กำลังซื้อประเทศไทย ฝากไว้กับ “คนจีน”

คอลัมน์ สามัญสำนึก

โดย สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

 

สถานการณ์กำลังซื้อของประเทศไทยในยามนี้ ที่ทั้งผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหญ่ต่างประสานเป็นเสียงเดียวกันว่า “ซบเซา”

เพราะนอกจากปัญหาจากกำลังซื้อของคนในประเทศที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากหลาย ๆ ปัจจัย

ขณะเดียวกัน กำลังซื้อของลูกค้า “คนจีน” ที่ปัจจุบันกลายเป็น “ลูกค้าหลัก” ของหลาย ๆ อุตสาหกรรมหดหายไปด้วย

ที่เกิดผลกระทบอยู่เวลานี้ก็คือ “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” ที่ปัจจุบันพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนเป็นสำคัญ โดยปี 2561 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทย 38.3 ล้านคน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 10.5 ล้านคน

แต่ช่วง 6 เดือนแรกปีนี้นักท่องเที่ยวจีน (กรุ๊ปทัวร์) ลดลง 15% ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากเหตุเรือล่มที่ภูเก็ตปลายปี 2561 ผสมโรงกับภาวะ “เงินบาทแข็งค่า” มากกว่าเพื่อนบ้าน ทำให้ต้นทุนการท่องเที่ยวของคนจีนในไทยสูงขึ้นถึง 12%

แม้ว่านักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ ก็ลดลงเช่นกัน แต่เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนมีจำนวนมากกว่าหลายเท่า ทำให้ส่งผลกระทบรุนแรงมากกว่า กระทั่งเป็นประเด็นว่า “โรงแรมภูเก็ตซบหนักรอบ 10 ปี”

อีกหนึ่งอุตสาหกรรมกำลังเผชิญความท้าทายจากลูกค้าจีนเช่นกันก็คือ “อสังหาริมทรัพย์” ผลจาก “สงครามการค้า” กับสหรัฐ ทำให้เศรษฐกิจจีนเติบโตลดลง และนโยบายของทางการจีนที่เข้มงวดการนำเงินออกนอกประเทศมากขึ้น รวมถึงสถานการณ์ “บาทแข็ง” ที่ทำให้ทั้งคนจีนที่จะนำเงินมาซื้ออสังหาฯในไทยมีต้นทุนสูงขึ้น

ทำให้ช่วงที่ผ่านมา “ลูกค้าจีน” อยู่ในภาวะ “หยุดซื้อ-ยื้อโอน”

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ในปี 2561 มีชาวต่างชาติทำธุรกรรมเงินโอนเพื่อซื้ออาคารชุดในไทย 9.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นลูกค้าชาวจีนมากที่สุด 43% มูลค่า 39,178 ล้านบาท เติบโต 65.9% จากปีก่อนหน้า

โดยกำลังซื้อคอนโดฯของลูกค้าชาวจีนในปี 2561 สูงถึง 12% ของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งประเทศ

แม้ว่าจะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยกระตุ้นยอดขายและเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม ธปท.ระบุถึงความเสี่ยงของทุนจีนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยว่า การเพิ่มขึ้นของผู้ซื้อชาวจีน อาจทำให้ “ราคาที่อยู่อาศัย” เพิ่มขึ้นต่อเนื่องและรวดเร็ว และอาจเกิดการสะสมความเสี่ยงในบางจุด เช่น ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยไทยสูงขึ้นมากจนกระทบต่อความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของคนในประเทศ

อีกด้านคือ ผลจากภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอตัวที่อาจกระทบต่อกำลังซื้อของชาวจีนที่จะกระทบต่อผู้ประกอบการไทยที่ต้องเตรียมพร้อมรับความเสี่ยง โดยงานวิจัยเรื่อง “เจาะลึกและชี้ประเด็นความเสี่ยงของทุนจีนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย” ของ ธปท.เสนอแนะว่า ภาครัฐควรร่วมมือกับภาคเอกชนรวบรวมและเปิดเผยข้อมูลการซื้อขายที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติในมิติต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลการถือครองผ่านตัวแทน (นอมินี) ด้วยการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อที่จะให้ผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง มองเห็นแนวโน้มของทุนจีนที่กำลังเคลื่อนเข้ามา

ขณะที่ “ธุรกิจการศึกษา” ของไทยก็เป็นอีกธุรกิจที่กำลังพึ่งพา “นักศึกษาจีน” มากขึ้นเรื่อย ๆ หลายมหาวิทยาลัยเอกชนก็ไปโรดโชว์ตามมณฑลต่าง ๆ เพื่อดึงนักศึกษาจีนเข้ามาเรียนต่อในเมืองไทย เพื่อชดเชยกับเด็กไทยที่ลดลงเรื่อย ๆ

ฟากทุนจีนก็สบช่องขยับขยายเข้ามาดอดซื้อมหาวิทยาลัยเอกชนของไทยที่มีปัญหาทางการเงิน เพื่อรองรับกับการส่งนักศึกษาจีนเข้ามาเรียนต่อ

มุมหนึ่งก็ถือเป็นโอกาส หรือทางรอดของธุรกิจในการที่จะเติบโตไปกับกำลังซื้อของลูกค้าชาวจีน

แต่การพึ่งพิงกำลังซื้อ “ลูกค้าจีน” มากเกินไป โดยปราศจากการควบคุมหรือจัดการอย่างมีทิศทาง ในระยะยาวก็จะกลายเป็นความเสี่ยงของประเทศและทำให้ผู้ประกอบการไทยหรือคนไทยตกอยู่ในฐานะผู้เสียเปรียบ

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleกฟน. MOU กรุงเทพธนาคม พัฒนากรุงเทพมหานครสู่มหานครอัจฉริยะ
Next articleยิ่งสู้ยิ่งแพ้! “ไพรินทร์” เปิดใจ “ปมขยายสัมปทานทางด่วน” แลกยุติข้อพิพาทลั่นไม่ได้เอื้อ BEM