งานด่วน “ฟื้นเชื่อมั่น ศก.-การเมือง”

บทบรรณาธิการ

การประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ผลโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นไปตามความคาดหมาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯที่เสนอชื่อโดยพรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนนเสียง 500 คะแนน ทิ้งห่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ 244 คะแนน

อย่างไรก็ตาม ดูตามรูปการณ์รัฐบาลใหม่น่าจะมีเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนฯ ปริ่มน้ำ จำนวน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐบวกกับ ส.ส.ในพรรคร่วมแล้วเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 500 คนไม่มากนักนอกจากจะทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพสถานะไม่มั่นคงแล้ว อาจต้องพะว้าพะวงกับการแก้เกมการเมืองทั้งในสภา นอกสภา ไม่สามารถบริหารประเทศได้เต็มที่ ทั้งที่ภาคธุรกิจ นักลงทุน ประชาชนทั่วไปตั้งตารอรัฐบาลจากการเลือกตั้งขับเคลื่อนนโยบาย สานต่อการแก้ปัญหาที่ยังคั่งค้างมานาน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลผสมที่พรรคการเมืองขนาดกลาง รวมทั้งพรรคเล็กพรรคน้อยถูกดึงเข้าร่วมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 20 พรรค 254 เสียง แม้ถือเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก แต่เมื่อมาจากหลายพรรค เจตนารมณ์ อุดมการณ์แตกต่างกัน แถมเทียบจำนวน ส.ส.กับฟากพรรคฝ่ายค้าน มีคะแนนเสียงมากน้อยกว่ากันแค่เฉียดฉิว จึงเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาทั้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง หรือเพลี่ยงพล้ำในเกมทางการเมืองให้พรรคฝ่ายค้าน

ขณะที่การเจรจาแบ่งโควตารัฐมนตรีถึงวันนี้ก็ยังจัดสรรเค้กไม่ลงตัว ทำให้โฉมหน้ารัฐบาลบิ๊กตู่ 2 พลิกไปพลิกมา เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคต่างต้องการครองเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอ

ไม่แปลกที่ตัวแทนภาคเอกชนอย่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จะส่งสัญญาณถึงนักการเมือง พรรคการเมือง ให้เร่งจัดตั้งรัฐบาลเข้าบริหารประเทศโดยเร็วที่สุด พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเดินเกมภายใต้กฎกติกา ยึดประโยชน์ชาติบ้านเมืองเป็นหลัก เพราะการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ยิ่งล่ายิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่น

ล่าสุดผลสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ชี้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงเดือนพฤษภาคมลดลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และลดลงต่ำสุดในรอบ 19 เดือน จากเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลใหม่ สงครามการค้า ราคาพืชผลเกษตรที่อยู่ในระดับที่ต่ำ ยิ่งตอกย้ำถึงความไม่เชื่อมั่นทั้งเศรษฐกิจ การเมือง

ทั้งหมดโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลใหม่ต้องแก้การบ้าน โดยนำนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคมาปรับใช้ สำคัญสุดคือ ต้องแก้ปัญหาได้ตรงจุด ให้ประเทศเดินหน้า ความเชื่อมั่น การบริโภค การลงทุนฟื้นคืนกลับมา

Previous articleลุ้นโผ 4 รมต.เศรษฐกิจ สานต่องาน-บริหารงบฯ 1.25 แสนล้าน
Next articleTTM+2019 เปิดทางเมืองรองดึงตลาดใหม่