อายัดบัญชีม้า เจตนาดี…แต่?
อายัด บัญชีม้า เงินสด
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต
เป็นเรื่องร้อนตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา กับการยกระดับมาตรการสกัดบัญชีม้า ทั้งของธนาคารแห่งประเทศไทย ตำรวจไซเบอร์ และตำรวจท้องที่
หากมองในภาพรวมถือเป็นเรื่องดีที่จะกวาดจับผู้เกี่ยวข้องกับบัญชีม้าหลากหลายรูปแบบ
ที่สำคัญคือเจตนาต้องการติดตามเงินของผู้เสียหายกลับคืนให้เร็วที่สุด และมากที่สุด
แต่ที่กลายเป็นประเด็นเพราะตอนแรกเล่นหว่านแห หากเส้นเงินของบัญชีม้าโยงไปถึงบัญชีใครก็ตาม
พวกสั่งระงับ หรืออายัดทั้งหมด !!
กระทั่งเกิดการร้องเรียนจากประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก ทำนองว่าค้าขายรับเงินโอนตามปกติ แต่จู่ ๆ โดนระงับบัญชีเพราะมีเส้นเงินจากบัญชีม้าโอนมาซื้อสินค้าหรือบริการ
แบงก์ชาติยอมรับว่า หลังยกระดับมาตรการเกิดเหตุลักษณะนี้จริง โดยใช้วิธีหว่านแหระงับทุกบัญชีที่เส้นเงินเชื่อมโยงไปถึง จากนั้นให้ผู้ถูกระงับมาแสดงหลักฐานว่าไม่เกี่ยวข้องถึงปลดบัญชีให้
แต่ขั้นตอนก็โยกโย้ไปมา ให้เจ้าของบัญชีที่สุจริตวิ่งเต้นตามเรื่องถอนการระงับบัญชีกันเอง
หลังถูกด่าหนัก ๆ อยู่ 2-3 วัน และเกิดปรากฏการณ์คนแห่ถอนเงินสดมาเก็บไว้
รวมไปถึงพ่อค้า-แม่ขายจำนวนหนึ่งขึ้นป้ายขอรับแต่เงินสด ไม่รับเงินโอน
ถึงได้คิดออกว่าต้องปรับการตรวจสอบขั้นต้นใหม่ให้รอบคอบกว่าเดิม ประมาณว่าแบงก์ที่ได้รับข้อมูลเส้นเงิน คัดกรองก่อนว่าบัญชีที่เกี่ยวข้องดูผิดปกติหรือไม่
เช่น เป็นบัญชีพ่อค้า-แม่ค้า ที่รับเงินโอนปกติวิสัย และจ่ายออกเพื่อซื้อวัตถุดิบ ต่อให้มีบัญชีม้าโอนเงินเข้ามาก็ไม่ต้องระงับ และรีบปลดล็อกภายในไม่เกิน 4 ชั่วโมง
เอ่อ…ไม่ได้คิดถึงปัญหานี้ตั้งแต่แรกเหรอ ว่ามาตรการที่ออกมาจะลากผู้ไม่เกี่ยวข้องมาพัวพันด้วย
น่าตกใจกว่าคือเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคนยอมรับว่า อาจมีผู้บริสุทธิ์ถูกลากโยงมาด้วยเป็นเรื่องปกติ
ความคิดแบบนี้ บอกเลยว่าไม่ปกติครับ !!!
มาถึงจุดนี้ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับการปราบบัญชีม้า เห็นด้วยมากและควรทำอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องทรัพย์สินของผู้ถูกหลอกลวง
เพียงแต่ต้องรอบคอบกว่านี้ หัดทำงานให้ยากกว่านี้ ไม่ใช่เอาง่ายเข้าว่าเหมือนที่ผ่านมา
คือกวาดเข้ามาให้หมด ใครคิดว่าสุจริตก็มาแสดงตัว แสดงหลักฐาน หากไม่เกี่ยวกับบัญชีม้า ก็แล้วกันไป ??
ประมาณว่าคนไม่ได้ทำผิด ไม่ต้องกลัว
เชื่อว่าคนสุจริตส่วนใหญ่ไม่ได้กลัว แต่มันเสียเวลา เสียความรู้สึก และเกิดผลกระทบกับการใช้เงินส่วนที่จำเป็น
แม้ผลงานที่ผ่านมา แบงก์ชาติยืนยันว่า ประสบความสำเร็จ สามารถสกัดกั้นบัญชีม้าได้จำนวนมาก
แต่อีกบริบทหนึ่งแนวคิดแบบหว่านแหไว้ก่อนแล้วค่อยคัดคนสุจริตออกไป อย่างที่ทำอยู่ตอนนี้
ผิดทั้งหลักการทางกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมอย่างมาก
เคยได้ยินหลักการสำคัญของกระบวนการยุติธรรมที่ว่า “ยอมปล่อยคนผิด 100 คน ดีกว่าจับผู้บริสุทธิ์เพียง 1 คน”
การยกระดับปราบบัญชีม้า ดูเหมือนจะคำนึงถึงหลักการเหล่านี้น้อยไปหน่อย
อ้างแต่ว่าเจตนาดี เห็นใจเจ้าทุกข์ และเห็นใจผู้บริสุทธิ์ แต่ต้องทำเพื่อปราบบัญชีม้า
แค่เห็นใจไม่น่าพอ ควรต้องตรวจสอบว่าที่ผ่านมาหน่วยงานไหนทำเกินเบอร์ไปแบบมาก ๆ อาจจะด้วยสะเพร่าหรือเอาง่ายเข้าว่า ควรมีบทลงโทษไหม
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ เมื่ออายัดหรือยึดเงินคืนจากผู้สุจริต ไม่ว่าจะค่าสินค้า หรือบริการ ที่โอนมาจากบัญชีม้า บุคคลเหล่านี้จะทำอย่างไร หรือต้องยอมคืนเงินแล้วจบเหมือนหลาย ๆ เคสที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนหนึ่งยินยอมเพื่อแลกกับการถอนระงับบัญชีโดยเร็วที่สุด จึงคิดแค่ว่าฟาดเคราะห์
เหล่านี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง