเจรจาเปิดช่องแคบ การจัดส่งพลังงาน น้ำมันดิบ ก๊าซ ขอให้รวมไทยอยู่ในบริบทการเจรจา
ซึ่งนายหวัง อี้ ระบุว่า อย่ากังวล เพราะความสัมพันธ์ไทยกับจีนเปรียบเหมือนพี่น้องกัน นอกจากนั้นได้คุยกันเรื่องปุ๋ย อยากให้จีนพัฒนาเรื่องการจำหน่ายปุ๋ย หากมีปริมาณมากเพียงพอขอให้จัดสรรช่วยเหลือเกษตรกรไทย
นายอนุทินยังเผยว่า นายหวัง อี้ แจ้งว่าได้ไปกัมพูชามาแล้ว และระบุว่าท่าทีของกัมพูชาที่มีต่อประเทศไทยไม่อยากสู้รบ ไม่อยากเผชิญหน้า และไม่อยากมีความขัดแย้งแล้ว ซึ่งจีนยินดีเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งตนเองตอบว่า เราไม่ต้องการมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่มีขั้นตอนการพูดคุย ต้องสร้างกติกา ทิศทางที่จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์กลับมาได้ ซึ่งการพูดคุยต้องสร้างความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ซึ่งจีนเข้าใจดี เพราะพูดกันลึกพอสมควรว่าปัญหาที่แท้จริงมาอย่างไร จะมีวิธีแก้ไขโดยใช้แนวปฏิบัติเช่นไร
ได้พูดคุยเรื่องปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งไทยให้ความร่วมมือประเทศจีนในการปราบสแกมเมอร์อย่างมาก สามารถจับกุมสแกมเมอร์ตัวการใหญ่ ทำให้จีนได้ตัวบุคคลเหล่านี้กลับไปดำเนินคดี ซึ่งจีนเห็นท่าทีที่จริงจังของไทยชัดเจน อย่าคาดเดาว่านายหวัง อี้ จะมาช่วยกัมพูชา แต่ต้องนึกถึงสิ่งที่ประเทศไทยจะได้อะไรจากท่าทีนี้ ซึ่งประเทศไทยจะไม่เสียเปรียบในด้านใด อธิปไตย หรือดินแดนยังเหมือนเดิม รัฐบาลจะตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นหลัก และไม่ได้พูดถึงเรื่องการเปิดด่านชายแดน
ก่อนเยือนไทยนายหวัง อี้ ได้พบปะผู้นำกัมพูชา ระหว่างวันที่ 22-23 เมษายน 2569 และส่งสัญญาณ “กัมพูชาไม่อยากสู้รบกับไทย” ในการพบปะกับนายอนุทินและนายสีหศักดิ์ นายหวัง อี้ เสนอตัวเป็นคนกลาง เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ท่าทีของ รมว.ต่างประเทศจีนเป็นประโยชน์กับประเทศไทยในหลายด้าน
นอกจากรับเป็นคนกลางแก้ปัญหากัมพูชา จียยังรับปากช่วยเหลือในเรื่องน้ำมัน ก๊าซ และปุ๋ย และสนับสนุนการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ที่ส่งผลต่อประเทศไทยอย่างมากด้วย ขณะที่จีนได้ประโยชน์จากการขยายบทบาทในอาเซียน ขณะที่กัมพูชามีความใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกามากขึ้น