อาบน้ำให้ใจ
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สมถวิล ลีลาสุวัฒน์
วันนี้จั่วหัวแบบธรรมมะธัมโมจักหน่อย เพราะกำลังซาบซึ้งใจกับการให้ที่ให้จริง ๆ วันก่อน “คุณติ่ง – ผศ.ทอรุ้ง จรุงกิจอนันต์” อดีตอาจารย์จุฬาฯ นักเขียนตำราอาหารชื่อดังโพสต์เรื่องราวตัวเอง
ขณะไปเดินออกกำลังกาย แล้วเจอลุงคนหนึ่งเก็บขวดอยู่ เธอก็ถามอย่างเกรงใจว่า “ให้เงินลุงไปกินข้าวได้ไหมคะ”

ลุงก็ตอบว่า “ได้ครับ” ว่าแล้วอาจารย์ติ่งก็ยื่นเงินให้จำนวนหนึ่ง เมื่อได้ซักถาม ถึงรู้ว่า ลุงเคยเป็น “อาสาจราจร” ชื่อจริง “สุชีพ รอดคลองตัน” เมียตายจากไปแล้ว ตอนนี้อยู่คนเดียว เรียนจบ ป.4 มีเงินบำนาญนิดหน่อย
ในฐานะ “อาสาจราจร” ถือเป็นพลเมืองดีเป็นจิตอาสามานานแล้ว และเป็นที่ประทับใจของชาวโซเชียล
เพราะคอยช่วยเหลือให้คนและรถที่สัญจรไปมาในย่านพระราม 4 และพื้นที่ใกล้เคียงได้รับความสะดวกปลอดภัย ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็อายุมากแล้ว
ด้วยความที่ลุงเป็นจิตอาสาด้วยใจ ไม่อยากอยู่ว่าง อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์และมีคุณค่า บางครั้งก็รับจ็อบส่งเอกสาร แล้วมาช่วยโบกรถตอนเช้า-เย็น ช่วงที่รถติดหนัก ๆ จนเป็นเอกลักษณ์ ผู้ใช้รถจำหน้าลุงได้แม่น
ความน่าสนใจของลุงท่านนี้คือ การสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองจากสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว อย่างการเก็บขวดขายก็ช่วยลดปริมาณขยะ และทำเงินซื้อข้าวกินได้

อีกหนึ่งความปรารถนาในใจคือ อยากช่วยให้ผู้คนได้กลับถึงบ้านหรือที่พักไว ๆ ไม่ต้องทรมานติดอยู่ในรถบนท้องถนนนาน ๆ
ยิ่งมีเด็กเล็กยิ่งน่าเห็นใจ ยิ่งเห็นพ่อแม่เอาลูกเล็กซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ก็ยิ่งหดหู่ เด็กงีบหลับคอพับคออ่อน กลัวจะร่วงหล่น ดังนั้น งานที่ลุงทำ ทำเพื่อสังคม ทำแบบให้ตัวเองมีความสุข และเชื่อว่า คนที่เคยได้รับบริการก็มีความสุขเหมือนกัน
เช่นเดียวกับอาจารย์ติ่งที่อยากให้เงินลุงเก็บขวด ทั้ง ๆ ที่ใจก็กลัวลุงจะว่าเป็นอื่น เพราะใจอาจารย์ตอนนั้นคือ อยากให้แบบให้จริง ๆ โดยไม่คิดหวังสิ่งใด ๆ
แม้ลุงจะมีเงินบำนาญใช้ก็ยังดูมีคุณค่า มีศักดิ์ศรีมากกว่าเงินบำนาญที่บรรดาข้าราชการนักการเมืองชั่ว ๆ สั่ว ๆ ได้รับ
สัมผัสเรื่องราวของลุงจิตอาสา และผู้ใหญ่ใจดีแล้ว
ทำให้นึกถึงเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้น ณ บ้านเลขที่ 5 ซอยปุณณวิถี หรือซอยสุขุมวิท 101 ทำเลทองแลนด์มาร์กใหม่ ย่านสุขุมวิทตอนกลาง ที่ปากซอยมีสถานีรถไฟฟ้า BTS พอดี
สมัยก่อนจะมี “จราจร” นายหนึ่ง คอยโบกรถเข้า-ออกซอยเช้าเย็นนับสิบ ๆ ปี โบกตั้งแต่หนุ่มจนแก่ แต่แกก็ทำหน้าที่ด้วยดีและมีความสุข
ไม่ใช่แกสุขคนเดียว คนทั้งซอยและชาวบ้านแถวนั้นก็พลอยสุขไปด้วย
ทุกเทศกาลปีใหม่ เทศกาลแห่งความสุข ประชาชนคนทุกระดับจะตั้งใจเอาของขวัญมามอบให้ “จราจร” ท่านนี้ ด้วยความเต็มใจ คือให้แบบให้จริง ๆ ไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ
แล้วช่วงนั้นรถก็จะติดหนัก เพราะทุกคนทุกคันจะมาแบบครอบครัว เปิดกระจกมอบของขวัญให้นายจราจร จนเป็นภาพแห่งความประทับใจและความทรงจำที่ดีของคนซอยปุณณวิถี
มาถึงไฮไลต์แห่งชีวิต เมื่อนายจราจรเกษียณ ปรากฏว่า ตระกูล “บูรพชัยศรี” เจ้าของธุรกิจเครื่องจักรกลและอสังหาริมทรัพย์ในย่านบางจาก สุขุมวิท และเป็นเจ้าของบ้านพักเลขที่ 5 ในซอยปุณณวิถี ได้มอบทาวน์เฮาส์ 1 หลังให้กับจราจรท่านนี้เป็นของขวัญส่งท้าย
เป็นความเอื้ออาทรและเกื้อกูลกัน ซึ่งสร้างความตื้นตันใจให้กับชุมชนย่านนั้น ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้

วันที่เศรษฐีเก่า ครอบครัว “บูรพชัยศรี” ยังคงสานต่อเพื่อต่อยอดธุรกิจองค์กร Metro CAT ที่มีอายุครบ 50 ปีในปีที่แล้ว
และครบ 100 ปี Caterpillar รถแบ็กโฮ รถตักดิน ที่พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตยั่งยืน ด้วยเป้าหมาย 4 หมื่นล้านภายใน 3 ปี
ท่ามกลางวิกฤตซ้อนวิกฤตจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่ไม่มีใครคาดเดาจุดจบได้
โชคยังดีที่ตระกูลใจดีนี้ ยังมีแลนด์แบงก์สร้างเม็ดเงินได้ในระยะยาว
จากการปล่อยเช่าที่ดินให้บิ๊กค้าปลีก “โลตัส อ่อนนุช” ดำเนินกิจการคู่กับชุมชนต่อไป แบบยาวไป ๆ