โมเดลความยั่งยืน บลูทรี ภูเก็ต ผลักดันแนวคิด ESG เน้นใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน พัฒนา 3 แกนหลัก “พลังงาน-น้ำ-ขยะ” พร้อมกระจายความรู้สู่ชุมชน
วันที่ 1 มิถุนายน 2566 นายโยฮัน วาเลียน ผู้จัดการทั่วไป บลูทรี ภูเก็ต กล่าวว่า บลูทรี ภูเก็ต เป็นศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจร ภายใต้สโลแกน “Entertainment Hub, Thrill & Chill, Day & Night” ที่มีพื้นที่ประมาณ 140 ไร่ (226,624 ตารางเมตร) ได้แก่ โซนที่เป็นไฮไลต์โดดเด่นอย่างบลูทรี ลากูน ที่มีขนาดใหญ่กว่า 17,000 ตารางเมตร และโซนที่เป็นพื้นที่สีเขียวประมาณ 180,000 ตารางเมตร
เราตระหนักในเรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อมมาเป็นอันดับแรก ตั้งแต่การวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งเรื่องการใช้พลังงานทดแทน, การใช้เทคโนโลยีจัดการน้ำ, การแยกขยะและลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง การจัดสรรทรัพยากรภายใน รวมถึงการให้ความรู้สู่พนักงานและชุมชนรอบข้างให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน
โดยนำหลักแนวคิด ESG มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับองค์กร เพื่อตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์กด้านความบันเทิงแห่งใหม่ในจังหวัดภูเก็ต ภายใต้ 3 แกนหลัก ๆ ในการพัฒนาความยั่งยืน ได้แก่
- Energy การประหยัดและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงใช้พลังงานไฟฟ้าแทนพลังงานน้ำมัน
- Water – เทคโนโลยีการจัดการน้ำ เพื่อลดการใช้ทรัพยากร และปลอดภัยจากสารเคมี
- Waste – การคัดแยก การแปรรูปขยะ ลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง รวมถึงการกระจายความรู้สู่ชุมชนเกี่ยวกับมลพิษและการจัดการขยะพลาสติก
ในส่วนของพลังงานมีการรณรงค์ภายในองค์กรเพื่อการประหยัดพลังงานและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ได้มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ขนาด 185 กิโลวัตต์ บนหลังคาตึกในโซน Lifestyle Village โดยคิดเป็น 8.5% ของการใช้พลังงานทั้งหมด และมีแผนจะติดตั้งเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้
นอกจากนี้ยังมีการใช้รถตุ๊ก ๆ ไฟฟ้า (EV) สำหรับรับ-ส่งลูกค้า และใช้รถบักกี้ไฟฟ้าสำหรับหน่วยงานภายใน เพื่อลดมลพิษทางควันและลดการใช้พลังงานน้ำมัน และมีแผนติดตั้งจุดชาร์จรถไฟฟ้าที่ลานจอดรถของ Lifestyle Village ภายในปี 2566 นี้

ส่วนเรื่องของน้ำ มีเทคโนโลยีการจัดการน้ำ เพื่อลดการใช้ทรัพยากร และปลอดภัยจากสารเคมีอีกหนึ่งจุดเด่นของบลูทรี ภูเก็ต คือโซน บลูทรี ลากูน ที่มีขนาดขนาดใหญ่กว่า 17,000 ตารางเมตร จึงมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้ อาทิ หุ่นยนต์ช่วยทำความสะอาดใต้น้ำ ซี่งเป็นไปตามหลักความยั่งยืน เพราะเป็นการลดทรัพยากรคนและยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งมีระบบบำบัดน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงทำให้ใช้สารเคมีน้อยกว่าสระแบบปกติถึง 100 เท่า
ตลอดจนระบบกรองที่ประหยัดพลังงานกว่า 98% เมื่อเทียบกับระบบปกติ (Crystal Lagoon Technology) ทั้งนี้ในส่วนของการเลือกใช้อุปกรณ์แบบประหยัดน้ำ บลูทรี ยังมีการติดตั้งระบบเซ็นเซอร์สำหรับฝักบัวและอ่างล้างมือในบริเวณที่ให้บริการ รวมไปถึงการขุดสระเพื่อกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้สำหรับรดน้ำต้นไม้ในบริเวณพื้นที่สีเขียวทั้งหมดอีกด้วย

นอกจากนี้ยังการคัดแยก การแปรรูปขยะ ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง บลูทรี ภูเก็ต มีนโยบายที่จริงจังเกี่ยวกับการแยกขยะ โดยจัดให้มีการแยกขยะในพื้นที่สาธารณะแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ขยะรีไซเคิล และขยะทั่วไป ซึ่งขยะรีไซเคิลที่เก็บได้จะนำไปขายและนำรายได้คืนกลับให้พนักงานในทุก ๆ ปี
รวมทั้งยังมีการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับใส่อาหารแบบที่ย่อยสลายได้ อาทิ กล่องอาหารและหลอดจากชานอ้อย ช้อนส้อมไม้ ทั้งนี้ พื้นที่ห้องอาหารภายในบลูทรี ยังรณรงค์ให้งดใช้ขวดน้ำพลาสติก และในส่วนของเศษอาหารก็จะส่งต่อให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหารต่อไป ซึ่งในอนาคตมีแผนจะแบ่งเศษอาหารไว้สำหรับทำปุ๋ยเองด้วย รวมทั้งสนับสนุนการสร้างเรือพลาสติกร่วมกับองค์กร Oceans For All เพื่อเก็บขยะในท้องทะเลรอบ ๆ พื้นที่เกาะภูเก็ตด้วย

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Precious Plastic ซึ่งเป็นการนำพลาสติกเหลือใช้มาเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีค่ามากขึ้น เช่น การรีไซเคิลฝาขวดน้ำเป็นที่รองแก้ว พวงกุญแจ ตะขอแขวนรูปแบบต่าง ๆ การตัดเย็บกระเป๋ารูปทรงต่าง ๆ จากผืนไวนิลที่ใช้แล้ว
โดยทางโครงการมีเป้าหมาย ในการกระจายความรู้สู่ชุมชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการ เกี่ยวกับมลพิษจากพลาสติก ผลกระทบของขยะที่มีต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอกองค์กร ทั้งนี้ บลูทรี ภูเก็ต ได้จัดฝึกอบรมให้ความรู้และจัดกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนให้กับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ โดยพนักงานจะได้รับถุงผ้าและกระบอกน้ำใช้ซ้ำ เพื่อนำมาเติมน้ำดื่ม แทนการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมทำความสะอาดขยะต่าง ๆ ที่ร่วมกับชุมชนทั้งภายในและภายนอกพื้นที่อีกด้วย
นายโยฮันกล่าวต่อว่า จากการใส่ใจและให้ความสำคัญในเรื่องของการแยกขยะ ทำให้บลูทรี ภูเก็ต ได้รับการประเมินจากโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme : LESS) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) ด้านการคัดแยกขยะเพื่อการรีไซเคิล ว่าสามารถลดได้ 38.315 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมเข้าร่วมโครงการ Establish Thailand to be sustainable tourism destination ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อวางแผนลด Carbon Footprint ในอนาคตต่อไป
ใช้ไม้ไผ่ตกแต่งพื้นที่ทั้งหมด
นอกจากนี้ บลูทรียังให้ความสำคัญกับองค์ประกอบด้านการใช้วัสดุธรรมชาติ โดยมีการใช้ไม้ไผ่เป็นส่วนประกอบหลักในการตกแต่งพื้นที่เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอาคารต่าง ๆ เก้าอี้ชายหาด หรือจุดพักผ่อนต่าง ๆ ก็ล้วนมีไม้ไผ่เป็นส่วนประกอบ อีกทั้งการออกแบบยังเน้นการเปิดโล่งเพื่อเพิ่มช่องลมให้อากาศถ่ายเทได้ดี ทำให้สามารถประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ดีอีกด้วย
ซึ่งนับว่าเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนให้ชาวบ้านมีรายได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจากบริเวณภูเก็ต-พังงา-กระบี่มีการปลูกไม้ไผ่ รวมไปถึงอีกหนึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกวันเสาร์อย่าง Wansao Picnic In The Park ก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสในการเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านเข้ามาเปิดร้านขายของ พร้อมเปิดโลก และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ความสามารถกันในงานนี้ได้ ตอกย้ำแนวคิด ESG ในด้านการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
จะเห็นได้ว่าตอนนี้บลูทรี ภูเก็ต พร้อมที่จะมุ่งสู่การผลักดันแนวคิด ESG และเป็นอีกหนึ่งก้าวเล็ก ๆ ในการขับเคลื่อนองค์กร ชุมชน สู่ความยั่งยืนระดับประเทศให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
