Skip to content

คนแข็งแรงแห่ง ‘เอเชีย’

18 ก.พ. 2569 | 11:08น.
คนแข็งแรงแห่ง ‘เอเชีย’
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : วรรณโชค ไชยสะอาด

พาดหัวเย็นเฉียบจาก Financial Times (FT) เมื่อสัปดาห์ก่อน เปรียบเสมือนใบวินิจฉัยโรคที่ส่งตรงถึงรัฐบาลไทย

ฉายา “คนป่วยแห่งเอเชีย” คือ สิ่งที่โลกสแกนร่างกายเรา

เป็นภาวะ “อัมพาตทางโครงสร้าง” ตั้งแต่กับดักรายได้ปานกลาง เครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักที่อ่อนแอ สังคมสูงวัย แก่ก่อนรวย ไปจนถึงหนี้ครัวเรือนที่ฝังรากลึกจนกลายเป็นมะเร็งร้ายที่กัดกินกำลังซื้อ

ในสายตาโลก เราคือคนป่วยที่กำลังนอนซมในห้องพักฟื้น ขณะที่มองไปนอกหน้าต่าง เพื่อนบ้านในเอเชียกำลังออกไปวิ่งมินิมาราธอนกันอย่างคึกคัก

ในเอเชียตลอดปี 2025 พวกเขามีผลตรวจร่างกาย (หมายถึง GDP) ฟิตจนน่าอิจฉา โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่โตทะลุ 5% ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย 7.4% อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ระดับ 5.1-5.2%

แต่คนที่สปอตไลต์ทุกดวงต้องจับจ้อง คือ เวียดนาม

ในปี 2025 เวียดนาม สถาปนาตัวเองขึ้นเป็น “คนแข็งแรงแห่งเอเชีย” อย่างเต็มตัว ด้วยตัวเลข GDP ทั้งปีที่สูงถึง 8.02%

คำถามคือทำไมเวียดนามถึงแข็งแรง ?

คำตอบคือการเป็น “นักคว้าโอกาส” เสือติดปีกแห่งอาเซียน

เวียดนามไม่ได้แค่รวยเพราะขายของเก่า แต่เขารีแบรนด์ตัวเองจากโรงงานเย็บผ้า กลายเป็น “ซิลิคอนแวลลีย์แห่งอาเซียน” ผ่านยุทธศาสตร์ China+1 ที่ดึงดูดเม็ดเงิน FDI จากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีทั่วโลกให้ไหลเข้าสู่เวียดนาม พยายามก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลาง เซมิคอนดักเตอร์ และ AI ของภูมิภาค ด้วยมาตรการยกเว้นภาษีและการปลดล็อกกฎหมายที่เอื้อต่อการลงทุน ประกอบกับประชากรวัยแรงงานที่อายุน้อยและกระหายความสำเร็จ

ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจของเวียดนามมี “มวลกล้ามเนื้อ” ที่แกร่งกว่าใคร

ใด ๆ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าไทยกำลังเป็นคนป่วยที่ใกล้จะหมดลม หมอเอก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง กลับมองเห็นภาพที่ต่างออกไปในห้องตรวจ

ขุนคลังออกมาส่งสัญญาณว่า แม้ตัวเลข GDP 2.4% ร่างกายของไทยจะดูซูบเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน แต่นี่คือสภาวะของประเทศที่ “ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว”

หมอเอกย้ำว่า ไทยไม่ได้ป่วยติดเตียง เราออกจาก ICU แล้ว กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกาย ตัวเลขต่าง ๆ เริ่มฟ้องว่าคนป่วยคนนี้เริ่มหายใจคล่องขึ้น ตัวเลขการลงทุนรวมที่โตถึง 8.1% โดยการลงทุนภาครัฐที่เร่งเบิกจ่าย ถือเป็นหัวหอกในการเติบโต 13% ซึ่งช่วยดึงให้การลงทุนภาคเอกชนขยับตามมาอยู่ที่ 6%

ก้าวต่อไปในปี 2569 เชื่อมั่นว่าหากสามารถรักษาโมเมนตัมความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 และมีการจัดตั้งรัฐบาลที่รวดเร็ว จะทำให้เศรษฐกิจไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตได้มากกว่า 3%

“ในฐานะหมอเอก เรารู้แล้วว่าตอนนี้เราสามารถเอาคนป่วยออกจากห้อง ICU ได้แล้ว แต่โจทย์หลังจากนี้คือ จะทำอย่างไรให้คนป่วยคนนี้กลับมาเข้มแข็งและแข็งแรงได้อีกครั้ง”

“ทุกคนรู้ว่าเราจะต้องออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง เพื่อให้พร้อมกลับมาวิ่งต่อได้ ตรงนี้เป็นสิ่งและเป็นปัจจัยสำคัญมาก ๆ โดยโจทย์หินของปีนี้ คือ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ที่พูดแบบนี้เพราะมันเป็นปัจจัยที่เราควบคุมเองไม่ได้ เราต้องวางแผนเตรียมรับมือให้ดี”

หวังว่า หมอเอก จะทำให้ “คนป่วย” ที่โลกพูดถึง กลับมาเป็น “คนแข็งแรง” อย่างแท้จริง ได้อีกครั้งครับ