เมื่อ ‘ทักษิณ’ กลับมา
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : วรศักดิ์ ประยูรศุข
อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้พักโทษ พ้นเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อเช้าวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเงื่อนไขต่าง ๆ รวมถึงการสวมกำไลอีเอ็มที่ข้อเท้าซ้าย
มีแกนนำ สส.และอดีต สส.พรรคเพื่อไทย ไปรอต้อนรับที่หน้าประตูเรือนจำ นอกเหนือจากครอบครัว และคนเสื้อแดงที่มาปักหลักค้างคืน
อดีตนายกฯ ทักษิณ จะต้องสวมกำไลอีเอ็มไปอีก 4 เดือน ก่อนครบโทษ 1 ปี ในเดือน ก.ย.ของปีนี้
สื่อต่าง ๆ เสนอข่าวกันแต่เช้า โดยเฉพาะประเภททีวีและออนไลน์ มีการถ่ายทอดสด และไลฟ์สตรีมมิ่ง ทั้งหน้าเรือนจำ และหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า
เข้าใจได้ ที่สื่อจะคาดหวังข่าวจากอดีตนายกฯ ทักษิณ เพราะปกตินายทักษิณเป็นนักการเมืองที่กล้าสื่อสาร ไม่เคยถอยหลังเมื่อเจอไมค์ของนักข่าว
ไปไหนมาไหน ถ้ามีสื่อมาดักรอ โยนคำถามใส่ ก็พร้อมยิงคำตอบกลับด้วยวาทศิลป์และแนวคิด เผลอ ๆ อาจเป็นข่าวใหญ่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ขณะนั้น
นายทักษิณเป็นนายกฯ จากปี 2544 ถึง 2549 ชนะเลือกตั้ง 2 ครั้ง ผ่านสถานการณ์หนัก ๆ มามาก
หนักสุด น่าจะเป็นรัฐประหารปี 2549 ที่ทำให้ต้องไปพำนักในต่างประเทศ
ได้กลับประเทศในช่วงสั้น ๆ สมัย นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชน อันเป็นภาค 2 ของพรรคไทยรักไทย
ก่อนไปยาว กว่าจะได้กลับเมื่อปี 2566 เป็นเวลารวมถึง 17 ปี
ครั้งหลัง ถ้าพบปะนักข่าวรุ่นเก่าที่เคยวิ่งข่าวระหว่างปี 2544-2549 หรือหลังจากนั้น ก็ยังจดจำ ทักทายกันด้วยอัธยาศัยอันดี
จำชื่อได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่มีรายละเอียดมารื้อฟื้นถามไถ่ทุกข์สุข ถือว่าเป็นผู้ที่มีความจำดีเลิศคนหนึ่ง
การออกจากเรือนจำหลังจาก 8 เดือน น่าจะมีอาการเปรี้ยวปาก อยากพูดจาผ่านสื่อไปทักทายประชาชน หรือผู้สนับสนุน หรือแสดงความคิดความเห็น
แต่เมื่อวันที่ 11 พ.ค. นายทักษิณไม่ได้พูดจาในเชิงให้ข่าวอะไรมากนัก แถมยังออกตัวว่า ไปจำศีลมา 8 เดือน จำอะไรไม่ค่อยได้
การกลับมาของอดีตนายกฯ เที่ยวนี้ แม้ยังไม่เต็มตัว เพราะขาติดกำไล EM อยู่ แต่เรียกเสียงวิเคราะห์วิจารณ์จากแวดวงข่าวสารอยู่พอสมควร เกี่ยวกับบทบาทต่อไป
บางเสียงแนะนำว่า ควรวางมือ อยู่บ้านเลี้ยงหลาน ปลูกต้นไม้ไปตามประสาคนอายุมากได้แล้ว
บ้างก็บอกว่า อดีตนายกฯ ผ่านเหตุการณ์ใหญ่ในชีวิตอีกครั้ง รอบนี้คงจะวางตัวอีกแบบหนึ่ง ไม่ลุยเหมือนที่ผ่าน ๆ มา
รวมถึงคาดการณ์บทบาทของอดีตนายกฯ อีกหลายเรื่อง อาทิ บทบาทกับพรรคเพื่อไทยในฐานะผู้ก่อตั้ง ซึ่งเลือกตั้งรอบนี้ความนิยมตกลงมาพอสมควร อาจจะต้องไปร่วมระดมสมอง หาไอเดียดี ๆ มาแก้ปัญหา
หรือบทบาทกับรัฐบาล ซึ่งพรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลอยู่
คนเป็นรองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษาฯ ตำแหน่งใหญ่ในรัฐบาล ไม่ใช่ใครอื่น คือ อาจารย์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นหลานชายสายตรง
การคาดการณ์ คำแนะนำที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ ที่จะมีความคิดความเห็นกัน
แต่การตัดสินใจในบทบาทของตัวเอง เป็นเรื่องที่เจ้าตัวจะต้องคิดเอง ตัดสินใจเอง ตามเหตุผลที่จัดลำดับความสำคัญเอง
รวม ๆ แล้ว คาดว่านายทักษิณคงไม่ถอยไปจากการเมือง แต่อาจจะปรับเปลี่ยนบทบาท ให้พอเหมาะพอดีกับความเป็นผู้อาวุโส
ซึ่งโลกยุคนี้ วิทยาการ Wellness เข้มข้น ถ้าไม่ป่วยแรง ๆ อายุอานามไม่ใช่ประเด็นสักเท่าไหร่
ความผูกพันกับพรรคเพื่อไทย ก็ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะทิ้งการเมืองไปในระยะนี้
เช่นเดียวกับสภาพการเมืองไทย ที่ตอนนี้เผชิญผลกระทบจากความขัดแย้งระดับโลก รัฐบาลต้องจัดมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน สภาพการเมืองแบบนี้ คนที่ผ่านการเมืองระดับผู้นำ คงไม่อยากปลีกตัวหลบไปอยู่เงียบ ๆ
บ้านจันทร์ส่องหล้ากลับมาอยู่ในจอเรดาร์การเมือง จะขยับเคลื่อนไหวอย่างไรหรือไม่ หลังจากเดือน ก.ย.นี้ คงเห็นภาพชัดขึ้น