แก้วิกฤตน้ำฟื้นจุดแข็งภาคเกษตรไทย
บทบรรณาธิการ
แม้รัฐบาลจะคลายล็อก ให้สถานประกอบการบางประเภทกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่กว่าทุกธุรกิจจะเปิดดำเนินการได้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นได้เต็มรูปแบบ ต้องใช้เวลาอีกระยะจนกว่าจะมั่นใจได้ว่า โรคโควิด-19 จะไม่กลับมาแพร่ระบาดรอบ 2
การไม่ประมาทและตั้งการ์ดสูงยังจำเป็น เพราะไวรัสโควิดนอกจากจะเสี่ยงต่อชีวิต และสุขภาพอนามัยแล้ว ยังก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงกับเศรษฐกิจทั่วโลก ขณะที่ภายในประเทศธุรกิจจำนวนมากประสบปัญหาต้องปิดกิจการ เลิกจ้าง ภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว แหล่งรายได้หลักดิ่งวูบลง ยังไม่มีวี่แววฟื้น
ส่วนภาคการเกษตรซึ่งน่าจะเป็นความหวัง เพราะท่ามกลางสถานการณ์ที่ทั่วโลกเผชิญวิกฤต ความต้องการสินค้าสำหรับการยังชีพอย่างอาหารเพิ่มขึ้นสูงมาก แต่ไทยในฐานะแหล่งผลิตอาหารแหล่งใหญ่ของโลก ไม่สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้มากนัก สาเหตุหลักมาจากภาคการเกษตรมักถูกมองข้าม ที่ผ่านมาไม่มีการพัฒนายกระดับอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
โดยเฉพาะการลงทุนระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ปัจจัยการผลิตสำคัญในการทำการเกษตร ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ประชากรในภาคการเกษตร 9 ล้านครัวเรือน เกือบ 20 ล้านคน ต้องทำการเกษตรในลักษณะพึ่งพาฝนฟ้า มีปัญหาทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง วิกฤตขาดแคลนน้ำ พื้นที่เกษตร ผลผลิตเสียหายนับครั้งไม่ถ้วน
ข้อมูลจากกรมชลประทานระบุว่า จากจำนวนพื้นที่เกษตรกรรมรวม 130 ไร่ทั่วประเทศ เป็นพื้นที่ในเขตชลประทานเพียงแค่ 30 ล้านไร่เท่านั้น ที่เหลือ 100 ล้านไร่ ต้องพึ่งธรรมชาติ ซึ่งนับวันร้อนแล้งวิกฤตรุนแรง จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน ภาคการเกษตรไทยจึงมีความเสี่ยงทั้งภัยธรรมชาติ ราคาพืชผลในตลาดโลกที่ผันผวน และการเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง
ขณะที่การลงทุนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบทั่วประเทศ แม้มีการสำรวจศึกษามานาน แต่เป็นแค่โครงการในแผ่นกระดาษ แผนปฏิบัติจริงยังไม่เดินหน้า ทั้งที่การลงทุนน้ำแม้ต้องทุ่มงบประมาณมหาศาลนับแสนล้านบาท แต่แลกกับประสิทธิภาพในการผลิต คุณภาพชีวิต และรายได้ของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว ถือว่าคุ้มค่าลงทุน
เมื่อภาคส่งออกยังมีปัญหาหนัก จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก สงครามการค้า ภาคท่องเที่ยวซมพิษโควิดอีกนานกว่าจะฟื้น รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องแก้ที่ต้นเหตุ อาศัยจุดแข็งภาคการเกษตรเป็นแหล่งสร้างรายได้เพิ่มอีกทาง ขณะเดียวกันก็ผลักดันนโยบายครัวไทยเป็นครัวโลก โดยเร่งลงทุนพัฒนาแผนน้ำ ควบคู่กับปฏิรูปการผลิต การตลาด ให้ภาคเกษตรไทยเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืนในระยะยาว