พระราชปณิธานแห่งพระราชา
บทบรรณาธิการ
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นโบราณราชประเพณีที่ต้องทำเพื่อความเป็นพระมหากษัตริย์อย่างสมบูรณ์ ดังความใน “จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” ว่า
“…ตามราชประเพณีในสยามประเทศนี้ ถือเปนตำรามาแต่โบราณ ว่าพระมหากระษัตริย์ซึ่งเสด็จผ่านพิภพ ต้องทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกก่อน จึงจะเปนพระราชาธิบดีโดยสมบูรณ์…จนกว่าจะสรงมุรธาภิเษก ทรงรับพระสุพรรณบัฏ จารึกพระบรมราชนามาภิธัยกับทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์จากพระมหาราชครูพราหมณ์ผู้ทำพิธีราชาภิเษกแล้ว จึงเสด็จขึ้นเฉลิมพระราชมณเฑียร ครอบครองสิริราชสมบัติสมบูรณ์ด้วยพระเกียรติยศแห่งพระราชามหากระษัตริย์แต่นั้นไป…”
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในรัชกาลที่ 10 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งการพระราชพิธีระหว่างวันที่ 4-5-6 พฤษภาคม 2562 หากแต่พระราชปณิธานในการทรงงานเพื่อปวงพสกนิกร มีมากว่า 5 ทศวรรษแล้ว
เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงมีพระราโชวาท ข้อความลายพระหัตถ์ พระราชทานแก่ผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการหน่วยพระราชทานและประชาชนจิตอาสา
“เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2560 ความว่า “พลังของคนคิดดี ทำดี และมีกตัญญุตา เป็นพลังที่มีอานุภาพ ที่จะดำรงรักษาความสุข ความเจริญอย่างวัฒนาถาวร ของครอบครัว ชุมชน และชาติบ้านเมืองต่อไป”
ในวันที่ 1 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นวันข้าราชการพลเรือน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงมีพระบรมราโชวาท ความว่า “ข้าราชการมีสิ่งสำคัญที่ควรยึดมั่นอยู่ 2 อย่าง อย่างหนึ่งคือผลประโยชน์ของแผ่นดิน อีกอย่างหนึ่งคือ ความถูกต้องเป็นธรรม ผลประโยชน์ของแผ่นดินเป็นเป้าหมายสูงสุดของการปฏิบัติราชการ ส่วนความถูกต้องเป็นธรรม เป็นฐานราก แนวทางปฏิบัติเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายนั้น”
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริก่อเกิดด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ครอบคลุมทั้งพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ 115 โครงการ ด้านการศึกษาผ่านโครงการทุนการศึกษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร 14 โครงการ ด้านสาธารณสุข 2 โครงการ และโครงการจิตอาสา 1 โครงการ
ทรงดำเนินตามรอยพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทุกประการ
ทรงพระเจริญ