ชนะศึก แพ้สงคราม
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สมถวิล ลีลาสุวัฒน์
วันเขียนต้นฉบับนี้ตรงกับวันประวัติศาสตร์ทางการเมืองและสังคมไทยอีกวันหนึ่ง
เพราะเกิด 2 ปรากฏการณ์พร้อม ๆ กัน
ปรากฏการณ์แรก เป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ “ทักษิณ ชินวัตร” กลับบ้านเกิด เหยียบแผ่นดินไทยครั้งแรกในรอบ 17 ปี
หลังจากลูกสาวคนโปรดแจ้งข่าวเป็นระยะ ๆ เลื่อนแล้วเลื่อนอีก จนคนทั่วไปชัก เอ๊ะ เอ๊ะ กันละ
แล้วเธอก็ประกาศอีกครั้งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ช่วงดีลจัดตั้งรัฐบาลแบบข้ามขั้วว่า “คุณพ่อกลับจริง 22 สิงหาฯ” ซึ่งตรงช่วงวันคล้ายวันเกิดเธอ 21 สิงหาฯ
โดยมี 3 พี่น้อง “โอ๊ค-เอม-อุ๊งอิ๊ง” พร้อม 2 เขยไปกราบไหว้ศาลหลักเมืองที่สนามหลวง ขอพรให้ทุกอย่างราบรื่น
แล้วก็ราบรื่นจริง เมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 เดินทางกลับประเทศไทย ได้เห็นตัวเป็น ๆ อัศวินคลื่นลูกที่สาม ผ่านไลฟ์สดของเครือมติชนแล้ว บอกได้คำเดียว “ขนลุก” ฟ้าเปิดแล้วจริง ๆ
ไพ่ใบสุดท้ายของตระกูล “ชินวัตร” จบสิ้นแล้ว
กับการเลือกและแลกในแนวทางนี้ คือกลับมารับโทษ ติดคุก ทนอีกไม่กี่ปีก็จะได้ออกมาเลี้ยงหลาน อยู่กับครอบครัวสมใจ
ส่วนอีกปรากฏการณ์คือ โหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 “เศรษฐา ทวีสิน” อดีตซีอีโอแสนสิริ ที่ตัดสินใจลงเล่นการเมืองเพราะต้องการเข้ามาแก้ไขเศรษฐกิจบ้านเมือง
แต่จะมีเหตุผลในใจอะไรอีกหรือไม่ ต้องถามเจ้าตัว
การทิ้งไพ่ใบสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย โดยกลืนเลือด กลืนน้ำลาย ยอมหลอมรวมกับพรรคขั้วรัฐประหาร เพื่อให้ได้มากับตำแหน่งผู้นำสูงสุดในทางการเมือง
นับเป็นการเดิมพันแบบเก้าเก คือมีเท่าไหร่ “ทุ่มหมด” ยอมเสียทั้งเงิน ศักดิ์ศรี และศรัทธา
เดาว่า ทั้งอุ๊งอิ๊งและเสี่ยนิดคงเกิดกิลตี้ในใจไปตลอดกับสิ่งที่ทำ
ทั้งสองท่านถึงต้องออกมาสารภาพบาป เอ่ยขอโทษ และเปิดเผยความในใจต่อสาธารณชนที่ต้องจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว
เพราะเมื่อเกมเปลี่ยน พวกเขาจึงต้องเปลี่ยนเกม
ภาพของการชูมือของ 11 พรรคการเมืองก่อนทักษิณกลับเพียงวันเดียว (รวมพรรคของ 2 ลุงด้วย) ดูคัลเลอร์ฟูลมาก นับเป็นเมกะดีลทางการเมืองที่ทำสำเร็จ
แต่อีกภาพก็สะท้อนถึงการทรยศหักหลังด้วยความจำใจ
ขณะที่ความก้าวหน้าของประเทศยืนรออยู่
กล่าวโดยสรุป พรรคเพื่อไทยชนะศึกรอบด้านเรียบร้อยแล้ว ปาดเค้กปาดน้ำตาไปพร้อม ๆ กันแล้ว
ถือเป็นเกมโอเวอร์แบบ sad ending
เพราะเสียงสะท้อนของคนส่วนใหญ่ไม่โอเคกับการแก้เกมแบบพลิกขั้ว
แม้จะมีผู้ใหญ่หลายท่านบอกว่า ขอให้อดทน อดทน และอดทน พร้อมทั้งเข้าใจในทุกสิ่งที่เพื่อไทยต้องทำ เวลาและอนาคตจะเป็นบทพิสูจน์
นโยบายถือว่าสำคัญมากที่จะฟื้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น เมื่อดีขึ้นจริง ถึงเวลานั้นคนก็จะลืมก้าวไกลไปเอง
แต่ถ้าไม่เป็นดังสมมติฐาน งานนี้ก็เจ๊งยับทั่วไทย
นับจากวินาทีนี้ เรื่องของภาวะผู้นำ สำหรับประเทศไทยในห้วงวิกฤตซ้อนวิกฤตก็สำคัญมาก
ซึ่งผู้นำในซีกโลกตะวันออกจะมี 5 ระดับคือ
1.ผู้นำที่เก่งฉลาด 2.ผู้นำที่มีปัญญา 3.ผู้นำที่มีน้ำใจ 4.ผู้นำที่สร้างคน และ 5.ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ใครจะเป็นผู้นำแบบไหน เวลาจะเป็นตัวบอก
เพราะคนจะใหญ่ได้ หัวใจต้องใหญ่พอ